การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ต้องยอมรับว่าในยุคนี้การศัลยกรรมเสริมความงามในบ้านเรานั้นแพร่หลายและเป็นที่นิยมมากมายในหมู่สาว ๆ ที่ชื่นชอบความสวยความงามเป็นอย่างมาก อีกทั้งเทคโนโลยีในสมัยนี้ก็ยังทำให้การศัลยกรรมเสริมความงามนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่การศัลยกรรมเสริมความงามไม่ได้เป็นที่สนใจแค่ในหมู่สาว ๆ วัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นที่สนใจและนิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่ของหญิงสาวที่มีอายุอีกด้วย การศัลยกรรมเสริมความงามมีมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนรูปหน้า หรือการใช้เทคโนโลยีโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด เช่น “การร้อยไหม” นั้นเองโดยมีไหมอยู่ 3 แบบ ที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ

  • เส้นไหมเรียบ (Mono threads) เป็นไหมที่ใช้ในการช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดใสและลดริ้วรอยเพิ่มความเต่งตึง
  • เส้นไหมเกลียว (Screw threads) เป็นไหมที่ช่วยในการยกกระชับใบหน้าได้เป็นอย่างดีเนื่องจากรูปทรงที่เป็นเกลียวนั้นเอง
  • เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) ไหมชนิดนี้เรียกอีกชื่อว่า ไหมก้างปลา มีลักษณะเป็นเงี่ยงออกมาคล้ายกับก้างปลาจะช่วยในเรื่องของการยกกระชับได้เป็นอย่างดีโดยส่วนใหญ่มักจะนิยมทำที่คาง

การร้อยไหมนั้นถือว่าเป็นการศัลยกรรมเสริมความงามอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

  • การร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า
  • การร้อยไหมเพื่อยกหางตา
  • การร้อยไหมเพื่อปรับโครงสร้างของปลายจมูก
  • การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

หัวข้อที่ดิฉันจะนำมาเล่าให้ทุกท่านได้อ่านในวันนี้ก็คือการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นเอง

การร้อยไหมคอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในร่างกายของคนเรามากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย โดยรูปทรงของเจ้าโปรตีนชนิดนี้นั้นมีรูปร่างคล้ายกับเส้นใยไฟเบอร์และสามารถทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายคงรูปร่างไว้ได้ดี และแน่นอนเมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจึงสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง จึงได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามขึ้นมานั้นก็คือการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นเองเพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่าบรรดาผู้ที่มีใจรักสวยรักงาม การร้อยไหมนั้นมีหลายรูปแบบและหลายชนิดขึ้นอยู่กับว่าต้องการแก้ปัญหาเรื่องผิวในจุดใด การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คือการนำไหมละลายประเภทไหมเรียบ (Mono threads) มาร้อยเข้าสู่ใต้ผิวหนังในส่วนที่กำลังเหี่ยวย่นและมีริ้วรอย หลังจากที่ได้นำไหมร้อยเข้าสู่ใต้ผิวหนังแล้ว จะทำให้เนื้อบริเวณใต้ผิวหนังนั้นเกิดการอักเสบ แต่ทุกท่านที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ก็อย่าพึ่งตกใจหรือวิตกกังวลไปนะคะ เพราะการที่เนื้อบริเวณใต้ผิวหนังอักเสบนั้นจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่นั้นเอง ซึ่งคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะทำให้ผิวบริเวณนั้นตึงกระชับดูสดใสเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อใต้ผิวหนังถูกสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่สิ่งที่จะตามมาก็คือการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้นนั้นเอง

สาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนในร่างกายของเราเสื่อมลง

สาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนในร่างกายของเราเสื่อมลงนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัยมาก ๆ ดิฉันจึงขอพูดถึงหัวข้อหลัก ๆ ที่เราสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • อายุที่มากขึ้น แน่นอนว่าเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงไปเรื่อย ๆ และในวัย 40 ปีขึ้นไปนั้นร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้เพียง 20 % เท่านั้น
  • แสงแดด เนื่องจากในรังสียูวีเอและรังสียูวีบีที่เราจะพบได้ในแสงแดดนั้นจะทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยขึ้นในที่สุด เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอในทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • อนุมูลอิรสะ ในสารตัวนี้จะสามารถทำลายเส้นไยไฟเบอร์ของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวหนังให้ลดลง
  • ฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันที่เราต้องเจอในทุกวันนั้นหากสะสมไปเรื่อย ๆ ก็จะสามารถทำลายชั้นผิวหนังและคอลลาเจนได้อีกด้วย
  • ความเครียด ร่างกายของเราจะสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งเรียกว่า คอร์ติซอล ขึ้นมาและเกิดเป็นพฤติกรรมส่วนตัวที่ทำให้ร่างกายของเรานั้นสูญเสียคอลลาเจนได้อย่างรวดเร็ว เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอจากความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูญบุหรี่ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สร้างผลเสียให้กับร่างกายเราทั้งนั้น

การดูแลร่างกายเพื่อชะลอการสูญเสียคอลลาเจนมีอะไรบ้าง

  • หลีกเลี่ยงการรับแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะแสงแดดในเวลา 10:00-16:00 น. เนื่องจากแสงแดดในเวลานี้จะมีรังสียูวีที่เข้มข้นมาก ๆ นอกจากจะทำให้ผิวสูญเสียคอลลาเจนแล้วยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายอย่างน้อย 8 แก้ว ต่อวัน ทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือทานอาหารเสริมคอลลาเจนเพื่อช่วยร่างกายอีกแรง ที่สำคัญควรลดอาหารรสจัดและอาหารประเภทที่มีไขมันสูง
  • เลือกสกินแคร์ที่ช่วยในเรื่องการลดริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เพราะอาจจะทำให้ผิวแห้งและสูญเสียความชุ่มชื้น และหลังจากการล้างหน้าทุกครั้งควรทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับใบหน้าของเรา
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวสูญเสียคอลลาเจนได้อย่างรวดเร็ว
  • ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ

ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหมคอลลาเจน

การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นจะเหมาะสมกับกลุ่มคนวัยทำงาน กลุ่มวัยกลางคนจนไปถึงผู้สูงวัย  เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยความไม่เต่งตึงและความเหี่ยวย่นของผิว เพราะร่างกายของคนเราในวัยนี้จะสามารถสร้างคอลลาเจนน้อยลงไปตามอายุของเรานั้นเอง ซึ่งเรามักจะได้ยินคำเปรียบเปรยกันอยู่บ่อย ๆ ว่าอยากมีผิวนุ่มเหมือนเด็กทารกแรกเกิด ก็เพราะว่าในวัยเด็กของคนเรานั้นร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมามากที่สุดเพื่อทำให้ผิวนั้นแข็งแรงเต่งตึงและยืดหยุ่นได้ดีนั้นเอง กลุ่มคนที่เหมาะกับการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจึงเหมาะกับอายุ 30-60 ปีขึ้นไป

การร้อยไหมคอลลาเจนทำตรงไหนได้บ้าง

จริง ๆ แล้วการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นสามารถทำได้ทุกส่วนที่เป็นผิวหนังของร่างกาย แต่ส่วนที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลายนั้นจะเป็นบนใบหน้าและลำคอซึ่งเป็นจุดที่คนเรามักจะให้ความสำคัญกับริ้วรอยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยการร้อยไหม 1 ครั้งนั้นจะสามารถอยู่ได้ 1-2 ปี

 หลังร้อยไหมคอลลาเจน ต้องใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะเริ่มสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

ภายหลังจากการได้รับการร้อยไหมแล้วเราจะสามารถรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทันที และจะยิ่งเห็นผลลัพธ์เพิ่มข้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลา 1-2 เดือน และสามารถฟื้นฟูใบหน้าได้อย่างเต็มที่เลยคือ 6 เดือนหลังจากทำการร้อยไหม ในส่วนของการดูแลตนเองหลังการร้อยไหมนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นเดียวกันค่ะ หลักการเดียวคือการรักษาคอลลาเจนบนใบหน้าของเราไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่นการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ พยายามหาเวลาว่างมาออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นกระสูบฉีดและการไหลเวียนของเลือด

ข้อควรระวังหลังจากการร้อยไหมคอลลาเจน

  1. ใบหน้าอาจจะปรับเปลี่ยนไปจากเดิมหรืออาจจะไม่เท่ากันในบางเคสแล้วแต่กรณี
  2. การติดเชื้อ เนื่องจากการร้อยไหมนั้นจะทำการร้อยลงไปที่ใต้ชั้นผิวหนังในบางรายหากเครื่องมือไม่สะอาดอาจจะเสี่ยงทำให้ติดเชื้อได้ หรือถ้าหากเกิดความผิดพลาดทำให้ไหมหลุดออกมาก็ทำให้ติดเชื้อได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นควรเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
  3. การอักเสบของเนื้อเยื่อ
  4. ความผิดพลาดระหว่างทำการร้อยไหมหรือไหมแตกหักขณะที่กำลังร้อยลงใต้ผิวหนัง
  5. หลังจากการร้อยไหม ไม่ควรทำอะไรเพิ่มเติมบนใบหน้าเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
  6. อาการบวมแดงอย่างรุนแรงและตุ่มแดง เกิดขึ้นเนื่องจากแพ้ไหมละลายเกิดขึ้นได้ในบางรายเท่านั้น
  7. คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการร้อยไหมนั้นอาจจะเป็นพังผืดได้

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางด้านการศัลยกรรมนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในระยะเวลา 2-3 ปีมานี้จึงมีคลินิกเสริมความงามเกิดขึ้นมามากมายอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนั้นเอง แต่ละคลินิกนั้นราคาก็แตกต่างกันไปตามคุณภาพ ก่อนที่ทุกท่านจะตัดสินใจทำอะไรบนใบหน้าของเราก็ควรศึกษาข้อมูลและศึกษาคลินิกเสริมความงามที่ท่านสนใจว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หรืออาจจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหลาย ๆ คลินิกเพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ ทุกท่านก็ได้ทราบทั้งข้อดีและข้อเสียของการร้อยไหมคอลลาเจนกันแล้วเพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้ควรเลือกคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐานและหน้าเชื่อถือเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น