ร้อยไหมยกแก้ม หน้าเด็ก หน้าสวย เพิ่มความสวยกระชับใบหน้า

คนเราทุกคนอยากให้ตัวเองดูดี หน้าเด็ก หน้าสวย และอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงทำให้เทคโนโลยีด้านเสริมความงามพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง หนึ่งในเทคนิคเหล่านั้นที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คือ เทคนิคการร้อยไหมด้วยไหมละลาย

การร้อยไหมยกแก้ม คือ เทคนิคที่นำมาใช้ช่วยยกกระชับใบหน้า ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูเรียว ด้วยไหมละลาย และโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี หลักการของเทคนิคนี้ คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากมาร้อยเป็นเครือข่าย บริเวณใต้ผิวหนังที่ร้อยไหมเข้าไปจะถูกกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม มีผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป 6-18 เดือนเส้นไหมก็จะละลายไปโดยไม่เป็นอันตราย วิธีนี้มีประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย ขั้นตอนการทำ และความเสี่ยงอย่างไรบ้าง รายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นว่าจะเพิ่มความกระชับบนใบหน้าด้วยวิธีร้อยไหมยกแก้มดีหรือไม่?

ร้อยไหมยกแก้ม คืออะไร?

การร้อยไหมยกแก้ม เป็นเทคนิควิธียกกระชับผิวหน้าบริเวณแก้ม โดยจะมีจุดที่ดึงคือ บริเวณแก้มส่วนล่าง และจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับ ดึงเข้าหากันจึงสามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ทันที ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร หน้าผาก โดยใช้ไหมละลายจำนวนหลายเส้นร้อยเข้าไปในใต้ผิวหนัง การทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิว และกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวมากขึ้น

วัสดุที่ปลอดภัย ใช้สำหรับร้อยไหมยกแก้ม  

แบ่งได้มี 3 ชนิด คุณลักษณะแต่ละประเภทดังนี้

  • PCL (Polycaprolactone) ละลายหมดภายใน 18-24 เดือน เส้นสีขาวขุ่น มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด เส้นใหญ่ที่สุด
  • PLLA (Polylactate) ละลายหมดภายใน 12-18 เดือน เส้นสีขาวใส ขาดความยืดหยุ่น ไหมขาด ไหมทะลุได้บ่อย
  • PDO (Polydioxanone) ละลายหมดภายใน 4-6 เดือน เส้นสีน้ำเงิน มีความยืดหยุ่นสูง เป็นที่นิยมมากที่สุด

เส้นไหมชนิดที่นิยมใช้ร้อยไหมยกแก้มกันมาก ทำมาจากโพลีไดอ๊อกซาโนน (Polydioxanone หรือ PDO) เป็นไหมที่นำมาใช้ในการทำศัลยกรรมเย็บเส้นเลือดหัวใจ มีโอกาสแพ้น้อยมาก และไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในและต่างประเทศ เส้นไหมจะสามารถสลายตัวได้เองภายใน 8 เดือน และจะให้ประสิทธิผลต่อผิวหนังในระยะเวลาประมาณ 2 ปี

ชนิดของเส้นไหม ที่นิยมใช้ ในการร้อยไหมยกแก้ม

  1. เส้นไหมเรียบ (Mono threads) เป็นเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่ม หรือเกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ร้อยไหมชนิดนี้บริเวณคอ หน้าฝาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ไม่ได้ช่วยยกชั้นผิวหนัง
  2. เส้นไหมเกลียว (Screw threads) เป็นเส้นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นเกลียวเข้าด้วยกัน เส้นไหมเกลียวจะให้ผลแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ ส่วนใหญ่ไหมเกลียวเหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน
  3. เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) หรือ ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมก้างปลา เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยาน คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับบริเวณคาง ปรับรูปหน้าให้เรียว

การร้อยไหมยกแก้ม เส้นไหมที่นำมาใช้มีให้เลือกหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะผิวก่อนทำ และทุกประเภทสามารถใช้ร่วมกับการยกกระชับหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น การใช้ไหมร่วมกับการทำฟิลเลอร์ หรือฉีดไขมันที่หน้า เหล่านี้อาจช่วยให้ผิวหนังกระชับตัวมากกว่าการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว

อายุเท่าไหร่? ที่จะเหมาะกับทำการร้อยไหมยกแก้ม

การร้อยไหมยกแก้ม การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-60 ปีขึ้นไป โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัว หรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่นจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

ร้อยไหมยกแก้ม ทำได้ที่ไหน? ขั้นตอนมีอะไรบ้าง?

การร้อยไหมยกแก้ม เป็นเทคนิคการยกกระชับใบหน้าที่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ผู้ที่ต้องการใช้วิธีนี้ควรศึกษาข้อมูลสถานให้บริการที่น่าเชื่อถือ และผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ขั้นตอนแรก คือการพูดคุยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับราคา ขั้นตอน ผลข้างเคียง ความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่คาดหวัง รวมถึงประเมินความเหมาะสมของคนไข้ต่อการร้อยไหม โดยซักถามประวัติสุขภาพ และตรวจดูว่ามีโรคหรือภาวะที่ไม่แนะนำให้เข้ารับการร้อยไหมยกแก้มหรือไม่  แพทย์แจ้งให้ทราบถึงผลลัพธ์ตามความเป็นจริง ข้อจำกัด ผลข้างเคียง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างละเอียด ก่อนจะให้เวลาคนไข้กลับไปตัดสินใจว่าจะร้อยไหมยกแก้มหรือไม่? หากคนไข้ยอมรับข้อจำกัดดังกล่าวได้จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา

ขั้นตอนการร้อยไหมยกแก้ม หลังจากขั้นตอนทาและฉีดยาชา แพทย์จะสอดเส้นไหมเข้าไปในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างระมัดระวัง เส้นไหมจำนวนหลายเส้นที่สอดเข้าไปนี้จะนำมาซึ่งกลไกการยกกระชับผิว ซึ่งอาจต้องมีการประเมินระหว่างการทำอีกครั้งว่าควรร้อยไหมกี่จุด แพทย์จะพิจารณาตามโครงหน้าของคนไข้เป็นหลักในเวลาเพียง 20-40 นาที ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย     อาจพบรอยช้ำตามแนวรอยไหมได้บ้าง ร่วมกับอาการบวม แต่จะหายไปเองโดยไม่ต้องพักฟื้นภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือนหลังร้อยไหม และอาจจะเห็นผลต่อเนื่องนานประมาณ 1-2 ปี หลังจากนี้ก็ต้องมาทำการร้อยไหมใหม่อีกครั้ง

ร้อยไหมยกแก้ม ใช้ไหมแต่ละชนิดราคาเท่าไหร่?

ร้อยไหมยกแก้ม ราคาก็จะแตกกต่างกันตามชนิดวัสดุของไหม  PDO, PLLA, PCL และโดยดูตามลักษณะเส้นไหม       เช่น ไหมกรวย, ไหมเงี่ยงใหญ่, ไหมเงี่ยงเล็ก, ไหมเกลียว, ไหมเรียบ เราสามารถสอบถามทางคลินิกที่สนใจใช้บริการได้โดยตรง ซึ่งคลินิกต่างๆ จะมีชื่อเรียกไหมชนิดต่างๆ มากมาย ตั้งชื่อกันขึ้นมาเองเพื่อให้คนไข้ไม่สามารถเช็คราคาร้อยไหมเทียบกับคลินิกอื่น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หลังจากร้อยไหมยกแก้ม

ข้อควรระวังหลังจากทำร้อยไหมยกแก้ม คือ ไม่ควรทำเลเซอร์ หรือหัตถการใด ๆ กับใบหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และไม่ควรนวดหน้าแรง ๆ ในตำแหน่งที่ร้อยไหมประมาณ 2 เดือน ผลข้างเคียงจากการร้อยไหมยกแก้ม ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือความรู้สึกเจ็บ และไม่สบายใบหน้า อาจมีอาการบวม ฟกช้ำ เกิดการเคลื่อนตัวของไหม และติดเชื้อจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาดหรือขั้นตอนที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรือบางรายอาจมีรอยย่นของผิวหนังหลังการทำ ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มักหายไปเองเมื่อผ่านไปหลายวัน แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากเกิดการติดเชื้อ เส้น ไหมที่ใช้ร้อยไหมยกแก้มแต่ละประเภทอาจมีผลข้างเคียงแตกต่างกันไป และในช่วงแรกผิวหนังของคนไข้มักมีลักษณะผิดปกติไปจากเดิมเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวลได้ ดังนั้น ในขั้นตอนก่อนทำจึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการใช้ไหมแต่ละชนิดอย่างละเอียด

การร้อยไหมยกแก้ม เสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนประมาณร้อยละ 15-20 ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและแก้ไขได้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

  • ใบหน้าไม่เท่ากัน คนไข้อาจมีใบหน้าไม่สมดุล หรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการร้อยไหมได้ แพทย์จึงอาจให้ผู้ป่วยส่องกระจกไปด้วยในระหว่างทำเพื่อสังเกตความผิดปกติดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น
  • การติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะแพทย์มักใช้กระบวนการฆ่าเชื้อก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัย
  • การอักเสบของเนื้อเยื่อ เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
  • ไหมหลุดออกมา หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา
  • ไหมแตกหัก เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม

ควรทำอะไรดี? ระหว่างการร้อยไหมยกแก้ม – ฟิลเลอร์ – โบท็อก – Ulthera/Hifu

  • ร้อยไหมยกแก้ม เหมาะสำหรับคนที่แก้มหย่อนมากๆ จะเห็นผลได้ชัดเจน โดยที่ราคาไม่แพง
  • ฟิลเลอร์ เหมาะสำหรับคนที่หน้าหย่อนคล้อยจากร่องใต้ตาร่องแก้มที่ลึก
  • โบท็อก สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อกรามเยอะ(กัดฟันแล้วกรามเด้งเยอะ) ร่วมกับมีริ้วรอยบริเวณหางตา-หน้าผาก
  • Ulthera/Hifu เหมาะสำหรับคนที่แก้มหย่อนไม่มาก เห็นผลไม่ชัดเจนเท่าร้อยไหม และราคาค่อนข้างสูง เหมาะกับคนที่กลัวเข็ม

หากต้องการให้ตนเอง หน้าเด็ก หน้าสวย รูปหน้าดูเรียวใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของใบหน้า ด้วยวิธีการร้อยไหมยกแก้ม เทคนิคที่ใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ก่อนตัดสินใจร้อยไหมยกแก้ม ควรศึกษาหาข้อมูล และปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น และทำกับสถานบริการที่มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย ซึ่งแพทย์แต่ละคลินิกจะคำตอบได้ดีที่สุด ทั้งราคาค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่จะได้หลังจากทำการร้อยไหมยกแก้ม