ร้อยไหมเจ็บ จนทนไม่ไหว ถึงขั้นต้องฉีดยาชาจริงไหม

ร้อยไหม

การร้อยไหม คือ การยกกระชับผิว โดยการใช้เทคนิคหนึ่งที่ไม่ใช้การผ่าตัด แต่เป็นนวัตกรรมที่ในช่วยยกกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์ และดูเต่งตึงขึ้น โดยการใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงสอดลงใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำการรอยไหมกระชับตัว เส้นไหมละลายที่ใช้ในการร้อยไหม เมื่อเวลาผ่านไป 6-8 เดือน เส้นไหมจะเกิดการละลายไปแบบไม้เป็นอันตราย และหากการร้อยนั้นใช้เทคนิคที่ถูกต้องจะเกิดเป็นเส้นใยอิลาสตินช่วยประคองผิวอีกด้วย ชั้นผิวจะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหม คล้ายกับตะขอเกี่ยว

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ผิวหนังจะหย่อนคล้อย สิ่งแรกที่ทุกคนคิดที่จะทำ คือ การยกกระชับผิวให้เต่งตึง และการร้อยไหมเป็นวิธีแรกที่คุณหมอแนะนำ หรือสิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึง ในวันนี้เราจึงอยากจะพาสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ที่กำลังคิดที่จะร้อยไหมมารู้จักต้นกำเนิดของการร้อยไหม ข้อดี ข้อเสีย ของการร้อยไหม และควรเลือกร้อยไหมที่ไหนดี แล้วคำถามที่ทุกคนมักจะถามเป็นอันดับแรกนั่น คือ ร้อยไหม เจ็บไหม ต้องฉีดยาชาไหม ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย

ต้นกำเนิดการร้อยไหม

การร้อยไหม ในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะการที่มีหน้าเรียวแหลมที่ว่าใคร ๆ ก็อยากมีไม่ว่าจะ หญิง หรือชาย โดยจะพูดถึง ดร.ควอน ฮัน จิน นายแพทย์ผู้คิดค้นไหมละลายเสริมความงามคนแรกของโลก และยังเป็นผู้คิดค้นศาสตร์การร้อยไหมที่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อราว ๆ ต้นปี 2010 มีคนไข้จำนวนมากที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวบนใบหน้ามาขอคำปรึกษากับ ดร.ควอน ฮัน จิน  แต่ไม่ต้องการผ่าตัด ซึ่งในปกติแล้วนวัตกรรมการยกกระชับใบหน้าในตอนนั้น มีเครื่องเลเซอร์ยกกระชับใบหน้าให้บริการแทนการผ่าตัด แต่คนไข้จำนวนมากที่ผ่านการรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์นั้น ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ หรือแก้ปัญหาได้ ดร.ควอน ฮัน จิน จึงมองหา และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า การร้อยไหม นั่นเอง

การร้อยไหมเป็นเทคโนโลยีของยุโรปที่มีมานาน ก่อนที่เกาหลีจะนำมาพัฒนา ที่มีไหมแบบเป็นก้าง หรือเป็นกรวย ตอนนำมาใช้กับคนไข้ผลลับที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการทำศัลยกรรมที่ไม่มีความเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ไม่นานเพราะเป็นเพียงการนำไหมทั้ง 2 แบบ มาเกี่ยวกับเนื้อเยื่อของผิวหน้าเท่านั้น เวลาร้อยไหมก็จะไปเกาะยึดกับผิวหนัง แต่ผิวหนังของเรานั้นสามารถยืดได้ จึงอยู่ได้ไม่นานใบหน้าก็หย่อนอีกเพราะผิวยืดออก นวัตกรรมที่มีอยู่แก้ปัญหาไม่ได้ จึงมีการคิดค้นไหมละลายแบบใหม่ เพื่อใช้กับใบหน้า และไหมชนิดนั่น คือ ไหมชนิดเดดียวกับไหมที่ใช้ในการเย็บหลอดเลือดหัวใจในห้องผ่าตัดที่อยู่นานถึง 6-8 เดือน ก่อนจะละลายหายไป

ร้อยไหม เจ็บไหม ต้องฉีดยาชาไหม

ร้อยไหม เจ็บไหม บอกได้เลยว่า นี่เป็นคำถามที่คนไข้มักที่จะถามคุณหมอทุกครั้ง ก่อนเข้ารับการรักษาแบบร้อยไหม เพราะคนส่วนมากนั้นกลัวเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา และไม่กล้าที่จะรักษาแบบผ่าตัด จึงเลือกการร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิวบนใบหน้าแทน  คำตอบที่จะได้รับจากหมอ คือ เจ็บแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น แต่ระหว่างทำไม่เจ็บเลย ส่วนถ้าเป็นการทายานั้น อาจจะรู้สึกตึง ๆ และเจ็บแบบสามารถทนได้

การร้อยไหม คือ การที่เอาเข็มที่มีเส้นไหมร้อยไปใต้ชั้นผิวหนัง บอกได้เลยว่าเจ็บอย่างแน่นอน จึงมีการนำยาชามาทา หรือฉีดเฉพาะที่ แล้วแต่ละคนอาจมีการใช้ยาชาในปริมาณที่ไม่เท่ากัน และมีการถ่ายภาพเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงก่อนการรักษา และหลังเข้ารับการรักษา

การเลือกร้อยไหมที่ไหนดี

  1. สถานที่

ให้ดูสถานที่หรือสถานพยาบาลนั่น เป็นคลินิก หรือโรงพยาบาลที่ได้รับมาตฐานของกระทรวงสาธารสุข ที่ผ่านการตรวจสอบสถานที่ก่อนเปิดให้บริการ มีเครื่องมือที่ครบวงจร ความสะอาดภายในคลินิก หรือโรงพยาบาลย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพื่อลดการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้นได้ การเช็คสถานพยาบาล โดยปกติแล้วหากทางคลินิกได้รับอนุญาติการเปิดจะมีเลขสถานพยาบาล 11 ตัว สามารถเช็คสถานพยาบาลได้ในเว็บ เพิ่มเติมได้ เพียงแค่กรอกชื่อสถานพยาบาลแล้วกดค้นหา ก็สามารถตรวจสอบได้แล้ว

  1. หมอ หรือแพทย์

การร้อยไหมต้องดูแลจากแพทย์เท่านั้น โดยหมอที่ทำการร้อยไหมต้องมีความรู้ และยังต้องคอยอัพเดทเทคนิคการร้อยไหมแบบต่าง ๆ และได้รับการเทรนจากบริษัทการร้อยไหมแบบต่าง ๆ การร้อยไหมไม่ถูกชั้นผิว อาจเกิดผลข้างเคียงมากมาย ซึ่งส่งผลร้านแน่นอน หากแพทย์นั้นไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือชำนาญ  แพทย์ที่ให้คำปรึกษาเป็นคนเดียวกับที่ลงมือทำการรอยไหมให้เรา หรือไหม หมอจะชี้แจงรายระเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะแนะนำไหมที่จะใช้กับเรา บอกเทคนิคที่จะใช้บนใบหน้าของเราด้วย หรือแม้แต่เรื่องการใช้ยาชา

  1. เส้นไหมที่ใช้

ในปัจจุบันเส้นไหมมีหลายประเภท แต่เส้นไหมที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ คือ ไหมโพลีไดอ๊อกซาโนน เป็นไหมที่นำมาเย็บหัวใจตอนทำการผ่าตัด ซึ่งเป็นไหมที่มีโอการแพ้ไหมน้อยมาก จึงเป็นที่นิยม แต่ทว่าเส้นไหมแต่ละประเภทยังถูกแบ่งชนิดไปอีก เช่น เส้นไหมคลอลาเจน, เส้นไหมแขวน, เส้นไหม 360 องศา, และเส้นไหมเงี่ยง เป็นต้น เส้นไหมแต่ละแบบนั้นมีจุดเด่นต่างกันสามารถขอดูเส้นไหมก่อนทำการร้อยไหมได้อีกด้วย

  • เส้นไหมคลอลาเจน เป็นไหมเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่มเหรือเกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ร้อยไหมชนิดนี้บริเวณคอ หน้าผาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ช่วยในการยกได้น้อย เนื่องจากข้อจำกัดในการดึงของตัวไหม อาศัยหลักการสร้างคลอลาเจนอิลาสตินใต้ผิวหนังที่ทำการร้อยมากกว่าการดึงผิว
  • เส้นไหมแขวน (Sling Lift) : เป็นไหมพัฒนาใหม่ ลักษณะเป็นไหมเงี่ยงติดเข็มสองด้าน ระหว่างสองด้านของเส้นไหมออกแบบมาให้เป็นจุดดึงเพื่อให้เกิดแรงที่มากขึ้นของไหมเงี่ยงสองด้านดึงเข้าหากัน ต้องอาศัยการออกแบบและแนวการร้อยโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดแรงดึงที่เหมาะสมในการดึงหน้าและจัดรูปหน้าให้ละมุนละมัย เหมาะสำหรับการเก็บความหย่อนคล้อยในบริเวณที่ดึงโดยทั่วไปทำได้ยาก เช่น มุมปาก กรอบหน้า โหนกแก้ม
  • เส้นไหม 360 องศา หรือร้อยไหมเงี่ยงที่มีลักษณะเป็นเส้นไหมทรงกระบอก มีเงี่ยงตลอดแนวไหมเกลียว 360 องศา มีความยืดหยุ่น ปริมาณเนื้อไหมมาก มีจุดแขวนหรือจุดคล้องใต้ผิวหนังบริเวณขมับ เหนือใบหู ซึ่งอยู่ในชั้นที่เรียกว่า SMAS จึงคล้ายกับการผ่าตัดขนาดเล็ก เหมาะกับการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียว และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนัง หลังร้อยไหมเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก
  • เส้นไหมเงี่ยง (Cog threads) : เป็นไหมที่ขนาดใหญ่ขึ้นมีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยานขึ้นไปตามแนวไหม คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียว ดึงผิวได้มากกว่าไหมสองชนิดแรก จึงใช้ในการวางแผนการดึงผิวในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยมาก เช่น กรอบหน้า ใต้คาง
  1. รีวิวเชื่อถือได้จริง

การดูรีวิวจากผู้ที่ผ่านการร้อยไหมจากคลินิก หรือ สถานพยาบาลนั้น ๆ ที่เราเล็งไว้จะไปทำที่นั้น ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจในการจะเข้าไปใช้บริการ การร้อยไหมในสถานที่นั้น เราต้องดูรีวิวของคนที่มีปัญหารูปหน้าคล้ายกับเรา หรือดูรีวิวการเปลี่ยนแปลงหลังจากร้อยไหมแล้วผลออกมาเป็นอย่างไร

  1. โรคประจำตัว หรือสภาวะของร่างกาย

สำหรับการร้อยไหมนั้นไม่สามารถทำการร้อยไหมได้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวนั้นไม่ควรร้อยไหมเด็ดขาด อย่าลืมที่จะแจ้งแพทย์ หรือพนักงานทุกครั้ง หากมีโรคตามนี้

  • โรคไวรัสตับอักเสบซี
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • โรค เอช ไอ วี
  • โรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • โรคไวรัสตับอักเสบบี
  • มีภาวีติดเชื้อ
  • มีประวัติการเป็นคีรอยด์ได้ง่าย
  • กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ถ้าหากมีการแพ้ยาชาทั้งทา และการฉีดควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้งในการเข้ารับรักษา การร้อยไหม สามารรถทำได้ทั้งชาย หญิง และสามารถทำได้กับทุกส่วนของร่างกาย เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่ผลิตไหม ชนิดของไหม รูปแบบความหย่อนคล้อยของผิวว่าควรจะใช้ไหมชนิดไหน และการจะใช้เทคนิคอะไรในการรักษาให้ได้ผล คุ้มค่าการลงทุนทั้งเงิน เวลา ความเสี่ยง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือศึกษาหาข้อมูลดูรีวิวต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

นวัตกรรมเสริมความงามที่คนส่วนใหญ่ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก การร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ถูกต้องจะก่อให้เกิดเป็นเส้นไยอิลาสตินที่ช่วยยืดหยุ่นประคองผิวไว้ การร้อยไหมนั้นจะมีการที่เอาเข็มที่มีเส้นไหมร้อยไปใต้ชั้นผิวหนัง จึงมีการฉีดยาชาหรือทายาชาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บในขณะที่ร้อยไหม  สุดท้ายอย่าลืมที่จะเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ผลการรักษาทีมีประสิทธิภาพ และมีควาปลอดภัยที่ดีที่สุด