สวยได้ทุกส่วน ด้วยฟิลเลอร์

ในปัจจุบันใบหน้าที่ได้รูปเป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินความจริง เพราะเทคโนโลยีด้านความงามต่าง ๆ มีการพัฒนาไปไกลแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมนั่นก็คือ การฉีดฟิลเลอร์ เพราะการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยให้ใบหน้าของเรากลับมาเต่งตึง อวบ อิ่มดูสดใสเป็นธรรมชาติ และยังช่วยให้ดูอ่อนวัยลงทันตาเห็น แต่ฟิลเลอร์คืออะไร สามารถฉีดเข้ากับบริเวรณไหนของใบหน้าได้บ้าง วันนี้เราจะมาชวนทุกท่านศึกษาไปพร้อม ๆ กันจากบทความนี้

ฟิลเลอร์คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์  คือ การฉีดสารเติมเต็มเพื่อให้ได้รูปหน้าที่เราต้องการ สารนี้ก็มีชื่อว่า สารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic acid หรือ HA) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติร่ายกานสามารถย่อยสลายได้ จึงเป็นสารที่ความปลอดภัยสูง ยังสามารถเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก หรือรอยแผลเป็นที่เป็นหลุมเป็นบ่อตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้าของท่าน สาร Hyaluronic acid หรือ HA เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติจะช่วยทำให้ใบหน้าของท่านมีน้ำมีนวล อวบอิ่มและเต่งตึง ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นหรือนูนขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเติมเส้นใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์กว่าวัย นอกจากนั้นสารนี้ยังมีหน้าที่ช่วยเพิ่มและปรับโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนังให้อ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น ช่วยลดเรือนริ้วรอย และเติมเต็มจุดบกพร่องบนใบหน้าจุดต่างๆเช่น ริมฝีบาก  ดวงตา และอวัยวะอื่น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท

  • ฟิลเลอร์ที่คงอยู่ได้ชั่วคราวเช่น สารไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่สกัดจากสารธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า แล้วจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน จัดว่ามีความปลอดภัยมากสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
  • ฟิลเลอร์แบบคงรูปอยู่ได้ถาวรซึ่งประกอบไปด้วย ซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน ให้ผลลัพธ์ถาวรกล่าวคือไม่สามารถสลายได้เอง และอาจมีผลข้างเคียงในระยะยาว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการอักเสบและเป็นอันตรายกับในอนาคต แพทย์จึงไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาไม่นาน หรือประมาณ 15 – 30 นาที ได้ผลรวดเร็วทันใจเมื่อฉีดแล้วจะพบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังฉีดทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 ของการฉีด โดยสามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับผิวหน้าของแต่ละคน และกิจกรรมที่ทำหลังฉีดด้วย เมื่อเราได้ทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ และทราบแล้วว่าฟิลเลอร์มีกี่ชนิด ต่อไปเราก็จะมาดูว่า ส่วนไหนบนใบหน้าที่เราไม่พอใจ และเป็นส่วนที่สามารถเติมฟิลเลอร์ได้หรือไม่

ฟิลเลอร์คาง และ ฟิลเลอร์ขมับ

ส่วนแรกที่เราจะมาดูกันคือคางและขมับ หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่พอใจที่รูปหน้าดูสั้นไป  ถ่ายรูปออกมาแล้วหน้าดูอวบไป หน้าไม่มีมิติเพราะกลมเกินไป โหนกแก้มดูสูงไม่ได้ดั่งใจ ฟิลเลอร์คางและขมับจะช่วยคุณได้ ขมับและคางเป็นจุดที่ค่อนข้างแข็ง เหมาะกับฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm Voluma เพราะเป็นฟิลเลอร์ที่โมเลกุลมีความคงตัว จึงเหมาะที่จะนำมาเติมบริเวณที่มีความแข็งสูง และความแข็งนี้จะสามารถปั้นคางให้เป็นทรงต่าง ๆ ตามความต้องการได้ ส่วนขมับก็เช่นกันหากมีน้ำมีนวลขึ้นจะช่วยลบส่วนโหนกที่ดูสูง แต่ทำให้ใบหน้าช่วงบนมีน้ำมีนวลและส่วนล่างดูเรียวขึ้นได้ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับสาวหน้ากลม

ฟิลเลอร์ปาก

สิ่งสำคัญที่จะช่วยปรับรูปหน้าเราจากการฉีดฟิลเลอร์ปากคือ เมื่อเราอายุมากขึ้นริมฝีปากของเราจะบางลง ไม่อิ่มเอิบ เห็นริ้วรอยได้ง่าย ดูมีอายุ หากมีริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม อิ่มเอิบ จะดูสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ นอกจากนั้นการปรับรูปปากจะสัมพันธ์กับเวลายิ้ม สามารถทำให้การยิ้มของเราเปลี่ยนแปลงไปได้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาที่พูด ยิ้ม พบปะผู้คน นอกจากนั้นถ้าริมฝีปากเราบาง ผิวหนังรอบ ๆ แห้ง เป็นเส้นริ้วรอย ไม่สวย จะดูมีอายุได้ง่าย การฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยแก้ปัญหาปากเป็นร่อง ปากแห้ง ให้สวย อวบอิ่ม ชุ่มชื้นขึ้น เมื่อริมฝีปากอิ่มสวยและก็จะช่วยให้เราทาลิปสติกสนุกขึ้นได้ เพราะลิปสติกจะไม่ตกร่องบนริมฝีปากอีกต่อไป

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ทำให้แก้มดูตอบ หน้าโทรม ไม่สดใส หรือคนที่มีอายุมากทำให้ผิวหน้าของเราเหี่ยวลง ก็เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm Ultra Plus เพราะรุ่นนี้มีลักษณะโมเลกุลที่นุ่ม ฟู สามารถเติมเต็มร่องต่าง ๆ ได้ดี จะทำให้ใบหน้าเต็มอิ่ม ดูเด็กได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้ง จะช่วยแก้ปัญหาแก้มตอบเพราะฟิลเลอร์จะเติมเต็มร่องแก้มให้อิ่มเต็มขึ้น ใบหน้าจึงสวยมีมิติมากขึ้น

ฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์จมูกเป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยม ที่ช่วยเสริมจมูกให้ดูเป็นธรรมชาติ โดยการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไปที่บริเวณสันจมูกหรือเนื้อจมูและทำให้จมูกให้ดูโด่งมากขึ้น ข้อดีก็คือดูเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องห่วงเรื่องซิลิโคนที่เสริมจมูกเพราะในบางครั้งซิลิโคนที่เสริมจมูกอาจจะทำออกมาแล้วไม่รับรับเนื้อจมูกทำให้ทะลุออกมานอกผิวหนังก็ได้ นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ก็ยังสามารถ เอาออกก็สามารถฉีดออกได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด  สารฟิลเลอร์จะสลายไปเอง ภายใน 4 – 6 เดือนโดยไม่เป็นอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใด

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์จมูก็มีไม่น้อยเช่นกัน เพราะจมูกถือเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่มาก ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนฉีด หากผู้ฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญมากพออาจทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนจนทำให้จมูกเบี้ยว หรืออาจฉีดเข้าไปผิดจุดจนทำให้สารฟิลเลอร์เข้าไปทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดจนตาบอดได้ ดังนั้นก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์จมูกควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเพื่อความปลอดภัย

ฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ตาจะเห็นผลได้ชัดกับผู้ที่มีใต้ตาที่อิดโรย ขอบตาแพนด้า คล้ำ เบ้าลึกโบ๋ หรืออยากเติมเต็มใต้ตาให้ดูฉ่ำเป็นธรรมชาติ ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่แนะนำคือ Restylane Vital Light เพราะฟิลเลอร์รุ่นนี้มีลักษณะโมเลกุลนุ่ม ๆ  เหมาะสำหรับเติมเต็มใต้ตาให้ดูเต็มโดยเฉพาะ ผลคือจะทำให้ใต้ตาไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน อีกทั้งยังมีโมเลกุลนุ่มที่เหมาะสมกับการเติมเต็มใต้ตา ให้ได้รูปทรงอย่างที่ต้องการ ซึ่งจะทำให้ใต้ตาอิ่มกำลังดี แต่ไม่เป็นก้อนแข็ง

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าเราให้เต็มและอิ่มน้ำ ดูเป็นธรรมชาติได้
  2. อีกทั้งช่วยผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ หน้าเด็กลง แลดูสุขภาพผิวดี เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำได้ดี เมื่อใต้ผิวเรามีน้ำเยอะก็จะทำให้ผิวเราดูอวบอิ่มสุขภาพดีได้เช่นกัน ดังนั้นหลังฉีดฟิลเลอร์จะแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน เพื่อผลลัพธ์ที่คงรูปได้นานและสวยงาม
  3. ฟิลเลอร์จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องบนในหน้าได้ เช่น ปัญหาร่องใต้ตา แก้มตอบ ปากบาง คางสั้น เป็นต้น
  4. ใช้เวลาไม่นานประมาณ 30 – 45 นาทีในการฉีดเท่านั้น
  5. เห็นผลหลังจากทำทันทีและไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เพราะการฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ต้องวางยาสลบ

ข้อจำกัดหรือข้อเสียของฟิลเลอร์

  1. หากท่านใดมีอาการแพ้ยาชาแบบแปะหรือแบบทา จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมยาชาแบบ อื่นแทน และถ้ามีการแพ้ยาชาจริง ๆ ก็อาจมีความจำเป็นต้องฉีดแบบไม่มียาชา
  2. สตรีมีครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร และผู้ที่มีเลือดออกและหยุดยาก ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ เพราะถ้าเลือดหลุดยากอาจส่งผลให้มีการเลือดออกใต้ชั้นผิวหนังได้
  3. ในท้องตลาดมี ฟิลเลอร์ ( Filler ) ออกมาวางจำหน่ายหลายเจ้าด้วยกัน ไม่ควรเลือกฟิลเลอร์จากแค่ราคาถูกเท่านั้น เพราะหากพลาดเจอของที่ไม่มีมาตรฐานหรือของปลอม อาจทำให้เกิดอันตรายต่อใบหน้า มีผลให้ใบหน้าผิดรูป ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและศึกษาคลินิกที่ได้มาตรฐานก่อนทำการฉีด