Thermage ผลข้างเคียง

กล้ามเนื้อมีพังผืดห่อหุ้มกล้ามเนื้อเรียกว่า SMAS เป็นเสมือนเบาะตาข่ายรองอยู่ใต้ชั้นไขมัน ซึ่งยึดติดอยู่กับชั้นผิวหนังอีกที เมื่ออายุมากขึ้นตาข่ายพังผืดนี้จะขาดความแข็งแรง และเริ่มหย่อนคล้อยส่งผลให้ผิวหย่อนยานตามไปด้วย เปรียบเหมือนโครงหลังคาที่ยึดกระเบื้องไว้ เมื่อชำรุดก็ไม่สามารถยึดกระเบื้องไว้ได้เช่นเดียวกับผิว เมื่อ SMAS มีความหย่อนคล้อย เสื่อมสภาพก็ไม่สามารถยึดคอลลาเจนให้มีความตึงกระชับยืดหยุ่นดีไว้ได้

หลายปัจจัยที่ทำให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเป็นอายุที่มากขึ้น แสงแดด มลภาวะ เมื่อเวลาผ่านไป คอลลาเจน และอิลาสตินในชั้นผิว ก็เริ่มลดลงไม่แน่นกระชับดังเดิม ผิวที่เคยกระชับตึงก็จะสูญเสียความยืดหยุ่น ทั้งนี้ เกิดจากคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ คอลลาเจน คือ โปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวหนังทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกันมีลักษณะเป็นสายยาว โดยมีมากที่สุดที่ผิวหนัง ผิวหนังมีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงตัวและ ยืดหยุ่นได้ดี เมื่ออายุมากขึ้นเส้นใยของคอลลาเจน จะเสื่อมสภาพลงทำให้แรงสปริงตัวและ ความยืดหยุ่นที่เคยมีในวัยเด็กเสื่อมสลายไปทำให้เกิดความหย่อนคล้อยของผิว

Thermage คือ อะไร

เทคโนโลยีการยกกระชับผิว เครื่องมือที่ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุความถี่สูง (monopolar RF) นำเข้าจากประเทศอเมริกา ผ่านการรับรองจากทั้งอ.ย. ของประเทศอเมริกา และ อ.ย. ของประเทศไทย เข้าไปทำงานยังชั้นผิวหนัง ใช้กระตุ้นได้ลึกลงตั้งแต่ชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) โดยคลื่นนี้จะช่วยให้คอลลาเจนที่หย่อนคล้อยไม่กระชับกลับมาหดตัว ผิวที่ถูกทำด้วย Thermage จะกลับมามีเกลียวขึงเนื้อเยื่อให้มีความยืดหยุ่นและกระชับได้ดีอีกครั้ง ลดร่องรอยต่างๆ ทำให้รูขุมขนเล็กลง ช่วยยกกระชับผิวหน้า และลดริ้วรอยโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงแลดูอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอก

ความสำคัญของคอลลาเจน

คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนเนื้อเยื่อเส้นใยที่ร่างกายมนุษย์สร้างได้เองตามธรรมชาติ มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังที่มีคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น สดใส เปล่งปลั่ง เมื่ออายุยังน้อยร่างกายจะผลิตได้มาก แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นในวัยเลข 3 การผลิตคอลลาเจนจะลดลงเรื่อย ๆ ดังนั้นการเสริมสร้างคอลลาเจนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้

วิธีการทำงานของ Thermage รักษาผิวภายนอก กระชับภายใน

ขั้นตอนในการส่งผ่านความร้อนอย่างสม่ำเสมอ โดยความร้อนที่มีคุณภาพนี้ ส่งผลทำให้โครงสร้างใต้ชั้นผิวหนังเกิดการกระชับตัวดีขึ้น นอกจากนี้คอลลาเจนจะถูกสร้างเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวของผู้เข้ารับบริการ เกิดความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น มีความนุ่มนวลมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยในการลดร่องรอยต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี รูขุมขนมีขนาดเล็กลง โดยใช้เวลาในการทำเพียงแค่ครั้งละ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น การปล่อยพลังงานของ Thermage ความร้อนจะกระจายกว้าง ละเอียด ลงโดนทุกคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ลงถี่รักษาเต็มทุกพื้นที่ ทำให้คอลลาเจนแข็งแรงขึ้นฉับพลัน หดตัว และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ นิยมใช้ดูแลปัญหาผิวที่คอลลาเจนเสื่อม หรือทำล่วงหน้ากระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อชะลอวัยทำให้ผิวหน้าแน่น ใบหน้ากระชับ เซลล์ไขมันตาย ดูหน้าเข้ารูปขึ้น

ข้อดีของการทำ Thermage มีดังนี้

  1. รักษาเพียงครั้งเดียว ซึ่งต่างจากเลเซอร์ทั่วไปที่ต้องทำซ้ำถึง 3 – 4 ครั้ง
  2. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีบาดแผล
  3. สามารถทำได้กับทุกสภาพผิว
  4. สะดวก รวดเร็ว
  5. ผิวกระชับขึ้นทันทีหลังการทำ

ใครที่ควรทำ Thermage

  1. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ขึ้นไปเพื่อการรักาาที่เห็นผลชัดเจน
  2. ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังหย่อยคล้อย
  3. ผู้ที่มีไขมันส่วนเกิน
  4. ผู้หญิงหลังผ่านการคลอดบุตร และต้องการให้ผิวหน้าท้องกลับมากระชับ
  5. ผู้ที่ประสงคืจะปรับรูปโครงหน้า

บริเวณที่นิยมทำ Thermage

  1. ใบหน้า ลำคอ ได้สัดส่วน ได้หน้าเรียวขึ้น ผิวหน้าดีขึ้น เรียบเนียนขึ้น ตึงขึ้น อ่อนวัย เด็กลง หาแฟนง่ายกว่าเก่า (ล้อเล่น:p)
  2. ตา แก้ปัญหาหนังตาตก ห้อย รอยตีนกาไม่เฟิร์ม รอยทีนกา ริ้วรอยตามวัยที่เราไม่อยากจะมี แก้ปัญหาเปลือกตาที่เริ่มจะไม่ตึง
  3. แขน ท้องแขนที่ไม่เรียบ ห้อย ก็จะเฟิร์ม ดึ๋งดั๋งมากขึ้น
  4. มือ มือที่มีริ้วรอยไม่เรียบ ก็จะตึงขึ้นจนคนเริ่มเดาอายุไม่ถูก
  5. หน้าท้อง หน้าท้องที่หย่อนคล้อย โดยเฉพาะหลังจากการคลอดบุตร ก็กระชับขึ้น
  6. ขา โดยเฉพาะส่วนเขา เรียบเนียน ตึงขึ้น

ความรู้สึกระหว่างการรักษา

ระหว่างการทำ Thermage จะรู้สึกได้ถึงความร้อน อาจรู้สึกไม่สบายตัวบ้าง ความร้อนนั่นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยยกกระชับคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่เพื่อผลการรักษาสูงสุด หลังจากการรักษาด้วย Thermage จะไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบาย

หลังทำ Thermage เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

  1. ช่วยยกกระชับใบหน้าและลดเลือนริ้วรอย
  2. กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่
  3. ปรับโครงหน้าให้เข้ารูป และได้สัดส่วน
  4. ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย
  5. เพิ่มความแข็งแรงให้ผิวหนัง
  6. ผิวหนังได้รับการฟื้นฟูลงลึกถึงระดับเซลล์ผิว

ผลของการรักษายาวนานแค่ไหน และคุ้มค่าไหม

หลังจากการทำ Thermage บางคนอาจเห็นผลลัพธ์ได้ทันที แต่ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดจะปรากฎให้เห็นหลังจาก 2-3 เดือนที่ได้รับการรักษา ภายใต้ผิวหนังจะยังคงสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง และจะยกกระชับได้ดีเมื่อเข้าสู่เดือนที่ หลังจากนั้นจะคงสภาพไว้ประมาณ 1-2 ปี แต่โดยรวมแล้วผลลัพธ์ของการทำ Thermage นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของแต่ละบุคคล

Thermage ที่มาพร้อมกับความเจ็บ 

มีการปรับระดับความอุ่นที่คนไข้ทนไหว ยิ่งร้อนยิ่งดี เป็นสัญญาณว่าใต้ผิวหนังเราตอบสนอง ความร้อนเหล่านี้จะส่งผ่านลึกไปใต้ชั้นผิว เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจน โดยที่คุณหมอจะคอยสอบถามวัดระดับร้อนในระดับที่เราสามารถทนไหว การยิงแต่ละครั้ง จะยิงแช่ไว้ 1 วินาที มีจำนวนการยิงตั้งแต่ 300–900 ครั้ง มากกว่าหรือน้อยกว่า ขึ้นกับบริเวณที่จะทำ

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้จากการทำ Thermage

  1. รอยแดงสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจาก มีการเกิดความร้อนใต้ผิว และจะหายไปเอง
  2. อาการบวม อาจมีรอยนูน หรืออาการบวมเกิดขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง
  3. ผิวไหม้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ ความร้อนของ Thermage ควรเป็นความร้อนในระดับที่ทนได้ ผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความทนของผิวแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน

ผลข้างเคียงที่รุนแรง

เพื่อหวังกอบโกยเงินทางลัดด้วยวิธีที่มักง่าย เพราะความเห็นแก่ตัว โดยไม่สนใจถึงผลเสียของผู้ที่เข้าใช้บริการ จึงทำให้เกิดคนที่ฉกฉวยโอกาส ไม่ประสงค์ดีทำ Thermage ปลอมขึ้นมา เนื่องจากเห็นว่ากำลังเป็นที่นิยมของตลาด ดังนั้นผู้ที่เข้าใช้บริการเอง ก็จำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้บริการเป็นอย่างมาก เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา รวมทั้งต้องพยายามหมั่นหาความรู้ เป็นเกราะป้องกันตัวเอง เพื่อปกป้องและรู้ข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับเครื่อง เทอร์มาจ สามารถแยกแยะได้ว่า ของจริงหรือของปลอมนั้นแต่ต่างกันอย่างไร เป็นเครื่องที่มีมาตราฐานรองรับหรือไม่ มิเช่นนั้นอาจหลงกล จนทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงตามมา

ผลข้างเคียง ของการใช้ Thermage ปลอม

  1. เสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึก
  2. ผิวหน้าอาจเกิดการอักเสบที่รุนแรง เนื่องจาการรักษาที่ผิดวิธี
  3. เกิดรอยดำที่ชัดเจน จากการที่ผิวหนังไหม้
  4. อาจก่อให้เกิดรอยแผลเป็น
  5. สภาพผิวหน้าเปลี่ยนไป

การตัดสินใจเลือกสถานที่ทำ thermage

  1. มีใบอนุญาตประกอบการ จากกระทรวงสาธารณสุข
  2. แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม จากสภาวิชาชีพของแพทย์หรือ “แพทยสภา”
  3. แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญในการทำ
  4. แพทย์ต้องมีประสบการณ์
  5. ให้ข้อมูลได้อย่างชัดเจน สามารถให้ข้อมูลที่สงสัยได้ทุกอย่าง

ไม่ใช่แค่การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมเท่านั้น การปรับรูปหน้าตามองศาความงาม หรือตามทิศทางกล้ามเนื้อที่เหมาะสม จะทำให้โครงหน้าสวยงามได้รูป แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้า จะดีไซน์ให้ลงพลังงานอย่างเหมาะสมในแต่ละจุด เพื่อการปรับรูปหน้ากลับสู่องศาความงามมากที่สุด ทำให้สวยขึ้นในแบบของคุณเอง ดูโดดเด่นขึ้น อีกทั้งการใช้พลังงานที่เหมาะสม ทำให้ลดความเสี่ยงต่างๆ อันอาจจะเกิดจากการใช้เครื่องมือแพทย์ค่ะ ดังนั้นแล้วปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ก่อนตัดสินใจ และเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญ และประสบการณ์

การทำ Thermage มีหลายราคา โดยขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน หากมีความต้องการณ์ที่จะทำหลายช็อต ก็จะส่งผลให้ราคาสูงขึ้นตามจำนวนช็อตไปด้วย ส่วนราคานั้นเริ่มต้นที่ 30,000 – 100,000 บาท Thermage อาจจะขึ้นชื่อว่ามีประสิทธิภาพในระยะยาว แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงให้เห็นอยู่บ้าง อาทิ รอยนูนที่อาจก่อให้เกิดแผล รอยแดงที่เกิดจากความร้อน อาการคันจากผดผื่นที่ขึ้นบนใบหน้าหลังจากทำเสร็จ บางครั้งอาจรุนแรงจนถึงขั้นผิวหนังไหม้ เราจึงควรคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนตันสินใจทำ