ไขข้อข้องใจ! HIFU ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ในปัจจุบันนวัตกรรมการยกกระชับใบหน้านั้น มีวิธีหลากหลายตามความต้องการที่แตกต่างกันไป ทั้งการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า การฉีดไหม การฉีดโบท็อก รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ ของการแพทย์ที่ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้มีปัญหา และสอดคล้องต่อกระแสความนิยมของธุรกิจศัลยกรรมความงามในปัจจุบัน เพราะสังคมในปัจจุบันรูปร่างหน้าตาภายนอกเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้เกิดการสร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็น ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หากมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ส่งผลต่อการเข้าสังคมพบปะสังสรรค์ หรือติดต่อเจรจาธุรกิจที่มีความจำเป็นในการใช้ชีวิตในปัจจุบันนี้ การเปลี่ยนแปลงของสังคมทำให้ผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตามได้หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองให้ดูดีอยู่เสมอ และตัวช่วยที่จะพึ่งพาได้ในอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมกันมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ มา คือ การทำศัลยกรรม จึงบางครั้งเกิดเป็นค่านิยม สวย/หล่อ ด้วยแพทย์ เกิดขึ้น และไม่ต้องรอถึงชาติหน้า เมื่อผลลัพธ์สามารถเห็นได้อย่างรวดเร็วและออกมาเป็นที่น่าพอใจประกอบกับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถสร้างสรรค์ความงามได้ดังปรารถนา

มาทำความรู้จัก HIFU คืออะไร?

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงส่งเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังระดับลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ทำให้ผิวหนังในชั้น SMAS หดตัว คล้ายกับการเย็บที่เนื้อ เพื่อทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจน หรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งเป็นการดึงหน้าที่ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและอ่อนเยาว์มากขึ้น อัลตร้าซาวด์ที่เน้นความเข้มสูงของ HIFU เป็นเทคนิคการรักษาแบบไม่รุกราน ทำให้เกิดแผลน้อยมาก และยังสามารถใช้เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดหรือน้ำเหลือง หรือเพื่อทำลายเนื้อเยื่อเช่นเนื้องอกผ่านกลไกของ HIFU

ทั้งนี้เทคโนโลยี HIFU มีความคล้ายคลึงกับการถ่ายภาพด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงถึงแม้ว่าจะมีความถี่ต่ำกว่าและต่อเนื่องมากกว่า เป็นการเปรียบเทียบเหมือนกำลังใช้แว่นขยายเพื่อโฟกัสแสงแดด เฉพาะจุดโฟกัสของแว่นขยายเท่านั้นที่มีความเข้มสูง แม้ว่าจะมีการใช้เลนส์แบบดั้งเดิม แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสามารถเปลี่ยนตำแหน่งโฟกัสได้อย่างง่ายดาย จำนวนครั้งของการทำ HIFU ในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน โดยขึ้นอยู่กับปัญหาของรูปหน้า

หลักการทำงานของ HIFU

ทำความเข้าใจหลักการทำงานของ HIFU เครื่องนี้จะใช้คลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง โดยพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์นี้ จะทำให้เกิดความร้อนสูงกว่า 40 ⁰C ด้วยความถี่ที่จำนวนนับ 1,000 ครั้ง ในช่วงเวลาเพียง 0.1 – 1 วินาที ลงไปทำปฏิกิริยากับผิวได้ถึง 3 ระดับอย่างแม่นยำ คือ ผิวหนังแท้ชั้นตื้น ๆ ชั้นเนื้อเยื่อคอลลาเจน และชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวหดกระชับและยกตัวขึ้น โดยผิวหนังแท้จะที่ใช้หัวยิง ความลึก 1.5-2.0 mm ผิวชั้นกลางหรือชั้นเนื้อเยื่อคอลลาเจนใช้หัว 3.0 mm และผิวหนังชั้นเนื้อเยื่อพังผืด ใช้หัว 4.5 mm ไม่ต้องทายาชาก่อนทำ เพียงแค่ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ทาเจล แล้วเริ่มทำได้เลย

โดยความรู้สึกตอนทำ จะรู้สึกเพียง จี๊ด ๆ เบา ๆ  โดยคลื่นความถี่นี้จะไม่ทำให้ผิวชั้นนอกบางลงเหมือนเลเซอร์แบบอื่นๆ ซึ่งช่วงความยาวของคลื่นและอุณหภูมิจะอยู่ในระดับที่เสถียรพอเหมาะตรงจุด ทำให้เกิดการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน อย่างพอดี พลังงานของตัวคลื่นจะลงตรงจุดอย่างแม่นยำ โดยไม่ทำให้ผิวรอบข้างบาดเจ็บมากเกินไป จึงทำให้ไม่รู้สึกถึงความเจ็บ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะมีประสิทธิภาพสูง การใช้คลื่นอัลตราซาวด์จะทำให้เกิดเป็นจุดเล็ก ๆ ใต้ชั้นผิวหนังเป็นการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ที่แข็งแรงและแน่นกว่าของเดิม ส่งผลให้ผิวหน้ายกกระชับ รูขุมขนดีขึ้น ผิวเนียนนุ่มขึ้น หน้าเรียบเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ผลลัพธ์ที่ได้หลังการทำ HIFU

การเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ ความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ ริ้วรอยที่หน้าผาก หางตา สำหรับคนที่ไม่อยากฉีดโบท็อกเพราะรู้สึกว่าตึงเกินไป การทำ HIFU เพื่อให้ชั้นผิวหนาขึ้นก็สามารถทำให้ริ้วรอยเหล่านี้น้อยลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้ายกกระชับขึ้น ริ้วรอยลดน้อยลง กรอบหน้าชัดขึ้น เหนียงลดลง ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นผลเต็มที่ 100% ในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน อีกทั้ง ยังช่วยคอลลาเจนในรูขุมขน คอลลาเจนที่ร่องแก้ม

อีกหนึ่งจุดเด่นของ HIFU คือ ช่วงไขมันเหนียงและริ้วรอยที่คอ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ผลการยกกระชับใบหน้า อยู่ได้นาน 6 – 12 เดือน ทั้งนี้ผลการรักษาขึ้นกับสภาพผิวของคนไข้ และ HIFU จะสามารถทำได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีผลเสีย ยิ่งทำยิ่งกระชับมากขึ้น ซึ่งใบปัจจุบันคนนิยมทำ HIFU ทุก 2-3 เดือน เนื่องจากไม่ต้องฉีด ไม่ต้องพักหน้าและหน้าเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่ง HIFU จะช่วยป้องกันความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคตได้

การทำ HIFU ทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?

HIFU เป็นนวัตกรรมความงามใหม่ ที่ช่วยตอบโจทย์ความรวดเร็วในการช่วยดูแลผิวหน้า ซึ่งการรักษาเพียงครั้งเดียวก็สามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน โดยใช้เวลาการรักษาแค่เพียง 30 – 45 นาที และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานต่อเนื่อง 6 เดือน – 1 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล) ทั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับแก้มหย่อนคล้อย มุมปากตก หางคิ้วตก จะรู้สึกว่าผิวถูกยกกระชับ หน้าได้รูปขึ้น จะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังการทำประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ คำแนะนำ คือ สำหรับคนที่อายุ 25-35 ปี อาจจะเว้นระยะห่างในการทำมากกว่า แต่แนะนำให้ทำปีละ 2-3 ครั้ง แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แนะนำให้ทำปีละ 2-3 ครั้งโดยเว้นระยะห่าง 1 เดือน และ 4เดือน ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาจะอยู่ยาวนานและได้ประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญหลัก คือ ต้องดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อการทำงานอย่างเต็มสิทธิภาพ และเกิดผลลัพธ์สูงสุด รักษาสภาพให้ผิวกระชับ เต่งตึงได้อย่างยาวนาน

ทั้งนี้การทำ HIFU ณ ปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักและยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ว่าเป็นวิธีการยกกระชับใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูง และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างมากจากผู้เข้ารับการรักษาจริง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการตอบโจทย์ของใครหลาย ๆ คนได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านขั้นตอนการรักษาที่ไม่ต้องทนเจ็บ ผลลัพธ์ของการรักษาที่สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา ทั้งยังผลพลอยได้ตามมาทั้ง การช่วยลดไขมันบริเวณกรอบหน้า รวมไปถึงการช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง ใบหน้าที่กระชับเข้ารูป แถมยังได้ผิวหน้าที่สดใสเปล่งปลั่งอีกด้วย แต่เนื่องจากการทำ HIFU ราคาค่อนข้างสูงจึงแนะนำให้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจ ว่าจะได้ผลในแบบที่เราต้องการจริงหรือไม่ ได้ผลตามที่โฆษณาจริงไหม ควรเลือกทำที่คลินิกไหนดี และต้องเลือกใช้เครื่องยี่ห้อไหนจึงจะได้ผลคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย สิ่งสำคัญ คือ ศึกษาข้อมูลก่อนทำให้ดี ๆ เพราะถ้าไม่ได้ผลตามที่หวังไว้ก็ทำให้คุณเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาไปฟรี ๆ ได้

ทำความเข้าใจหลักการทำงานของ HIFU เครื่องนี้จะใช้คลื่นอัลตราซาวด์ที่มีความเข้มข้นสูงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง โดยพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์นี้ จะทำให้เกิดความร้อนสูงกว่า 40 ⁰C ด้วยความถี่ที่จำนวนนับ 1,000 ครั้ง ในช่วงเวลาเพียง 0.1 – 1 วินาที เข้าไปทุกชั้นของผิว ตั้งแต่ ผิวชั้นบนโดยจะที่ใช้หัวยิง ความลึก 1.5-2.0 mm ผิวชั้นกลางใช้หัว 3.0 mm ผิวชั้น SMAS ใช้หัว 4.5 mm ไม่ต้องทายาชาก่อนทำ เพียงแค่ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ทาเจล แล้วเริ่มทำได้เลย โดยความรู้สึกตอนทำ จะรู้สึกเพียง จี๊ด ๆ เบา ๆ  โดยคลื่นความถี่นี้จะไม่ทำให้ผิวชั้นนอกบางลงเหมือนเลเซอร์แบบอื่นๆ ซึ่งช่วงความยาวของคลื่นและอุณหภูมิจะอยู่ในระดับที่เสถียรพอเหมาะตรงจุด ทำให้เกิดการยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน อย่างพอดี พลังงานของตัวคลื่นจะลงตรงจุดอย่างแม่นยำ โดยไม่ทำให้ผิวรอบข้างบาดเจ็บมากเกินไป จึงทำให้ไม่รู้สึกถึงความเจ็บ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะมีประสิทธิภาพสูง การใช้คลื่นอัลตราซาวด์จะทำให้เกิดเป็นจุดเล็ก ๆ ใต้ชั้นผิวหนังเป็นการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ที่แข็งแรงและแน่นกว่าของเดิม ส่งผลให้ผิวหน้ายกกระชับ รูขุมขนดีขึ้น ผิวเนียนนุ่มขึ้น หน้าเรียบเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ