อยากผิวสวยถาวรควรทำเทอเมจกี่ช็อต

ผู้หญิงที่เข้าสถาบันความงามล้วนมีเหตุผลที่แตกต่างกัน การเสริมความงามไม่ได้ช่วยแค่ให้ผิวพรรณดีขึ้นเท่านั้น การเสริมความงามในแบบต่าง ๆ ยังช่วยเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้หญิงและช่วยลดปัญหาที่รบกวนจิตใจทั้ง ปัญหาจากริ้วรอย ความหมองคล้ำที่ปรากฏบนใบหน้า รอยดำรอยแดงต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นปัญหาที่รบกวนจิตใจของผู้หญิงทั้งสิ้น การเข้ารับการทำเทอเมจเป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งสำหรับผู้หญิงที่ต้องการลดปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้า เพียงแต่ไม่มีเวลาพักรักษาตัวหลังจากการเสริมความงาม การทำเทอเมจจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

การทำเทอเมจจะเป็นตัวช่วยอย่างดีในการรักษาผิวหน้าจากปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหน้า รูขุมขนไม่กระชับ ผิวหน้าหมองคล้ำไม่กระจ่างใสเหมือนเดิม นอกจากจะรักษาปัญหาผิวหน้า ยังสามารถช่วยลดสัดส่วนต่าง ๆ ของผิวกายได้ทั้งปัญหาเซลล์ลูไรท์ที่ปรากฏบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา แม้จะพยายามออกกำลังกายเพื่อลดเซลล์ลูไรท์ในส่วนดังกล่าว ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ การทำเทอเมจจึงเป็นตัวช่วยที่ดี เพราะฉะนั้นควรที่จะเลือกสถาบันความงามที่ทำเทอเมจที่ได้มาตรฐานและมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำได้ ปัญหาผิวหน้าของผู้เข้ารับบริการมีความแตกต่างกัน แพทย์จะแนะนำจำนวนช็อตสำหรับการรักษาปัญหาผิวหน้าที่เหมาะสม บทความนี้จะให้ความรู้เรื่องจำนวนช็อตที่เหมาะสมสำหรับปัญหาผิว

ปัญหาของผิวกับจำนวนช็อต

การทำเทอเมจจะต้องมีการประเมินลักษณะปัญหาของผิวหน้าของแต่ละบุคคล เพราะผู้เข้ารับบริการทำเทอเมจมีปัญหาผิวที่แตกต่างกัน บางคนมีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว หรือมีทั้งปัญหาความหย่อนคล้อย ผิวขาดความกระชับ ผิวหน้ามองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่สดใสแม้จะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าแล้ว ปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่หมด

  1. 400 ช็อต เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของเซลล์ลูไรท์ต่าง ๆ ทั้งบริเวณใบหน้า และตามร่างกายที่ต้องการให้ทุกสัดส่วนมีความกระชับขึ้น ทั้งใบหน้าที่ต้องการเพิ่มความชัดของกรอบใบหน้า
  2. 600 ช็อต เหมาะสำหรับผู้หญิงที่อยู่ในวัยทำงานและเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งแสงแดด ฝุ่น ควันจากการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดมลภาวะและสิ่งสกปรกสะสมบริเวณใบหน้า จนเข้าไปทำร้ายเซลล์ผิวเกิดความหย่อนคล้อย ความหมองคล้ำ ริ้วรอยบริเวณต่าง ๆ ทั้งแก้ม หางตา และหน้าผาก ควรรับบริการจำนวน 600 ช็อตเพื่อเพิ่มความกระชับให้แก่ผิวหน้า พร้อมทั้งกระตุ้นให้เซลล์ผิวได้มีการสร้างคอลลาเจนมาซ่อมแซมผิวเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวหน้าของผู้เข้ารับบริการ
  3. 1,200 ช็อต เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยอย่างรุนแรง มีความหมองคล้ำเป็นอย่างมาก แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงก็ไม่สามารถเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวหน้าได้ การทำเทอเมจจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อปรับการทำงานของเซลล์ผิวตั้งแต่ชั้นผิวแท้ไปจนถึงกล้ามเนื้อ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานต่าง ๆ ให้แก่เซลล์ผิวของผู้เข้ารับบริการ เพื่อให้ผิวหน้ากลับมากระชับ แลดูอ่อนเยาว์ ลดปัญหาผิวหมองคล้ำ พร้อมทั้งลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ

ข้อจำกัดของการทำเทอเมจ

1 การทำเทอเมจมีราคาค่อนข้างสูง จึงไม่เหมาะกับผู้รับบริการบางกลุ่ม เช่นนักเรียน นักศึกษา เป็นต้น

2 ผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ แพทย์จะไม่อนุญาติให้ทำเนื่องจากอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

3 อาจจะเกิดผลข้างเคียงหลังทำ เช่นมีรอยแดง รอยนูนเกิดขึ้นในบริเวณที่ทำ อาการเหล่านี้สามารรหายได้เองตามธรรมชาติ แต่ถ้ายังไม่หายควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อดีของการทำเทอเมจ

  1.  การทำเทอเมจมีความปลอดภัยสูง เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความสนใจในเรื่องการทำเทอเมจและได้ค้นคว้าศึกษาเพิ่มเติมและพัฒนาให้มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด
  2. การทำเทอเมจสามารถเห็นผลลัพธ์ได้จากการทำเพียง 1 ครั้งแตกต่างจากการทำเลเซอร์ผิวที่จะต้องใช้ระยะเวลาในการทำมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไปจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้
  3. การทำเทอเมจมีความสะดวกเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิว แต่มีระยะเวลาในการพักรักษาไม่มาก หลังจากการเข้ารับบริการไม่ต้องพักรักษาตัว สามารถไปทำงานได้ตามปกติ
  4. สามารถเข้ารับบริการได้ทุกสภาพผิว ทั้งผิวแห้ง ผิวมัน ผิวธรรมดา และผิวผสม แค่เพียงมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อย มีริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ รู้ขุมขนกว้าง สามารถเข้ารับบริการได้ทุกสภาพผิว
  5. สามารถทำได้ง่าย และประหยัดเวลาในการทำ ไม่ต้องฉีดยาชา

ความสามารถของเทอเมจ

เทอเมจสามารถช่วยได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย สำหรับผู้ที่ประสบพบเจอกับปัญหาผิว เทอเมจจะช่วยให้ผิวหน้าและผิวกายของผู้เข้ารับบริการเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี

  1. ผิวหน้ามีความกระชับเพิ่มมากขึ้น
  2. มีปัญหากับกรอบใบหน้าที่ยังไม่ชัดเจน ต้องการที่จะเพิ่มกรอบหน้าให้มีความชัดเจนมากขึ้นโดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
  3. มีไขมันสะสมทั้งบริเวณใต้คาง และบริเวณแก้มเป็นจำนวนมาก เทอเมจใช้พลังงานความร้อนในการช่วยให้ไขมันที่สะสมหดตัวลงและสร้างความกระชับให้แก่บริเวณใต้คาง และบริเวณแก้ม
  4. มีปัญหาผิวหมองคล้ำ เทอเมจจะช่วยในการกระตุ้นเซลล์ผิวให้เกิดการสร้างคอลลาเจนมาบำรุงผิว เพื่อลดปัญหาความหมองคล้ำของผิวหน้า
  5. มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย โดยมีสาเหตุมาจากการลดน้ำหนัก ภาวะหลังการคลอดบุตร ทำให้บริเวณหน้าท้องเกิดความหย่อนคล้อย เทอเมจจะเพิ่มความกระชับให้แก่บริเวณต้นแขน ต้นขา และหน้าท้องที่เกิดความหย่อนคล้อย

เหตุผลที่ควรทำเทอเมจ

เหตุผลที่ผู้มีปัญหาผิวหน้าควรเข้ารับบริการเทอเมจ ก่อนเข้ารับบริการควรที่จะพิจารณาปัญหาของผิวหน้าก่อน ว่าเป็นผู้ที่มีปัญหาผิวได้แก่ปัญหาความหมองคล้ำ ผิวขาดคอลลาเจน ผิวหน้าไม่กระจ่างใสใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ใดก็ยังไม่สามาแก้ปัญหาได้ นอกจากนี้ปัญหาของการเกิดสิวและมีริ้วรอยต่าง ๆ ก็นับว่าเป็นปัญหาที่ควรจะใช้การเทอเมจเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหา เมื่อทำเทอเมจจะสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มทำ และจะเริ่มปรากฏผลอย่างชัดเจน 2-3 เดือน และจะคงทนได้ถึง 1-2 ปี จะช่วยให้เซลล์ผิวได้เกิดการกระตุ้นและสร้างคอลลาเจนมาบำรุงชั้นผิว พร้อมทั้งเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ใบหน้า เป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและเริ่มสร้างเซลล์ผิวใหม่ การดูแลผิวหลังเข้ารับบริการคือ การทาครีมกันแดดเท่านั้น เพื่อให้ครีมกันแดดได้ปกป้องผิวจากแสงแดด ไม่ให้เข้ามาทำลายชั้นเซลลฺผิวที่กำลังสร้างคอลลาเจนที่ใช้ในการบำรุงผิวหน้า แม้เทอเมจจะมีราคาในการทำค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะที่มีราคาแพง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากับราคาที่เสียไป

วิธีการเลือกสถาบันความงามที่จะทำเทอเมจ

การจะทำเทอเมจผิวหน้าควรจะพิจารณาจากสิ่งใดบ้าง เพื่อที่จะได้สถาบันความงามที่ดีมีมาตรฐานและไม่เกิดอันตรายหลังการเข้ารับบริการ

  1. ควรเลือกสถาบันความงามที่มีมาตรฐาน มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำสำหรับการทำเทอเมจผิวหน้าได้
  2. ควรเลือกสถาบันความงามที่มีความสะอาดทั้งสถานที่และเครื่องมือ ต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน
  3. สามารถสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำเทอเมจผิวหน้าได้ และทางสถาบันความงามสามารถอธิบายได้ไม่ปิดบังข้อมูล
  4. ควรเลือกสถาบันความงามทีให้ความสำคัญกับผู้เข้ารับบริการ และมีการบริการหลังการเข้ารับการทำเทอเมจ
  5. ควรศึกษาข้อมูลการทำเทอเมจของแต่ละสถาบันก่อนเข้ารับการปรึกษา

จะเลือกรับบริการเทอเมจในสถาบันความงามใด ควรที่จะศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง เนื่องจากการทำเทอเมจจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าคุ้มค่า การเลือกสถาบันความงามที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้ผู้รับบริการเสียทั้งทรัพย์และเวลา ควรเลือกสถาบันความงามที่มีมาตรฐานและได้รับการรับรองจากสาธารณสุข พร้อมทั้งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาในปัญหาผิวหน้าที่มีความแตกต่างกัน และควรทำเทอเมจจำนวนช็อตที่แตกต่างกันด้วย