ผลข้างเคียง ยกกระชับผิวหน้า V-Shape ด้วยการร้อยไหมก้างปลา

เทคโนโลยีด้านเสริมความงามพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คือ เทคนิคการร้อยไหมด้วยไหมละลาย เทคนิคที่นำมาใช้ช่วยยกกระชับใบหน้า ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวยงาม โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี หลักการของเทคนิคนี้ คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากมาร้อยเป็นเครือข่าย ซึ่งนอกจากช่วยแก้ไขข้อบกพร่อง ช่วยยกกระชับผิวให้ตึงขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดเส้นใย อิลาสติน (Elastin) ช่วยให้ผิวเด้งและเกิดความยืดหยุ่น แถมยังช่วยเร่งสเต็มเซลล์ภายในร่างกาย และการไหลเวียนโลหิต ที่จะเป็นการช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจน (Collagen) เพิ่มความกระชับ และความหนาของผิวหนังชั้นหนังแท้ได้ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ คือ เราดูอ่อนกว่าวัย ผิวหน้ากระชับ มีความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอย เมื่อเวลาผ่านไป 6-18 เดือนเส้นไหมก็จะละลายไปโดยไม่เป็นอันตราย

หนึ่งในการศัลยกรรมร้อยไหมยกกระชับ ที่ได้รับความนิยม คือ “การร้อยไหมก้างปลา” เป็นการใช้เส้นไหมละลายชนิดหนึ่ง เส้นไหมที่ใช้นั่นคือ เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) หรือ ไหมก้างปลา ด้วยลักษณะที่มีเงี่ยงโผล่ 2 ด้าน ตลอดทั้งเส้น ดังเช่นฟัน หรือก้างของปลา นั่นคือที่มาของชื่อ “การร้อยไหมก้างปลา” เมื่อมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อเสีย และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นในการใช้เส้นไหมชนิดนี้

ชนิดของเส้นไหม ที่นิยมใช้ ในการร้อยไหม ยกกระชับผิว

  • เส้นไหมเรียบ (Mono threads) เป็นเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่ม หรือเกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ร้อยไหมชนิดนี้บริเวณคอ หน้าฝาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ไม่ได้ช่วยยกชั้นผิวหนัง
  • เส้นไหมเกลียว (Screw threads) เป็นเส้นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นเกลียวเข้าด้วยกัน เส้นไหมเกลียวจะให้ผลแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ ส่วนใหญ่ไหมเกลียวเหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน
  • เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) หรือ ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมก้างปลา เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยาน คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับบริเวณคาง ปรับรูปหน้าให้เรียว V-Shape หรือเรียกว่า “ร้อยไหมก้างปลา”

ช่วงอายุที่จะเหมาะกับทำการร้อยไหมก้างปลา

การยกกระชับผิวหน้าด้วยการร้อยไหมก้างปลา เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-60 ปีขึ้นไป โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัว หรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่นจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

อยากหน้าเด็ก หน้าสวย ใบหน้า V-Shape เรียวสวยได้รูป

เส้นไหมที่นิยมร้อยไหมเพื่อยกกระชับ บริเวณคาง ปรับรูปหน้าให้เรียว V-Shape คือ “การร้อยไหมก้างปลา” เป็นการใช้เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) หรือ เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยาน คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหม และบริเวณเงี่ยง การร้อยไหมก้างปลา เป็นเทคนิคการยกกระชับใบหน้าที่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และต้องทำในสถานที่ให้บริการที่มาตรฐานด้านความปลอดภัย ในขั้นตอนแรก คือการพูดคุยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับราคา ขั้นตอนการร้อยไหม ผลข้างเคียง ความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่คาดหวัง หากคนไข้ยอมรับข้อจำกัดดังกล่าวได้จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา

ขั้นตอนการร้อยไหมก้างปลา หลังจากขั้นตอนทาและฉีดยาชา แพทย์จะสอดเส้นไหมเข้าไปในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างระมัดระวัง เส้นไหมจำนวนหลายเส้นที่สอดเข้าไปนี้จะนำมาซึ่งกลไกการยกกระชับผิว ซึ่งอาจต้องมีการประเมินระหว่างการทำอีกครั้งว่าควรร้อยไหมกี่จุด แพทย์จะพิจารณาตามโครงหน้าของคนไข้เป็นหลัก ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ใช้เวลาเพียง    20-40 นาที อาจพบรอยช้ำตามแนวรอยไหมได้บ้าง ร่วมกับอาการบวม แต่จะหายไปเองโดยไม่ต้องพักฟื้นภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือนหลังร้อยไหม และอาจจะเห็นผลต่อเนื่องนานประมาณ 1-2 ปี หลังจากนี้ก็ต้องมาทำการร้อยไหมใหม่อีกครั้ง

ข้อเสีย 4 ข้อ ที่เราต้องรู้ ก่อนตัดสินใจร้อยไหมก้างปลา

  1. การร้อยไหมเป็นศาสตร์ และศิลปะ ที่ต้องใช้ความชำนาญ และเทคนิคการร้อยไหม หากทำไม่ถูกต้องหรือเลือกชนิดของเส้นไหมที่ไม่เหมาะสม อาจจะทำให้เกิดรอยบุ๋มหรือเห็นรอยไหมตามแนวที่ร้อยได้
  2. การร้อยไหมก็เป็นการสร้างพังผืด (Fibrosis) ในบางกรณี ไหมอาจจะทะลุโผล่ออกมานอกผิวหนังได้ นั่นเป็นเพราะว่าบางทีไหมละลายยังไม่หมด ผิวอาจจะผลักเส้นไหมออกมา หรือบางทีผิวหนังบริเวณที่ร้อยไหมขาดความยืดหยุ่น จนทำให้ไหมเคลื่อนตัวจนทะลุออกมาตามจุดที่ร้อยไว้ได้
  3. คนไข้ที่มีโหนกแก้ม การร้อยไหมอาจจะยิ่งทำให้โหนกแก้มเด่นขึ้น
  4. หลังจากร้อยไหมเสร็จจะเกิดการบวมช้ำเล็กน้อยเป็นเรื่องธรรมดา เพราะว่าต้องใช้เข็มพร้อมเส้นไหมแทงผิวเข้าไป และจะหายจากการบวมก็อาจจะใช้เวลา 1-2 อาทิตย์ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หลังจากร้อยไหมก้างปลา

การร้อยไหม คือ การใช้เข็มสเตอไรด์ เครื่องมือทางการแพทย์ชนิดหนึ่งที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว เพื่อนำเส้นไหมที่เป็นไหมละลายเข้าไปใต้ผิวหนัง “การร้อยไหมก้างปลา” เพื่อยกกระชับผิวหน้าให้ได้รูปเรียว V-Shape สวยงาม เป็นการใช้เส้นไหมชนิดมีเงี่ยง ซึ่งทำหน้าที่เสมือนหมุดยึดตรึงไหมไว้กับผิวหนัง เมื่อทำการร้อยไหมก้างปลา จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ของรูปหน้า หางคิ้ว หางตายก เนื่องจากลักษณะพิเศษของเส้นไหมก้างปลา เงี่ยงของไหมนั้น ช่วยทำให้ยึดผิวหนังใบหน้า ซึ่งอาจทำให้มีรอยช้ำได้ มากกว่าไหมเรียบ หลังการร้อยไหมก้างปลา ผิวจะมีอาการบวมแดง และมีรอยช้ำตามแนวการสอดเส้นไหม ซึ่งรอยเหล่านี้จะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์  ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันได้ว่า การร้อยไหมก้างปลาสามารถทำให้ผิวหนังเกิดการยกกระชับได้จริง และไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันอีกว่าผิวหนังจะสามารถคงสภาพการกระชับได้นานแค่ไหนหลังการร้อยไหม การร้อยไหมก้างปลา การร้อยไหมก้างปลา ชนิดมีเงี่ยงสามารถทำให้ผิวดูกระชับขึ้นในช่วงเดือนแรกหลังการร้อยไหมเท่านั้น แต่ผิวจะหย่อนกลับสู่สภาพเดิมในระยะเวลาต่อมา การที่ผิวดูกระชับขึ้นในช่วงแรก เชื่อว่าเกิดจากการที่ผิวเกิดการบวม และอักเสบจากการสอดเส้นไหม

ผลข้างเคียงการร้อยไหมก้างปลา หรือเส้นไหมชนิดมีเงี่ยง ได้แก่ การเกิดผิวหนังบวมแดงเนื่องจากการแพ้เส้นไหม คลำได้ปมไหม ปลายไหมโผล่ คลำหรือสัมผัสเส้นไหมบริเวณผิวได้ซึ่งเกิดจากการร้อยไหมในระดับตื้นเกินไป หรือการเกิดรอยบุ๋มของผิวหนัง ผิวหนังสองข้างกระชับไม่เท่ากัน และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง และภาวะแทรกซ้อนจากการร้อยไหม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และแก้ไขได้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

  1. ใบหน้าไม่เท่ากัน คนไข้อาจมีใบหน้าไม่สมดุล หรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการร้อยไหมได้ แพทย์จึงอาจให้ผู้ป่วยส่องกระจกไปด้วยในระหว่างทำเพื่อสังเกตความผิดปกติดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น
  2. การติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะแพทย์มักใช้กระบวนการฆ่าเชื้อก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัย
  3. การอักเสบของเนื้อเยื่อ เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
  4. ไหมหลุดออกมา หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา
  5. ไหมแตกหัก เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม

การร้อยไหมก้างปลา จะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ของรูปหน้า หางคิ้ว หางตายก เนื่องจากลักษณะพิเศษของเส้นไหมก้างปลา เงี่ยงของไหมนั้น ช่วยทำให้ยึดผิวหนังใบหน้าไว้ จึงช่วยให้ใบหน้าเกิดลักษณะ V-Shape ดูเรียวสวยงามยิ่งขึ้น การที่ได้รับรู้ทั้งข้อดี และข้อเสีย รวมถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ทั้งหมดจะเป็นข้อมูลที่สำคัญใช้ประกอบการตัดสินใจว่าคุ้มค่ากับการลงทุนเพื่อความสวยงาม ด้วยการร้อยไหมก้างปลาหรือไม่??