ฟิลเลอร์ คืออะไร? ฉีดตรงไหนได้บ้าง อยากรู้ต้องอ่าน

ไม่ว่าใครก็อยากที่จะคงความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะอายุมากขึ้นแต่ก็ไม่อยากยอมแก่ ก็มักจะหันหน้ามาพึ่งคุณหมอ เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับสังคมในยุคสมัยนี้ แต่งนิดเติมหน่อย รอยเหี่ยวย่นเอยอะไรเอย ไม่มีทางได้อยู่บนหน้าแน่ ๆ วันนี้เลยมานำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสารเติมเต็มที่ชื่อว่า ฟิลเลอร์ น่าจะคุ้นหู ใครหลาย ๆ คน มาฝากกัน

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์ ที่จริงแล้วนั่นก็คือสารเติมเต็มผิว ที่มีชื่อจริงว่าสาร ไฮยาลูโรนิค แอซิค (Hyaluronic Acid) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า HA เป็นสารที่ช่วยเติมเต็ม และ เสริมสร้างคอลลาเจนภายใต้ชั้นผิวหนังได้เป็นอย่างดี โดยตัว HA นั้นมีความสามารถพิเศษในการเก็บกักน้ำไว้ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูมีความยืดหยุ่นเรียบเนียน จนทำให้มองไม่เห็นรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นบนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ก็คือการเติมเต็มให้กับผิวในจุดที่มีความเสื่อมสภาพ ให้กลับขึ้นมาดูดีได้อีกครั้งนั่นเอง

ฟิลเลอร์ (Filler) มีทั้งหมดกี่ชนิด

ชนิดของฟิลเลอร์จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท คือ

  1. ฟิลเลอร์ประเภทชั่วคราว (Temporary Filler) คือ ไฮยาลูโรนิค แอซิค (Hyaluronic Acid) หรือ HA เป็นสารที่สกัดมาจากธรรมชาติ มีความปลอดภัย เพราะเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้มีความใกล้เคียงกับสารที่อยู่ในบริเวณชั้นผิวหนังของมนุษย์มากที่สุด ก่อให้เกิดการแพ้หลังฉีดฟิลเลอร์เป็นไปได้ยาก หลังจากฉีดในบริเวณที่ต้องการแก้ไข จะสามารถอยู่ได้นานมากถึง 4 – 6 เดือน และสามารถสลายตัวไปได้เองโดยธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องฉีดสารเพื่อสลายฟิลเลอร์
  2. ฟิลเลอร์ประเภทถาวร (Permanent Filler) คือ สารที่มาจาก ซิลิโคนเหลว น้ำมันพาราฟิน หรือ เม็ดพลาสติก จะให้ผลลัพธ์ในแบบถาวร และไม่สามารถสลายไปเองได้ จำเป็นต้องฉีดสารเพื่อสลายฟิลเลอร์ และอาจเกิดผลข้างเคียงหากฉีดในระยะยาว ทางการแพทย์จึงไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้อเข้าที่ใบหน้า

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

  1. ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นมีราคาที่ถูกกว่าการทำ ศัลยกรรม หลายเท่าตัว ทำให้ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปในการทำ
  2. สามารถเห็นผลได้ในทันที หลังการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า สามารถเห็นผลได้ในทันทีหลังจากการฉีด เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการแก้ไข ฟิลเลอร์จะคงตัวในตำแหน่งที่ฉีดทันที จึงไม่จำเป็นต้องรอเหมือนการผ่าตัดศัลยกรรม
  3. ไม่ต้องพักฟื้น เพราะการฉีดฟิลเลอร์ จะฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการแก้ไขปัญหาเท่านั้น และเข็มที่ใช้ในการฉีดนั้น มีขนาดที่เล็ก จึงไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา ใช้เพียงการประคบด้วยความเย็นก่อนฉีดเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีการพักฟื้นหลังฉีดแต่อย่างใด

การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เหมาะกับใครบ้าง

– ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาร่องริ้วรอยที่เป็นร่องลึก

– ผู้ที่มีปัญหาบริเวณถุงใต้ตา ร่องน้ำตา ใต้ตาลึกดูหมองคล้ำ

– ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แห้ง ไม่ชุ่มชื้น จากวัยที่เพิ่มขึ้น

– ผู้ทีมีปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากหลุมสิว และ รูขุมขนกว้าง

– ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาริมฝีปากไม่ได้รูปสวย ริมฝีปากบาง

– ผู้ที่ต้องการเติมเต็มส่วนต่าง ๆ บนใบนหน้า เช่น หน้าผาก คาง ขมับ ร่องแก้ม

– ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูฉ่ำ อิ่มน้ำ ชุ่มชื้น

ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) อันตรายหรือไม่

การฉีดฟิลเลอร์นั้น เรียกได้ว่าใคร ๆ ก็ตามที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหน้า ต่างพากันเรียกหา ฟิลเลอร์ ทำให้เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้มีฟิลเลอร์มากมายหลายยี่ห้อให้ได้เลือกใช้ โดยแต่ละรุ่นก็สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งเช่นกัน ซึ่งฟิลเลอร์ของแท้ จะทำมาจากสารที่มีชื่อว่า HA หรือ ไฮยารูรอนนิก แอซิก (Hyaluronic acid) และการฉีดที่ถูกต้องนั้น ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จึงจะมีความปลอดภัย และไม่อันตรายต่อผู้ที่ฉีด

แต่หากเจอการปลอมแปลงของสารอื่นที่เข้ามาผสมในฟิลเลอร์อย่าง ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ก็อาจเกิดผลที่ไม่คาดคิดได้อย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนฉีดทุกครั้งควรตรวจสอบฟิลเลอร์อย่างถี่ถ้วน ว่าฟิลเลอร์ที่กำลังฉีดนั้นเป็นฟิลเลอร์ของแท้ และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ฟิลเลอร์ (Filler) ฉีดตรงไหนได้บ้าง

  1. บริเวณหน้าผาก เพื่อการแก้ไขปัญหาริ้วรอยที่เกิดเป็นเส้นย่น ๆ ตามอายุ หรือพฤติกรรมเคยชิน รวมไปถึงการเติมเต็มหน้าผากสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าผากแบนราบ ให้ดูนูน เป็นทรงสวย
  2. ใต้ตา ฉีดเติมเต็มบริเวณเบ้าตา ร่องน้ำตาลึก แก้ไขริ้วรอยใต้ตาที่ดูย่น หย่อนคล้อย ให้ดูเต่งตึง หรือคนที่มีปัญหาใต้ตาตำ ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาได้เช่นกัน
  3. ตีนกา เติมร่องตีนกาให้ดูตื้นขึ้น
  4. สันจมูก เสริมบริเวณสันจมูกให้ดูสูงโด่งขึ้น ด้วยฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็ง จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรม เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานทางจมูกอยู่แล้ว แต่ต้องการเติมให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น
  5. ร่องแก้ม/ร่องน้ำหมาก เป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของใบหน้าอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดร่องรอยได้ง่าย การเติมฟิลเลอร์ในบริเวณนี้จะทำให้ใบหน้าดูเด็กลงไปได้อีกหลายปี
  6. ริมฝีปาก แก้ไขปัญหาริมฝีปากไม่เท่ากัน หรือ ริมฝีปากบาง รวมไปถึงการเติมปากให้ดูอวบอิ่มเป็นทรงขึ้น และยังสามารถฉีดบริเวณริมฝีปากบนให้ดูหยดลงมาเป็นปากกระจับได้โดยไม่ต้องผ่าตัดอีกด้วย
  7. คาง สำหรับการฉีดคางถือเป็นที่นิยมมากที่สุดในบรรดาการฉีดฟิลเลอร์ สามารถเติมคางที่สั้นให้ดูเรียวยาวขึ้น เป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งจนเกินไป
  8. ริ้วรอยที่เกิดจากสิว/หลุมสิว ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น
  9. ลำคอ สามารถฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอให้กลับมาดูเต่งตึง เรียบเนียนได้อีกครั้ง
  10. หลังมือ สำหรับบางคนอายุยังไม่มากเท่าไหร่ แต่มีหลังมือที่ดูเหี่ยวย่น แก่กว่าไว การฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหาให้ผิวบริเวณหลังมือดูเต่งตึงขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรม

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

ก่อนฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ ควรงดวิตามิน และอาหารเสริมเช่น วิตามินอี คอลลาเจน น้ำมันตับปลา สารสกัดจากแปะก๊วย (กิงโกะ) และยาแอสไพริน เนื่องจากการรับประทานอาหารเสริมประเภทเหล่านี้ ก่อให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย และหยุดยาก อาจทำให้มีรอยช้ำ เขียวหลังจากการฉีดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง และสิ่งที่สำคัญก่อนทำการรักษาทุกครั้ง ควรแจ้งให้แพทย์ที่ฉีดได้รับทราบถึงประวัติส่วนตัวอย่าง โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือ อาหาร

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

  1. ไม่ควรสัมผัส นวด บริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลให้ทรงของฟิลเลอร์ที่แพทย์ได้ทำการฉีดไว้เปลี่ยนรูปทรงได้
  2. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรดื่มน้ำตามให้มาก ๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ หากรับประทานน้ำหลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จ จะทำให้ฟิลเลอร์ได้ผลดีมากยิ่งขึ้น
  3. งดการทำทรีทเมนต์ต่าง ๆ 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย เพราะการทำทรีทเมนต์ในบางครั้งอาจมีขั้นตอนการนวดหน้าที่กระทบต่อรูปทรงของฟิลเลอร์ได้
  4. หลังฉีด 24 ชั่วโมง งดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวมากยิ่งขึ้น อาจทำให้รอยเข็มหลังฉีดหายช้าลง
  5. หลีกเลี่ยงสถานที่ ๆ มีความร้อนสูง อย่างเช่น ซาวน่า ห้องอบสมุนไพร ห้องโยคะร้อน เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เกิดการสลายตัวเร็วกว่าปกติ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ (Filler) ที่นำมาฝากในวันนี้ แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะย้ำเตือนทุกท่าน ก่อนที่จะเติมเต็มความสวยด้วยฟิลเลอร์ นั่นก็คือการเลือกสถานที่ที่ได้มาตฐาน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเท่านั้น ไม่อย่างงั้นอาจจะต้องเสียเงินทั้งเงินไปอย่างน่าเสียดาย