เผยความลับ Hifu ยกกระชับใบหน้า ต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผล

ปัญหาหน้าบาน แก้มกลม หน้าเหลี่ยม ถือเป็นปัญหาพาหนักใจอันดับต้น ๆ ของใครหลายคน เพราะใบหน้าถือเป็นสิ่งแรกที่มองเห็นในกระจก โดยเฉพาะสาว ๆ ถ้ามีใบหน้าที่ไม่ได้รูป คงจะน่ากลุ้มใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นการทำศัลยกรรม จึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่หลายคนเลือกจะทำ ซึ่งวิธีการทำศัลยกรรมนั้นบอกเลยว่า ถ้าไม่ได้คุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานก็อาจจะผิดหวังกลับมาก็เป็นได้ นอกจากเสียดายเงินแล้ว ยังเสียใบหน้าธรรมชาติที่อาจเรียกคืนกลับมาไม่ได้อีกด้วย

ทำให้ปัจจุบัน มีเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมไปถึงเลเซอร์ชื่อดังอย่าง Hifu ที่ใคร ๆ ก็แห่พากันไปทำเต็มไปหมด เพราะเป็นนวัตกรรมแก้ไขปัญหา ยกกระชับใบหน้า โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และพักฟื้น อยากรู้แล้วล่ะสิว่า Hifu นั้นคืออะไร วันนี้เราจะพา Hifu มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันค่ะ

Hifu ยกกระชับใบหน้า คืออะไร ?

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นนวัตกรรมความงามในรูปแบบใหม่ ที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง โดยมีพัฒนาการมาจากอัลตร้าซาวด์ที่ใช้ดูครรภ์ทางการแพทย์ ทำให้การันตีถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยการทำงานของ Hifu นั้นจะทำให้เกิดความร้อนในบริเวณใต้ชั้นผิว โดยสามารถกำหนดความลึกในแต่ระดับของปัญหาผิวได้ โดยสามารถลงไปถึงระดับลึกอย่างชั้น  SMAS หรือ Superficial Musculo Aponeurotic System ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ทางการแพทย์ใช้ผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงานของ คอลลาเจน และ อิลาสตินใต้ชั้นผิวหนัง ให้ฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ผิวหน้าดูยกกระชับ และมีความอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแต่อย่างใด ที่สำคัญการส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์จะไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นนอกแต่อย่างใด 

ใครบ้างที่เหมาะจะทำ Hifu ยกกระชับใบหน้า

เมื่อย่างเข้าอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยส่วนใหญ่ใบหน้าจะเริ่มออกอาการ มีความหย่อนคล้อยให้เห็นบ้าง ทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ เช่นบริเวณ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา เริ่มสามารถมองเห็นได้ และหากปล่อยไปนาน ๆ เข้า ผิวหน้าก็จะปรากฎความหย่อนคล้อยให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นควรเริ่มต้นดูแลใบหน้าให้มีความกระชับอยู่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่อายุยังไม่มาก เพื่อป้องกันปัญหาที่จะต้องเสียเงิน และใช้เวลามาก ในช่วงที่อายุเยอะ การทำ Hifu นั้นจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอย ผิวหนังหย่อนคล้อย กระชับรูขุมขน อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด รวมถึงการยกกระชับใบหน้าหรือยกแนวคิ้วให้ขึ้น และผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย ลดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ลดเหนียงใต้คางหรือลดคางสองชั้น

ทำ Hifu ยกกระชับใบหน้า แล้วจะรู้สึกเจ็บไหม ?

หลายคนพอได้รู้ว่าการทำ Hifu นั้นจะสามารถลงลึกได้ถึงชั้น  SMAS หรือ Superficial Musculo Aponeurotic System ซึ่งเป็นชั้นที่ทางการแพทย์ใช้ผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า ก็พากันไม่กล้าทำ เพราะกลัวเจ็บ แต่ที่จริงแล้วการทำ Hifu นั้นต่างจากการผ่าตัดหลายเท่า เพราะไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนทำด้วยซ้ำ แค่ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ทาเจ็บ ใช้การประคบเย็นเพื่อเตรียมผิวให้ก่อนทำก็สามารถทำได้ ในระหว่างทำอาจมีความรู้ จี๊ด ๆ ที่บริเวณผิวบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งผลระหว่างการทำจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

Hifu ยกกระชับ ทำได้บริเวณไหนบ้าง ?

– ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก รอยเส้นยาว รอยพับย่นของหน้าผาก

– ริ้วรอยบริเวณระหว่างคิ้ว ปัญหาปมที่เกิดจากพฤติกรรมเช่นการ ขมวดคิ้ว ยักคิ้ว

– ริ้วรอยบริเวณหางตา ตีนกา หนังตาตก ให้รอบดวงตาดูสดใส ไม่หมองคล้ำ

– ริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้ไขให้ดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นหลังทำ

– ยกคิ้ว ใช้ให้ดวงตาดูกลมโต สดใสมากยิ่งขึ้น

– คางสองชั้น แก้ไขปัญหาเหนียง คางจม ทำให้หน้าดูอ้วน กลม

– ยกมุมปาก แก้ไขปัญหาใบหน้าบูดบึ้ง มุมปากตก ให้ดูอมยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ

– ปรับโครงหน้า ให้หน้าดูเรียว มีมิติ เพิ่มความ V-shape ของใบหน้ามากยิ่งขึ้น

ข้อดีของการทำ Hifu ยกกระชับ

สำหรับการทำ Hifu นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่อง ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ร่องลึกบนผิวหน้า โดยไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ หรือผ่าตัด อีกทั้งราคาในการทำมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเมื่อเทียบเท่ากับการศัลยกรรม พร้อมทั้งสามารถทำการรักษาได้บ่อยครั้ง ในการรักษาไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา หรือทายาชา เพียงแค่ใช้การประคบเย็น เพื่อเตรียมชั้นผิวให้พร้อมก่อนทำเท่านั้น หลังทำไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เพราะไม่มีบาดแผลใด ๆ หลังทำเสร็จ จะสามารถเห็นผลหลังทำได้ประมาณ 10 – 20% ทันที แก้ไขปัญหา ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เรียบเนียน โครงหน้าชัดขึ้น บริเวณที่ทำดูดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติตั้งแต่หลังทำทันที

ขั้นตอนการทำ Hifu ยกกระชับ

แพทย์จะทำการประเมินจำนวนช็อต และออกแบบรูปทรงของใบหน้าอย่างเหมาะสม จากนั้นจึงจะทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำ โดยแพทย์จะทำการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวนด์เข้าสู่บริเวณชั้นผิวของคนไข้ ระหว่างนี้อาจจะรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณผิวหนังชั้นบนเพียงเล็กน้อย แต่จะไม่ถึงขั้นรู้สึกเจ็บแต่อย่างใด

การเตรียมตัวก่อนทำ Hifu ยกกระชับ

– ควรเลือกคลินิก หรือ โรงพยาบาล ที่มีมาตรฐาน มีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ Hifu

– ปรึกษาแพทย์เพื่อออกแบบใบหน้า และประเมิณจำนวนช็อตก่อนทำทุกครั้ง

– ตรวจเช็คสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หยุดทานอาหารเสริมประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา หรือยาแอสไพริน

– สตรีมีครรภ์ หรือ ให้นมบุตร ไม่ควรฉีด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา

วิธีปฏิบัติตัวหลังทำ Hifu ยกกระชับ

– สามารถทาครีมบำรุงผิวหน้า แต่งหน้าได้ตามปกติ

– ควรหลีกเลี่ยงการออกแสงแดดกลางแจ้งอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจน และ อิลาสตินเกิดการฟื้นฟูใต้ชั้นผิวได้อย่างเต็มที่

– ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ เพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นจากแสงแดด

– หลีกเลี่ยงการทำทรีทเมนต์ นวด ถู บริเวณหน้าอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์

Hifu ต้องทำกี่ช็อต กี่ครั้ง ถึงจะเห็นผล

สำหรับการทำ Hifu ที่หลายคนเกิดความสงสัยว่าจะต้องทำทั้งหมดกี่ครั้ง หรือ กี่ช็อต ทั้งนี้ผลลัพธ์หลังทำนั้นย่อมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ประเมิณปัญหาของแต่ละบุคคล เพราะใบหน้าย่อมมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย หรือ สภาพผิว ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการรักษาแทบทั้งสิ้น โดยการทำ Hifu หลังทำจะสามารถเห็นผลได้ในทันทีประมาณ 10 – 20% เพราะผิวจะเกิดการหดตัวของความร้อนจากคลื่นอัลตร้าซาวน์ และจะเห็นผลเต็มที่ใน 1 – 2 เดือน หลังจากทำ โดยเมื่อทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้น

Hifu สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้มั้ย ?

การทำ Hifu ยกกระชับ สามารถทำพร้อมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ เช่น ฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็ม ฉีดเมโสแฟตสลายไขมัน ฉีด/ร้อยไหม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดปัญหามากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในบางคน มีบริเวณร่องแก้มที่ลึกจนสามารถมองเห็นได้ชัด แพทย์จะแนะนำให้ทำร่วมไปกับการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีที่ชัดเจน แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แนะนำให้พบแพทย์เพื่อปรึกษาและออกแบบรูปหน้าก่อนทำทุกครั้ง

เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากได้อ่านทำความรู้จักกับเจ้า Hifu ยกกระชับใบหน้า แทบอยากจะจองคิวแพทย์ไปทำทันทีเลยมั้ยเอ่ย ? แต่สำหรับใครที่สนใจจะทำ Hifu ก็อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลก่อนทำเยอะ ๆ เลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแล ออกแบบใบหน้า และที่ขาดไม่ได้คือ คลินิก หรือ โรงพยาบาลที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย ไม่หลอกลวงนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วหลังทำ อาจจะเสียทั้งเงิน และเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ สุดท้ายต้องมานั่งแก้ไขปัญหาระยะยาวตามหลังเอา จะได้ไม่คุ้มเสียนะคะ