หน้าสวย เรียวได้ ด้วยฟิลเลอร์คาง

หลายคนคงมีปัญหาเรื่องหน้าที่ไม่ได้รูป รู้สึกคางสั้นไป ถ่ายรูปออกมาแล้วดูหน้าอ้วน ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่อยากออกกล้อง ทั้ง ๆ ที่อุส่าแบกชุดสวยกับกล้องตัวใหม่ไปเที่ยวด้วยทั้งที อีกหลายคนอาจจะรู้สึกว่า ถ้าอยากทำคางให้ยาวกว่านี้คงหนีไม่พ้นการศัลยกรรมเป็นแน่ อยากจะทุบหน้าแต่ก็กลัวเจ็บ ไหนจะค่าใช้จ่ายแพง ๆ หรือจะต้องบินไปทำสวยถึงเกาหลีก็คงจะไม่ไหว วันนี้เรามีทางออกให้คุณแล้วค่ะ คิดว่าทุกท่านคงเคยได้ยิน การทำฟิลเลอร์คางมาบ้าง แต่วันนี้เราจะให้ทุกท่านได้ทำความรู้จักกับ การฉีดฟิลเลอร์คางให้ดีมากกว่าขึ้นกว่าเดิมจากบทความนี้ค่ะ

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร ?

ฟิลเลอร์คือสารสกัดจากธรรมชาติประเภท Hyaluronic Acid (ไฮยาลูรอนิค แอซิด) มีฤทธิ์เป็นสารเติมเต็ม สามารถฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังหรือใต้ผิวหนัง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสมมาตรหรือเรียกว่า V shape (วี-เชป) ได้ นอกจากนั้นจาก Hyaluronic Acid ยังช่วยให้ผิวเต่งตึง ยกกระชับผิว ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้อีกด้วย หากเราฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและคุณหมอที่เชี่ยวชาญ การฉีดฟิลเลอร์คางของเราก็จะไม่น่ากลัวเลย อีกทั้งยังได้ผลลัพธ์ดีไม่แพ้การผ่าตัดศัลยกรรมอีกด้วย การฉีดฟิลเลอร์ยังใช้เวลารวดเร็ว ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงเท่านั้น และไม่มีความจำเป็นที่ต้องพักฟื้นทีโรงพยาบาลอีกด้วย ฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 – 2 ปีขึ้นอยู่กับคุณภาพของยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เราใช้ ฟิลเลอร์ที่สลายไปแล้วจะไม่มีสารตกค้างอยู่ในร่างกาย และยังสามารถฉีดเพิ่มเติมได้เรื่อย ๆ แต่แนะนำให้ทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและชำนาญการ

ฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหนดี

สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไรกับใบหน้าเราคือ การศึกษาเลือกสถานที่และแพทย์ที่จะทำว่ามีความชำนาญแค่ไหนและคลินิกได้มาตราฐานหรือไม่ โดยสังเกตได้จากลักษณะต่อไปนี้

  1. เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในงานหัตถกรรมด้านนี้ เพราะการทำศัลยกรรมคืองานหัตถกรรมที่ละเอียดอ่อน ถ้าผิดพลาดไปเราอาจจะไม่กล้าโชว์หน้าสวย ๆ  อีกก็เป็นได้ ดังนั้นการเลือกแพทย์ที่มีความถนัดเฉพาะด้านจึงสำคัญมาก เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามได้รูปเป็นธรรมชาติ

  1. เลือกคลินิกที่มีชื่อเสียง

คลินิกที่เลือกจำเป็นต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข และควรศึกษาผ่านเว็ปไซต์ช่องทางต่าง ๆ  ศึกษาว่าคลินิกมีกรณีหรือเคสที่มีปัญหาหรือไม่ และในแต่ละเคสคลินิกมีการแก้ปัญหาอย่างไร หาภาพเปรียบเทียบผลงานก่อนและหลังทำหัตถกรรมของคลินิกนั้น ๆ

  1. หมั่นดูรีวิวและสอบถามผู้มีประสบการณ์มาก่อน

การสอบถามผู้ที่มีประสอบการการฉีดคางมาก่อนนั้น ถือว่าช่วยได้มากเพราะจำทำให้เรารู้ว่าจุดไหนที่ควรระวัง แพทย์และคลินิกไหนมีชื่อเสียง สามารถไปตามได้ไหม เพราะการที่เคยมีคนไปก่อนแล้วจะทำให้เรามั่นใจและเชื่อมั่นในคลินิกนั้นได้มากขึ้น อีกทั้งเราสามารถดูงานจากใบหน้าผู้ที่เราสอบถามได้กับตา ยิ่งถ้าเป็นคนสนิทเราก็ควรจะลองสัมผัสว่าเนื้อฟิลเลอร์ที่ถูกฉีดเข้ามาบนใบหน้าเรานั้นเป็นแบบที่เราต้องการหรือไม่ และคนสนิทจะสามารถพูดถึงข้อดีและข้อเสียได้แบบจริงใจด้วย

ข้อดีข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง

ทุกอย่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น การทำฟิลเลอร์ก็เช่นกัน

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • การฉีดฟิลเลอร์คางเหมาะกับคนที่ต้องการใบหน้าที่เรียวสวยแบบเร่งด่วน เพราะใช้เวลาไม่นาน แต่ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว พอฉีดเสร็จก็จะได้ใบหน้าเรียวยาว สวยทันที อาจจะมีรอยเข็มใต้คางเล็กน้อยแต่ใช้เวลาไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็จะหายไปแล้ว
  • ไม่ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล เพราะจะใช้เพียงแค่เข็มฉีดเข้าไปใต้คางเท่านั้น ไม่มีการเปิดแผลหรือการลงมีดบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเราไม่ต้องนอนพักหรือนอนเตรียมตัวที่โรงพยาบาลเลย ฉีดเสร็จเดินกลับบ้านพร้อมคางใหม่ไฉไลกว่าเดิม
  • สามารถปรับแก้ฟิลเลอร์คางได้ตลอดเวลา เพราะหากเยอะเกินไปจะมีสารสลายฟิลเลอร์ ฉีดลงไปเพื่อย่อยสลายบางส่วนออกได้ทันที หากน้อยเกินไปก็เดิมได้ตลอดเวลา
  • การฉีดฟิลเลอร์จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการผ่าตัดเสริมคาง หากให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีเทคนิคดีๆ ก็จะได้คางที่ธรรมชาติมากๆ และควรใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานร่วมกันด้วย เพราะฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานจะไม่ทำให้ค้างย้อย หรือ ไหลจนผิดรูป
  • ฟิลเลอร์สามารถย่อยสลายได้แต่ไม่ทำให้เนื้อคางผิดรูปหรือหนังคางยืดย้วยห้อยลงมาแต่อย่างใด และเมื่อฟิลเลอร์หมดไปแล้วก็สามารถฉีดใหม่ได้

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • ฟิลเลอร์มีอายุเพียง 1 – 2 ปี เท่านั้น ทำให้ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลามาเติมบ่อยๆ
  • หากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่เชียวชาญ อาจจะมีผลให้คางผิดรูปได้เพราะถ้าฉีดไปโดนกล้ามเนื้อที่สำคัญ จะทำให้ฟิลเลอร์เกาะกันเป็นก้อนได้ และถ้าฉีดไม่ลึกพอ ฟิลเลอร์ก็จะถูกกล้ามเนื้อดึงมารวมกันทำให้เวลาพูดหรือยิ้ม เห็นฟิลเลอร์เป็นก้อน ดูไม่เป็นธรรมชาติได้ วิธีแก้คือต้องฉีดเข้าไปสลายฟิลเลอร์ที่กล้ามเนื้อบริเวณนั้นก่อน แล้วค่อยฉีดฟิลเลอร์ใหม่ แต่หากยังไม่ได้ผลอีกก็จำเป็นต้องฉีดโบท็อกเข้าที่กล้ามเนื้อเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อมาดึงฟิลเลอร์และจับกันเป็นก้อนอีก

การเลือกฟิลเลอร์แท้ทำอย่างไร

การศึกษาและรู้จักฟิลเลอร์แท้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะผลเสียของฟิลเลอร์ปลอมย่อมมีมากไม่แพ้ข้อดีของฟิลเลอร์แน่นอน ฟิลเลอร์ปลอมจะย่อยสลายเร็วอยู่ได้ไม่นานก็จะหายไป นอกจากนั้นยังย้อย เป็นก้อนแข็งด้วย ของปลอมที่เราพอเจอบ่อยๆคือ ของที่ลักลอบนำเข้าไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน เราจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องศึกษาการดูฟิลเลอร์ของแท้ ยี่ห้อฟิลเลอร์แท้ที่พบเจอได้บ่อย ได้แก่ Perfectha subskin, Juvederm UltraPlusXC, Juvedrem Voluma, Juvedrem Vobella, Restylane และ Restylane Perlane Lyft เป็นต้น หากพบเห็นว่าเป็นชื่อเหล่านี้มั่นใจได้เลยว่าเป็นของแท้แน่นอน

วิธีการดูฟิลเลอร์ของแท้

  • มีป้ายภาษาไทยหรือมีเอกสารกำกับภาษาไทยอยู่ในกล่อง
  • มีเลข Lot ที่กล่อง, ซอง, สติกเกอร์, หลอดเป็นเลขเดียวกัน
  • กล่องไม่ถูกเปิดใช้งานมาก่อนและมีสติกเกอร์ซีลปิดบริเวณปากกล่อง
  • โดยที่เราสามารถโทรไปสอบถามเลข Lot ได้กับบริษัทที่ผลิตหรือนำเข้า

การดูแลตัวเองหลังฉีดคาง

การดูแลตัวเองหลังจากฉีดคางเป็นอีกหนึ่งเรืองที่สำคัญ จริง ๆ แล้วจะใช้เวลาที่ฟิลเลอร์เซตตัวไม่นาน ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ก็สามารถใช้ชีวิตแบบไม่ต้องระวังได้แล้ว

  1. พยายามหลีกลี่ยงกิจกรรมที่เกี่ยวกับความร้อน เช่น การเข้าซาวน่า การไดร์ผม หรือการทำอาหารหน้าเตาร้อน ๆ เป็นต้น เพราะกิจกรรมเหล่านั้นส่งผลให้ผิวมีการหดและขยายตัว มีผลกับการจัดรูปของฟิลเลอร์ได้
  2. งดการออกกำลังกายประมาณ 48 ชั่วโมง การออกกำลังการทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุสูง นอกจากนั้นยังทำให้ร่างกายเสียน้ำ ทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื่น และการเคลื่อนไวที่รุนแรงอาจทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปด้วย
  3. ควรระวังท่าในการนอน โดยเฉพาะการนอนคว่ำหน้าเพราะคางอาจจะไปเคยกับหมอนทำให้คางเสียรูปได้
  4. หลีกเลี่ยงการสวมหมวกกันน็อคที่รัดแน่น เพราะจะทำให้คางเสียรูป
  5. หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือการสัมผัสใบหน้า เพราะจังหวะที่เราจับหน้าเราอาจจะกะน้ำหนักมือไม่ดี และทำให้ฟิลเลอร์เสียรูปได้

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นน่าจะช่วยให้หลาย ๆ ท่านตัดสินใจในการฉีดฟิลเลอร์คางได้ไม่มากก็น้อย การฉีดฟิลเลอร์ไม่มีความเสี่ยงเพียงแต่ต้องหาข้อมูลเยอะ ๆ อ่านรีวิวและสอบถามจากผู้มีประสบการณ์ พกความกล้าเดินเข้าคลินิกและออกมาพร้อมกับใบหน้าเรียวยาว อย่างเป็นธรรมชาติได้เลย