ฟิลเลอร์ก็หน้าอิ่ม ฉีดไขมันก็ดูเป็นธรรมชาติ เลือกแบบไหนดี วันนี้มีคำตอบ

ปัจจุบันการเติมความอิ่ม เต่งตึงให้กับผิวหน้ามีหลากหลายวิธีมาก ซึ่งการเติมเต็มดังกล่าวจะช่วยให้ผิวหน้าของเราเปล่งปลั่งและดูอ่อนเยาว์ลงได้ การเติมเต็มที่ว่ามานั้นเราสามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง วิธีที่นิยมมากในปัจจุบันนี้ก็คือ การฉีดฟิลเลอร์และการฉีดไขมัน แต่ทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อเสียต่างกันยังไง เราจะมาบอกท่านผ่านบทความนี้

การฉีดไขมัน

การฉีดไขมันคือ การใช้ไขมันของตัวเองฉีดเข้าไปในส่วนที่ต้องการเติมเต็มบนใบหน้า หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการย้ายเซลล์ไขมันจากส่วนที่เราไม่ต้องการแล้ว ไปเติมเต็มในส่วนที่ขาดแทน และการเติมไขมันนั้นไม่ใช้ทำได้เพียงเพื่อแค่ความสวย แต่สามารถรักษารอยแผลเป็นที่เป็นหลุมเป็นร่องลึกได้ด้วย นอกจากนั้นเซลที่อยู่ในไขมันช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยการฉีดไขมันนั้นจะใช้เวลาในห้องผ่าตัดประมาณ 40 – 60 นาที

การฉีดไขมันมีกี่ประเภท

เราสามารถแบ่งการฉีดไข้มันอออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

  1. การปลูกถ่ายไขมัน หรือ Autologous Fat graft คือ วิธีที่ต้องดูดไขมันจากช่วงหนึ่งหรือส่วนหนึ่งบนร่างกาย เช่น ต้นขา ท้อง หรือสะโพก มาผ่านการคัดกรองด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ให้เหลือแต่เนื้อเยื่อไขมัน แล้วฉีดกลับเข้าไปใต้ผิวหน้า เรียกได้ว่าเป็นการปลูกถ่ายเนื้อเยื้อก็ว่าได้
  2. การย้ายไขมัน หรือ Cell-Assisted lipotransfer: CAL คือ การย้ายเซลล์ไขมันที่คัดมาจากการดูดไขมันจากบริเวณต่าง ๆ บนร่างกายไม่ว่าจะ หน้าท้อง ต้นขา หรือก้น โดยเซลล์จะต้องอยู่ในสภาพดีแล้วนำมาผสมกับเซลล์ไขมันเพื่อทำให้เซลล์ไขมันคงอยู่ได้นานขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น โดยวิธีการนี้จะนิยมใช้ในการฉีดไขมันเพิ่มหน้าอก

ข้อดีของการฉีดไขมัน

ข้อดีของการฉีดไขมันสามารถสรุปได้ดังนี้  ไขมันที่นำมาฉีดเข้าไปในร่างกายเรานั้น เป็นไขมันของตัวเราเอง จึงไม่มีการต่อต้านจากร่างกายของเรา อีกทั้งไม่มีความอันตรายเพราะไม่ใช่สารเคมีและยังสามารถเติมเท่าไหร่ก็ได้ จึงสามารถเติมได้ทุกส่วนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นใบหน้า หน้าอก หรือสะโพก

ข้อเสียของการฉีดไขมัน

ข้อเสียของการฉีดไขมัน สามารถสรุปได้ดังนี้ เรามีความจำเป็นต้องฉีดเข้าไปบริเวณต่างๆในปริมาณมาก เนื่องจากไขมันเป็นเซลล์จึงตายได้เป็นเรื่องปกติและส่งผลให้มีปริมาณไข้มันในบริเวณที่เราเติมลดลงได้ เรื่องการคงสภาพจะขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ป่วย จะสามารถอยู่ได้นานแค่ไหนหรือยู่ได้ตลอดชีวิตไหมจะขึ้นอยู่กับอายุของแต่ละท่าน เพราะเมื่อไรที่เราอายุเยอะขึ้นผิวก็จะเหี่ยวลงเป็นธรรมดา ส่งผลให้ไขมันใต้ชั้นผิวลดลงไปด้วย ทำให้ต้องมาเติมซ้ำอยู่บ้าง

การเตรียมตัวก่อนฉีดไขมันเข้าใบหน้า

  • งดยาที่มีผลข้างเคียงละลายลิ่มเลือด (กลุ่มยา Aspirin, Ibuprofen) วิตามินเอ อี ซี สมุนไพร โสม สารสกัดจากใบแปะก๊วย น้ำมันตับปลา 2 อาทิตย์ แจ้งประวัติการแพ้ยา ยาและอาหารเสริมที่รับประทาน รวมถึงโรคประจำตัว และประวัติการผ่าตัดให้แพทย์ทราบ นำยาที่รับประทานประจำมาให้แพทย์ดู
  • งดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 อาทิตย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและระยะการบวมที่นานเกินปกติ
  • ไม่มีความจำเป็นต้องอดอาหาร แต่ไม่ควรให้รับประทานอาหารให้อิ่มเกินไป
  • งดการผ่าตัดในช่วงที่ป่วย เช่น เป็นหวัด มีไข้ หรือ มีอาหารไอจาม
  • อาบน้ำสระผม ชำระร่างกายให้เรียบร้อยเพราะ แผลอาจจะไม่ควรโดนน้ำสักระยะหนึ่ง ควรใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ถอดใส่สะดวก
  • ไม่ควรใช้เครื่องสำอางใดๆ ในบริเวณใบหน้า ที่ยากแก่การเช็ดออกก่อนการผ่าตัด เป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

ขั้นตอนการฉีดไขมันหน้า

ก่อนอื่นจะทำการดูดไขมันส่วนที่ไม่ต้องออกจากร่างกาย เช่น ต้นขา สะโพก เป็นต้น จากนั้นนำมาปั่นแยกสกัดเอาสเต็มเซลล์และเนื้อเยื่อไขมันบางส่วนที่มีคุณภาพสูงและยังมีชีวิตอยู่ โดยส่วนนี้ไม่ใช่ไขมันดีและใช้กระบวนการที่แตกต่างจากการดูดไขมัน เพราะสเต็มเซลล์จะไม่ถูกทำลายผ่านความร้อนเหมือนการดูดสลายไขมัน เมื่อได้ไขมันดังกล่าวแล้วแพทย์จะทำความสะอาดใบหน้า หรือบริเวณที่ต้องการจะฉีด ฆ่าเชื้อที่บริเวณนั้น ๆ และฉีดยาชา นำไขมันคุณภาพที่คัดมาแล้วกลับมาฉีดเข้าไปที่ใบหน้า หรือ บริเวณที่ต้องการ

ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็ม หรือ สารไฮยาลูโรนิคแอซิด (Hyaluronic Acid) มีสรรพคุณช่วยทำให้ผิวหน้า มีน้ำมีนวล อวบอิ่มขึ้น ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นจะตื้นขึ้น  อีกทั้งฟิลเลอร์บางชนิดที่เลือกใช้ยังช่วยเติมใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมาดูอิ่มเอิบ แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยด้วยเวลาอันรวดเร็ว บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ รอบดวงตา ร่องกลางหน้าผาก ร่องลึกริมฝีปาก ซึ่งจะทำให้บริเวณเหล่านี้ตื้นขึ้น หรือใช้แก้ไขปรับแก้รูปหน้าที่ไม่ชอบใจ เช่น เติมริมฝีปากและร่องแก้มให้ดูอวบอิ่ม ปรับแต่งจมูกให้โด่งขึ้น อีกทั้งช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมากระชับ เพิ่มความอ่อนเยาว์ลงได้

ฟิลเลอร์อันตรายไหม

อย่างที่เราทราบกันดีกว่า ฟิลเลอร์คือสารเคมี ทำให้เกิดคำถามต่อมาว่า แล้วฟิลเลอร์อันตรายต่อร่างกายไหม คำตอบคือ หากเราใช้ฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบของ สารไฮยาลูโรนิคแอซิด (Hyaluronic Acid) ยังไงก็ไม่อันตรายเพราะ สารดังกล่าวสกัดมาจากน้ำตาลโมเลกุลคู่ซึ่งร่างกายเราสามารถย่อยสลายได้ จึงไม่เป็นอันตรายกับเรา แต่ถ้าเกิดใช่ฟิลเลอร์ปลอมที่มีส่วนผสมของ ซิลิโคนเหลว ก็จะยิ่งอันตรายมาก เพราะไม่สามารถฉีดสลายหรือรอให้สลายตามธรรมชาติได้ ต้องทำการผ่าตัดขูดออกเท่านั้น ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งการขูดออกไม่ได้ง่ายอย่างที่โฆษณา ซึ่งไม่สามารถเอาออกได้หมดอีกด้วย อาจจะมีอาการอักเสบบวมโต สร้างปัญหาขึ้นมาอีกก็ได้

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

ข้อดีอย่างแรกเลยคือฉีดเสร็จสามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย เพราะการฉีดฟิลเลอร์ไม่ต้องวางยาสลบและไม่มีความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อพักฟื้น ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรการอาหารและยา มีจะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้ก่ออาการแพ้ และไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างในร่างกาย สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ ฟิลเลอร์จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง การฉีดฟิลเลอร์ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น ฟิลเลอร์สามารถเติมได้เรื่อย ๆ และปรับแต่งได้ ถ้าหากไม่ชอบก็สามารถฉีดสลายออกได้ ฟิลเลอร์ให้ผลที่สวยงามและเป็นธรรมชาติด้วย

ข้อเสียของฟิลเลอร์

ถ้าหากฉีดในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนได้ โดยเฉพาะบริเวณสะโพก และหน้าอกที่จำเป็นจะต้องฉีดในปริมาณมาก ดังนั้นแพทย์หลาย ๆ ท่านจะแนะนำให้ฉีดไขมันมากกว่า เพราะจะดูสวย เป็นธรรมชาติและไม่จับตัวกันเป็นก้อน นอกจากนั้นต้องให้แพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ทำหัตถรรการ และต้องดูรีวิวคลินิกและเคสต่าง ๆ ให้มาก เพื่อให้แน่ใจว่าคลินิกนั้นไว้วางใจได้จริง

ระหว่าง ฟิลเลอร์ กับ ไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

ฟิลเลอร์ : เป็นสารสังเคราะห์ที่เติมได้ทันทีแต่ไม่ได้มาจากตัวเรา ผิวจึงอาจจะไม่ได้สดใสเป็นธรรมชาติมากนัก ในบางกรณีหากฉีดไม่ดีอาจจะทำให้ผิวหนังด้านบนจะเป็นคลื่น ๆ หรือสัมผัสได้ถึงความเป็นก้อนไม่นิ่มเหมือนเนื้อหนังของเราจริง ๆ

ไขมัน : ฉีดแล้วจะทำให้ผิวสวย หน้าดูเนียน ฉ่ำวาวมากกว่าการเติมฟิลเลอร์ ผิวด้านบนใบหน้าจะดูเรียบเนียนมากกว่า

ดังนั้นเราสามารถสรุปได้ว่าฟิลเลอร์ และการฉีดไขมัน มีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป  การเลือกฟิลเลอร์และการฉีดไขมันก็ขึ้นอยู่กับความระดับความเป็นธรรมชาติในบริเวณที่เราต้องการ ฟิลเลอร์จะเหมาะกับบริเวณเล็ก ๆ เช่น คาง ร่อมแก้ม หว่างคิ้ว และปากเป็นต้น แต่การฉีดไขมันจะเน้นบริเวณที่ใหญ่กว่าและต้องการผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติจริง ๆ เช่น หน้าอก และสะโพก เป็นต้น แต่สิ่งที่เหมือนกันทั้งสองอย่างคือ เราควรต้องศึกษาแพทย์และคลินิกที่เราต้องการจะไปทำให้ดี เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง