ฟิลเลอร์อยู่ได้นานไหม ต้องฉีดยี่ห้อไหนถึงจะดี

ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ เป็นเทคโนโลยีเสริมความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีฟิลเลอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็จะมีรุ่นย่อย ๆ ให้เลือกใช้หลายชนิดรวมถึงแต่ละยี่ห้อก็จะมีระยะเวลาการอยู่ตัวของฟิลเลอร์ด้วยว่าอยู่ได้นานแค่ไหน วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่าแล้วฟิลเลอร์คืออะไร ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน ฟิลเลอร์คือ สารเติมเต็มผิว ที่ชื่อว่าไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ “HA” จะช่วยเติมเต็มใต้ชั้นผิว หรือช่วยเสริมในชั้นผิวหนังแม้กระทั่งใต้ผิวหนัง เราสามารถใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มในส่วนที่เป็นร่องลึก ให้กลับมาดูอวบอิ่ม เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ลงได้

หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน

โดยมาตรฐานของฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ จะมีอายุอยู่ได้ 8 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับ ความเข้มข้นของสาร Hyaluronic Acid และรูปแบบการผลิต ว่าได้รับมาตรฐานการรับรองจากองค์การอาหารและยาหรือไม่ จำเป็นต้องเป็นสารที่เลียนแบบสารตามธรรมชาติ ต้องสามารถย่อยสลายได้เอง ตามกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายและไม่มีการทิ้งสารตกค้างในร่างกาย อีกสิ่งที่ควรจะต้องระวังคือ ฟิลเลอร์ปลอม หรือ ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ฟิลเลอร์รูปแบบนี้จะไม่สามารถย่อยสลายได้เอง

คุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่ควรทราบ

  1. ความแข็ง (Elasticity)

เราจะใช้ฟิลเลอร์ที่มีความแข็งในการปรับโยกโครงหน้าให้สูงขึ้น เพราะต้องฉีดเข้าไปถึงโครงหน้าในชั้นกระดูก ใช้ร่วมกับเทคนิคการฉีดแนวตั้ง ดังนั้นฟิลเลอร์จำเป็นต้องมีความทนต่อแรงกดในแนวตั้งอย่างมาก โดยเทคนิคดังกว่าจะใช้ในการฉีดคาง และจมูก เป็นต้น

  1. ความยืดหยุ่น (Plasticity Cohesiveness)

ความยืดหยุ่นเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการเลือกฟิลเลอร์ เพราะจุดที่จำเป็นต้องใช้ความยืดหยุ่นสูงอย่าง ร่องแก้ม มุมปาก ข้างแก้ม ฟิลเลอร์ที่เราเลือกจำเป็นต้องทนต่อแรงบิดในแนวนอนได้ และทนต่อการขยับบ่อย ๆ ได้

  1. ความกระจายตัว (Tissue Integration)

คุณสมบัตินี้จำเป็นมากต่อคนที่มีผิวบางหรือผิวแห้ง เพราะเป็นคุณสมบัติที่ช่วยสมานผิวที่อยู่รอบ ๆ ฟิลเลอร์ที่เราฉีดไป จะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปไม่จับตัวกันเป็นก้อน เรียบเนียนไปกับผิว

  1. ค่าความอุ้มน้ำ (Water holding)เราสามารถแบ่งความฟูของฟิลเลอร์ได้เป็น 2 ระดับด้วยกัน ระดับแรกคือ ฟูมาก คือฟิลเลอร์ที่มีค่าการอุ้มน้ำสูง ถ้าเราดื่มน้ำมากฟิลเลอร์ก็จะฟูมากเช่น ฉีดแค่ 1ซีซี ก็สามารถฟูได้ถึง 1.5ซีซี เหมาะกับคนที่ต้องการประหยัด การดื่มน้ำช่วยก็จะได้ผลมาก เหมาะกับส่วนที่ต้องการการฟูมากเช่น ร่องแก้ม และขมับ แบบที่สองคือฟูน้อย แบบนี้ค่าการอุ้มน้ำน้อยกว่า เหมาะกับส่วนที่ไม่ต้องการความบวมหรืออิ่มน้ำมากเกินไป เช่น ใต้ตา เพราะไม่อย่างนั้นดูทำให้ดูตาบวม

     

  2. จำนวนการเชื่อมพันธะ (Crosslink)

ยี่ห้อที่เด่นด้านจำนวนการเชื่อมพันธะของฟิลเลอร์ คือ Juvederm ใช้ crosslink ที่มีประสิทธิภาพสูง (Vycross) อยู่ได้นานและปลอดภัย เป็นเนื้อเจลไม่เป็นเม็ด จำนวนการเชื่อมพันธะจะช่วยให้ทนต่อแรงบิดแนวนอนได้ มีค่าการกระจายตัวปานกลางเหมาะกับผิวบริเวณที่ต้องขยับบ่อย ๆ ฟิลเลอร์ที่มีจำนวนพันธะเยอะขึ้น จะอยู่ได้นานขึ้น ฟูน้อยลง และอุ้มน้ำได้น้อยลง แต่ถ้าปริมาณ crosslink เยอะเกินไปคือจะส่งผลให้สลายยากและเกิดการแพ้ได้ง่าย และหากฉีดในปริมาณที่มากเกินไป จะมีโอกาสเกิดพังผืดหรือจับกันเป็นก้อนได้ ซึ่งจะพบได้ในฟิลเลอร์ที่มาตรฐานต่ำ, ฟิลเลอร์ปลอมจากจีน, ฟิลเลอร์หิ้วที่ไม่ผ่านมาตรฐานองค์การอาหารและยา

  1. ขนาดของเม็ดฟิลเลอร์ (Particle size)

ขนาดฟิลเลอร์แบ่งได้เป็น 2 ขนาดหลัก ๆ คือเม็ดเล็กและเม็ดใหญ่ ซึ่งแต่ล่ะแบบก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ฟิลเลอร์ที่เม็ดใหญ่ก็จะอยู่ได้นาน และมีค่าความแข็งที่สูง การกระจายตัวต่ำ ยกหน้าชั้นที่อยู่ลึกได้ดี แต่จะไม่ทนต่อแรงบิดในแนวนอน ดังนั้นไม่ควรฉีดบริเวณที่มีการขยับบ่อย เพราะจะทำให้เม็ดฟิลเลอร์แตกตัวสลายเป็นเม็ดเล็ก ๆ และสลายได้รวดเร็ว ยี่ห้อ Restylane จะโดดเด่นในด้านนี้ โดยจะทำงานร่วมกับ เทคนิคการม้วนขดเส้นใยลิขสิทธิ์เฉพาะของ Restylane เท่านั้น

ตำแหน่งที่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ และประมาณที่ควรใช้

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : ช่วยลดความหมองคล้ำ เบ้าตาแพนด้า หรือเบาตาที่ลึกเกินไป ปริมาณที่ควรใช้เติมใต้ตาคือ 1-3 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์คาง : ปรับรูปหน้าให้เรียวยาวขึ้นและมีมิติ ปริมาณที่ควรใช้เติมคางคือ 1-2 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แก้มตอบ : ลดรอยเหี่ยวย่นที่ร่องแก้มลง และเพิ่มเนื้อบริเวณแก้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ปริมาณที่ควรใช้เติมร่องใต้มุมปากคือ 1-2 ml., เติมแก้ม แก้มตอบคือ 2-4 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์จมูก : เสริมความสูงของจมูกให้โด่งได้รูปแบบที่ต้องการ ปริมาณที่ควรใช้เติมจมูกคือ 1 ml., สำหรับจมูกหยดน้ำคือ 1 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก : ช่วยให้ใบหน้าดูเต่งตึง ไร้ริ้วรอย ปริมาณที่ควรใช้เติมหน้าผากคือ 4-6 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก : ทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มมีน้ำมีนวล แก้ไข้อาการบกพร่อง เช่น ปากบางหรือปากเบี้ยวได้ ปริมาณที่ควรใช้เติมปากอวบอิ่มคือ 1-2 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์ขมับ : ทำให้โหนกแก้มดูยุบและหน้าดูหวานขึ้น ปริมาณที่ใช้เติมขมับคือ 2-3 ml.

การฉีดฟิลเลอร์หรือการรักษาโดยใช้ฟิลเลอร์แต่ละจุดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาบนใบหน้าของแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าในแต่ละตำแหน่ง ควรใช้ปริมาณฟิลเลอร์เท่าไหร่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้และปัญหาที่ต้องการแก้ไขเช่นกัน ทั้งนี้ปริมาณดังกล่าวเป็นปริมาณโดยประมาณเท่านั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองในประเทศไทย(อย.ไทย)

ฟิลเลอร์ในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด หลายรุ่น หลายราคาด้วยกัน แต่มีไม่กี่ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมและผ่านการรับรองจากจากองค์กรอาหารและยาของประเทศไทย และฟิลเลอร์แต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป ข้อสำคัญคือก่อนฉีดทุกครั้งต้องปรึกษาแพทย์และเลือกแบบฟิลเลอร์ให้เหมาะกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข

  • Juvederm ฟิลเลอร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา รับประกันคุณภาพมายาวนาน ตัวฟิลเลอร์ของยี่ห้อนี้ มีจะหลายรุ่นให้เลือก ตามความเหมาะสมของแต่ละส่วนบนใบหน้า
  • Ultra/ Ultra plus เป็น 2 รุ่น ที่ให้ความเข้มข้นของสารไฮยาลูรอนิค แอซิดสูง เหมาะในการเติมเต็มในตำแหน่งที่ต้องการปริมาตรมาก เช่น ขมับ แก้มตอบ แต่เนื่องจากเป็นกลุ่มเทคโนโลยีแบบเก่า จึงมีอายุสั้นกว่าแบบอื่น ๆ อยู่ได้เพียง 1 ปี ถึง ปีครึ่ง
  • Voluma filler เน้นใช้กับคาง ขมับ หรือการฉีดยกกระชับใบหน้า
  • Volift filler ใช้สำหรับแก้ไขริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดจากสภาวะแก่ก่อนวัย
  • Vobella filler ใช้สำหรับ ฉีดใต้ตา ฉีดปากอวบอิ่ม เมื่อนำมาใช้ฉีดแล้วจะทำให้ได้ใต้ตาที่ดูสวยเป็นธรรมชาติ
  • Volite filler ใช้สำหรับเติมความยืดหยุ่นให้ดีขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้น และลดรอยยับบนใบหน้า
  • Perfectha filler new generationจากประเทศฝรั่งเศส ผ่านการตรวจรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศไทย และต่างประเทศ
  • Belotero fillerหรือ colorful filler จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้รับความนิยมอย่างมาก ราคาไม่แพง
  • Restylanefiller จากประเทศสวีเดน เป็นอีกยี่ห้อที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก มี หลายรุ่นให้เลือก ขึ้นอยู่กับแต่ละตำแหน่งปัญหา
  • Neuramis filler จากประเทศเกาหลี ราคาประหยัด ผ่านการรับรองในประเทศไทยแล้ว
  • Revanesse fillerจากประเทศแคนนาดา เทคโนโลยีการผลิต Thixofix technology ผ่านการรับรองในประเทศไทยแล้ว

คำแนะนำทุกครั้งก่อนฉีดฟิลเลอร์คือต้องเป็นยี่ห้อที่ได้มาตรฐานและศึกษารีวิวของแพทย์และคลินิกที่ไว้ใจ ก่อนแกะกล่องแพทย์จะต้องแกะตรงหน้าทุกครั้ง ฉีดเสร็จต้องสามารถถ่ายรูปหรือนำกล่องกลับบ้านเพื่อนำไปตรวจสอบเลข Lot กับบริษัทที่นำเข้าได้ เพื่อความปลอดภัย