ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตัวเลือกใหม่ของสาวสายศัลฯ

ผู้หญิงทุก ๆ คน ล้วนมีความสวยแต่ความสวยนั้นก็จะมีแตกต่างกันไป บางคนก็ยังต้องมีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไข บางคนก็เพียบพร้อมไปด้วยความสวยแล้ว แต่สิ่งนั้นก็คือการที่ทำให้เรานั้นมีความมั่นใจมากขึ้น ในยุคสมัยนี้ก็มีการทำศัลยกรรมนั้นก็มีหลายรูปแบบเข้ามาสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เรานั้นมีความสวยอย่างรวดเร็ว เราก็เลยยกตัวอย่างการทำฟิลเลอร์ร่องแก้มมาให้สาว ๆ กันค่ะ

ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์คือ สารที่เติมเต็มให้ใบหน้านั้นมีความอิ่มมีความฉ่ำวาวมีน้ำมีนวลซึ่งจะขึ้นอยู่กับแต่ละจุดที่เรานั้นได้ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปฟิลเลอร์นั้น สามารถแต่งรูปหน้าหรือแก้ไขรูปหน้าได้ ซึ่งจะมีสารที่เลียนแบบธรรมชาติหรือเรียกว่า HA สารตัวนี้จะมีความปลอดภัยแล้วก็เป็นสารสกัดมาจากธรรมชาติจะมีลักษณะที่คล้ายกับเซลล์ของผิวเรา แต่จะมีความปลอดภัยสูงมากกว่า เพราะว่าฟิลเลอร์นั้นโดยปกติแล้วจะช่วยกักเก็บน้ำ และยังเติมความชุ่มชื้นให้แก่ใบหน้าจึงทำให้หน้าของเรานั้นมีความอิ่มเต็มเรียบเนียนซึ่งสามารถใช้เป็นสารทำให้ผิวพรรณนั้นกลับมาดูกระชับหรือเปล่งปลั่งได้อีกด้วย และยังช่วยเติมจุดที่บกพร่องแก่ใบหน้า

ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือการเติมร่องแก้มเพื่อเป็นตัวช่วยที่ทำให้ใบหน้านั้นดูอิ่มเต็ม และเป็นการเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าอีกด้วย เป็นการเติมเต็มริ้วรอยหรือชั้นร่องลึกบนใบหน้าทำให้ใบหน้าของเรานั้นกลับมาเด็กและดูเต่งตึงมากขึ้น

สาเหตุของการเกิดร่องแก้มนั้นก็มองได้หลายสาเหตุ

  1. มักจะเกิดขึ้นกับคนที่มีอายุหรือวัยประมาณ 35 ขึ้นไปแต่อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะของผิวหน้าของแต่ละคนด้วยบางคนอายุน้อยก็สามารถเกิดร่องแก้มได้เช่นกัน
  2. อาจจะเกิดจากการที่เรายิ้ม หรือหัวเราะเป็นเวลานานหรือมากเกินไป
  3. การยุบตัวลงของกระดูกบริเวณช่วงร่องแก้มนั้นแต่ละช่วงวัยหรือใต้ตาซึ่งจะทำให้เห็นเส้นของร่องแก้มนั้นดูได้อย่างชัดและดูลึกหรืออาจจะเกิดจากภาวะจากคนที่มีรูปร่างที่ผอมจึงทำให้นั่นใบหน้านั้นดูแก่กว่าวัยและมีร่องแก้มเกิดขึ้นได้นั่นเอง
  4. เกิดได้ในภาวะคนที่มีน้ำหนักน้อยหรือมีริ้วรอยบริเวณใบหน้าร่องแก้มปัญหาแก้มตอบก็เกิดขึ้นได้
  5. แต่ปัญหาที่ทำให้สาวสาวมีริ้วรอยได้ก็มีอีกหนึ่งปัจจัยก็คือการสะสมความเครียดการที่เราดื่มกาแฟก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญการไม่ทาครีมกันแดดก็ทำให้เรานั้นมีผิวที่เหี่ยวย่นได้

อากการหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

หลังจากการฉีดฟิลเลอร์นั้น ครั้งแรกอาจจะมีอาการบวม อาการก็จะแตกต่างไปตามแต่ละบุคคลบางคนก็อาจจะมีอาการแต่บางคนก็จะไม่มีอาการ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน แต่ละคนที่มีอาการบวมนั้นอาจจะมีประมาณ 2 ถึง 5 วันอาการก็จะค่อย  ๆ ดีขึ้นไปนั้นเอง กรณีหลังฉีดนั้นอาจจะรู้สึกว่าฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือรู้สึกว่าฟิลเลอร์แข็งตัว ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะว่าเกิดจากการบวมเพราะการบวมนั้นค่อย ๆ ลดลงก็จะทำให้มีความนิ่มลงและก่อนก็จะหายไปเองโดยธรรมชาติ

หลักการดูแลตัวเองก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การเตรียมตัวที่จะฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย

1 . ควรที่จะงดอาหารหรือยาบางชนิดจำพวกวิตามินหรือกลุ่มยาแอสไพริน

2 . การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นควรที่จะหลีกเหลี่ยงเป็นเวลา 3 วันก่อนที่จะทำฟิลเลอร์ร่องแก้ม

3 . ควรที่จะงดออกกำลังกายก่อนที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นเวลา 1-2 วัน

หลักการดูแลตัวเองหลังจากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  1. ไม่ควรที่จับหรือสัมผัสใบหน้าเพราะอาจจะทำให้ใบหน้าของเรานั้นเกิดความเสียหายได้ หรือฟิลเลอร์ที่เราฉีดไปนั้นจะไปกระจายทำให้ตัวยานั้นกระจายทั่วใบหน้าและทำให้ฟิลเลอร์ของเรานั้นไม่เป็นผล
  2. หลังการฉีดฟิลเลอร์ได้ประมาณ 24 ชั่วโมงควรที่จะงดการดื่มแอลกอฮอล์ ควรหันมาดื่มน้ำเปล่าแทนเพราะการดื่มน้ำเปล่าน้ำจะทำให้ฟิลเลอร์นั้นอุ้มน้ำและสามารถเห็นผลได้ดีมากกว่า
  3. เมื่อฉีดฟิลเลอร์ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ควรที่จะงดการนวดหน้าแรง ๆ หรือการที่ไปซาวน่า และการเล่นโยคะร้อน อบสมุนไพร จะทำให้ฟิลเลอร์นั้นอาจจะเกิดการสลายตัวได้ การนวดหน้าแรง ๆ นั้นจะทำให้รูปทรงของใบหน้านั้นเปลี่ยนได้แต่การที่จะไปนวดหน้าแนะนำก็คือควรที่จะรอให้ครบประมาณ 2 ถึง 3 อาทิตย์ถึงจะไปนวดหน้าได้                               
  4. คนที่ถนัดนอนหงายนั้นควรที่จะนอนตะแคงและงดการนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์นั้นเป็นเวลา 2 ถึง 5 ชั่วโมง           เป็นอย่างต่ำ สามารถนอนตะแคงซ้ายหรือขวาก็ได้ จะดีกว่าการนอนหงายและไม่ควรที่จะนอนหมอนต่ำจนเกินไป
  5. การอาบน้ำอุ่นหรือการโดนแสงแดดถ้าไม่โดนแสงแดดที่ร้อนมาก ๆ หรือหน้าที่อุ่นจนร้อนมากนั้นก็ไม่เป็นผล สามารถทำได้ปกติ

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นไม่เจ็บอย่างที่คิด เพราะว่าทางแพทย์นั้นจะใช้ยาชาที่ฉีดเฉพาะจุด หรือการประคบน้ำแข็งซึ่งจะลดความเจ็บปวดได้มาก หรือไม่มีอาการเจ็บเลยระยะเวลาในการรักษา จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึง 30 นาที ซึ่งในแต่ละรอบนั้นก็จะมีคุณหมอที่คอยให้คำแนะนำว่าก่อนฉีดนั้นอาจจะต้องฉีดยาชาบริเวณที่ต้องการ และสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ  ไม่มีรอยแผลหรือรอยเขียวช้ำ การฉีดฟิลเลอร์นั้นจะเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการพักผ่อนหรือการฉีดฟิลเลอร์แล้วต้องไปทำงานเลยก็สามารถที่จะทำได้เลยเพราะว่ามันไม่ต้องเสียเวลาในการรักษาแผล

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มดีกว่าการทำร้อยไหมยังไง

 การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นจะอยู่ได้ในประมาณ  6 เดือน หรืออาจจะมากกว่านั้นเป็นเวลา 12 เดือนซึ่งผลของฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่แล้วแต่ตามสภาพบุคคล และการรักษาขึ้น  บุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ก็สามารถที่จะฉีดฟิลเลอร์ได้   ซึ่งจะแตกต่างกับการร้อยไหม เพราะการร้อยไหมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ถึง 2 ปีแต่หลังจากประมาณ 6 เดือนแรกนั้น จะต้องไปพบแพทย์เพื่อที่จะร้อยไหมเพิ่มเพื่อที่จะยืดระยะเวลาให้ใบหน้าให้เต่งตึง การร้อยไหมนั้นจึงแตกต่างจากการทำฟิลเลอร์เพราะจะต้องทำถึงสองรอบเพื่อที่คงสภาพ

สิ่งที่ไม่ควรที่จะมองข้ามของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นควรที่จะศึกษาข้อมูลให้ดี เพราะอาจจะเจอแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์หรือแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญการที่เราตรวจสอบ และเช็คให้ดีก่อนนั้นจะเป็นการป้องกันให้เรานั้นไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ หรืออาจจะเป็นหมอกระเป๋าซึ่งกลุ่มเหล่านี้นั้น อาจจะทำให้เรานั้นเป็นอันตรายได้ ถ้าเราฉีดไปนั้นอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำการรักษาได้ยาก เพราะเป็นการเอาสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายเรา ควรที่จะหลีกเลี่ยงหรือถ้าเรายังไม่ประสบการณ์ในการทำศัลยกรรม หรือการไปฉีดฟิลเลอร์นั้นควรที่จะปรึกษาเกี่ยวกับสถานความงาม หรืออาจจะดูรีวิวว่าเคสต่าง ๆ ที่ออกมาถ้าหากเคยทำผิดพลาดมีความรับผิดชอบต่อตัวลูกค้าอย่างไรเป็นต้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจและ ความรอบคอบให้แก่เรา เพราะไม่เช่นนั้นการที่ทำฟิลเลอร์ร่องแก้มโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญนอกจากจะเป็นอันตรายแล้วก็อาจจะไม่เห็นผลและฟิลเลอร์นั้นอาจจะเข้าไปทำอันตรายต่อร่างกายของเราได้

 

 

ฟิลเลอร์ Perfectha

ฟิลเลอร์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ ไฮยารูรอนิคแอซิค (HA) ผิวหนังของเราจะมี ไฮยารูรอนิคแอซิด เป็นส่วนประกอบ มีหน้าที่ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น และเป็นส่วนประกอบของคอลลาเจนในผิวหนัง เมื่อเราอายุมากขึ้น  และส่วนประกอบอื่น ๆ ในผิวหนัง จะเสื่อมสภาพลงไป ส่งผลให้ขาดความชุ่มชื้นและแห้งกร้าน เป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอย ดังนั้นการที่ฉีด ไฮยารูรอนิคแอซิด จึงเป็นตัวช่วยเสริมที่ช่วยในเรื่องของการเติมเต็ม ให้คงสภาพผิวไว้ให้เหมือนเก่า

ที่มาของ ฟิลเลอร์ Perfectha

เป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตจากประเทศฝรั่งเศส มีการจัดจำหน่ายมากกว่า 70 ประเทศ ดังนั้น ฟิลเลอร์ Perfectha จึงเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก โดยใช้เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า E-Brid Technology เทคโนโลยีนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้โครงสร้างของ HA เมื่อมีการฉีดเข้าสู่ใต้ชั้นผิวหนังแล้ว จะทำให้ได้โครงสร้างที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ดูเป็นธรรมชาติและไม่เคลื่อนไปยังตำแหน่งอื่น เมื่อมีการเคลื่อนไหวแสดงอารมณ์บนใบหน้า ฟิลเลอร์ Perfectha จะคืนกลับสู่ตำแหน่งเดิม เรียกได้ว่า ฟิลเลอร์ Perfectha เป็นฟิลเลอร์ 3 มิติ และปริมาณของ HA มีความเข้มข้นสูง ทำให้มีระยะเวลาที่คงอยู่ยาวนานมาก อีกเรื่องที่ควรคำนึงถึงก็คือ ด้านความปลอดภัย โดยปกติทั่วไปนั้น ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อจะมีสารที่กระตุ้นก่อให้เกิดเชื้อมะเร็ง แต่สำหรับ ฟิลเลอร์ Perfectha ชนิดนี้ จะมีการกำจัดสารกระตุ้นการก่อให้เกิดมะเร็ง จนมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจฉีดว่าปลอดภัย

เทคโนโลยี E-Brid Technology กับความสมบรูณ์แบบ 5 ข้อต่อไปนี้

  1. โครงสร้างที่มีความแข็งแรง จึงทำให้มีความทนทานต่อ เอนไซม์ Hyaluranidase ที่อยู่ในร่างกายกายของมนุษย์
  2. ความหนืดสูง จึงทำให้สามารถยึดติดอยู่กับตำแหน่ง หลังจากฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ดี ไม่ไหลหรือเคลื่อนไปยังตำแหน่งอื่น
  3. มีปริมาณ Cross-Linked Hyaluronic Acid ที่สูง ช่วยให้คงคุณภาพที่ดีและมีระยะเวลานานได้ตามที่กำหนด
  4. ความยืดหยุ่น ทำให้ฉีดออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติ
  5. ความปลอดภัยสูง ปราศจากสาร BDDE จึงไม่ทำให้พบสารกระตุ้นที่ก่อให้เกิดมะเร็ง

ชนิดของ ฟิลเลอร์ Perfectha มีดังต่อไปนี้

  •          Perfectha Subskin ฉีดลงบริเวณใต้ผิวหนัง (ระยะเวลา 12 – 18 เดือน) นิยมใช้เติมเต็มริ้วรอยร่องตื้น ได้แก่ ริ้วรอยใต้ปาก ผิวเปลือกส้ม ริ้วรอยเหี่ยวย่น
  •          Perfectha Deep ฉีดบริเวณผิวหนังชั้นลึก (ระยะเวลา 8 – 12 เดือน) นิยมใช้ในการเติมเต็มร่องและริ้วรอยลึก เติมเต็มร่องแก้ม เติมเต็มริมฝีปาก ยกมุมปาก
  •          Perfectha Derm ฉีดบริเวณผิวหนังชั้นกลาง (ระยะเวลา 6 – 12 เดือน) นิยมใช้เติมเต็มริ้วรอยลึก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว
  •          Perfectha Fine Lines ฉีดลงบริเวณผิวหนังตื้น ( ระยะเวลา 4 – 6 เดือน) นิยมใช้เติมเต็มร้วรอยตื้น ตีกา ริ้วรอยรอบดวงตา
  •          Perfectha Complement ฉีดลงบริเวณผิวหนังตื้น (ระยะเวลา 4 – 6 เดือน) นิยมใช้เติมเต็มในบริเวณริ้วรอยตื้น

ประเภทของฟิลเลอร์ แบ่งได้ 3 ชนิด ดังต่อไปนี้

  1. การฉีดสารเติมเต็มแบบชั่วคราว (Temporary Filler) เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมา ให้ใกล้เคียงกับเนื้อเยื้อที่มีอยู่แล้วภายใต้ผิวหนัง เช่น สารไฮยารูรอนิคแอซิค (Hyaluronic Acid) สารคอลลาเจน (Collagen)
  2. การฉีดสารเติมเต็มแบบกึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้น เพื่อให้เข้าได้กับเนื้อเยื่อ ภายใต้ชั้นผิวหนังของมนุษย์ เช่น สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate) สารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyakylimide)
  3. การฉีดสารเติมเต็มแบบถาวร (Permanent Filler) เป็นสารที่ให้ผลลัพธ์แบบถาวร โดยไม่สามารถสลายออกเองได้ สารประเภทนี้มีผลข้างเคียงในระยะยาว เช่น ซิลิโคนเหลว น้ำมันพาราฟิน

ข้อปฏิบัติก่อนการฉีด ฟิลเลอร์ Perfectha ต้องทำอย่างไร

  1. แจ้งความต้องการของผู้ที่ต้องการจะฉีด
  2. ปรึกษาแพทย์และให้แพทย์ประเมินถึงความเป็นไปได้     
  3. ควรงดและหลีกเลี่ยง การรับประทานยาที่ส่งผลให้เลือดไม่แข็งตัว
  4. เตรียมสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อม
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ

ข้อปฏิบัติหลังการฉีด ฟิลเลอร์ Perfectha ต้องทำอย่างไร

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าแรง ๆ
  2. หลีกเลี่ยงความร้อน เนื่องจากฟิลเลอร์ยังไม่คงรูป จึงอาจส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ
  3. งดดื่มแอลกอฮอล์ 2 – 3 วัน
  4. งดการสูบบุหรี่
  5. งดการทำทรีทเม้นต์ งดนวดหน้า และงดการทำเลเซอร์ทุกชนิด

ทำไมต้องฉีด ฟิลเลอร์ Perfectha

ร่างกายของมนุษย์สามารถผลิต HA ได้เอง โดย HA เป็นส่วนประกอบของคอลลาเจนที่อยู่ในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) คอลลาเจนมีหน้าที่ช่วยเชื่อมเซลล์แต่ละเซลล์เข้าด้วยกัน ทำให้ผิวหนังดูกระชับเรียบเนียน โครงสร้างของผิวหนังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและส่งผลให้ผลิต HA น้อยลงไปด้วย เมื่อเราอายุมากขึ้น ความเสื่อมสภาพของคอลลาเจนส่งผลให้ผิวหนังขาดความตึงกระชับ และเกิดการหย่อนคล้อยของผิวหนังในที่สุด อีกทั้งความชุ่มชื้นของผิวหนังก็ลดลงไปอีกด้วย ด้วยสาเหตุนี้เอง ฟิลเลอร์ Perfectha จึงเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ไขให้ปัญหาผิวหนังเหล่านั้นหายไป ฟิลเลอร์ Perfectha จากประเทศฝรั่งเศส ทำหน้าที่ช่วยเติมเต็มผิวหนังในส่วนที่หย่อนคล้อย แก้ไขรูปหน้า อาทิ การเติมเต็มร่องแก้ม การเติมเต็มหน้าผาก การปรับเปลี่ยนรูปทรงของคาง เป็นต้น ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต ฟิลเลอร์ Perfectha นั้นสามารถกำจัดสารที่กระตุ้นก่อให้เกิดเชื้อมะเร็งได้ อีกทั้งยังผ่านการอนุมัติโดยคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) สามารถตรวจเช็คเลขทะเบียนได้ และยังมีวันที่ผลิตรวมถึงวันหมดอายุระบุไว้ชัดเจนที่ข้างกล่อง

การฉีดฟิลเลอร์ Perfectha เหมาะสำหรับใคร

การฉีดฟิลเลอร์ Perfectha เหมาะสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องริ้วรอย หรือประสงค์ที่จะปรับเปลี่ยนรูปหน้า รวมถึงร่องรอยลึกรอบดวงตา มุมปาก หรือบริเวณอื่น ๆ บนใบหน้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่พอใจ ช่วยให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มความมั่นใจ

สามารถฉีดฟิลเลอร์ Perfectha ร่วมกับการเสริมความงามวิธีอื่นได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีการายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนไข้ที่มีการฉีดฟิลเลอร์ Perfectha ร่วมกับการเสริมความงามวิธีอื่น การฉีดฟิลเลอร์ Perfectha ร่วมกับการใช้ Botulinum Toxin หรือการผลัดเซลล์ผิวแบบ Chemical peeling อาจช่วยส่งเสริมให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ระยะเวลาในการฉีดฟิลเลอร์ Perfectha

การฉีดฟิลเลอร์ Perfectha จะใช้เวลาไม่นานมากนัก โดยประมาณ 15 – 30 นาที โดยเมื่อฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งบริเวณที่ต้องการทำการแก้ไข ก็จะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ออกมาได้ทันที อาจใช้เวลาสักพักให้ฟิลเลอร์ Perfectha เข้าที่และรับกับรูปหน้าเรา ดังนั้นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอาจเป็นช่วง 1 สัปดาห์หลังจากที่ได้รับการแก้ไขไป

อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์บางชนิดอาจไม่เห็นผลในทันทีหลังทำการฉีด อาจใช้เวลาสักระยะเพื่อกระตุ้นผิวหนัง ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ Perfectha

  1. ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจ ไม่ต้องพักฟื้น
  2. สามารถช่วยแก้ไขในเรื่องการปรับโครงสร้างใบหน้าให้เข้ารูปมากขึ้น
  3. ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และยังเชื่อกันว่าเป็นการเสริมโหงวเฮ้งตามความเชื่ออีกด้วย
  4. เป็นสารจากธรรมชาติ ที่สามารถสลายได้เอง
  5. เสริมสร้างความมั่นใจ

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ Perfectha

  1. การฉีดฟิลเลอร์ Perfectha โดยแพทย์ผู้ไม่เชี่ยวชาญ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่จะตามมาได้
  2. การฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร เช่น ซิลิโคนเหลว หรือ น้ำมันพาราฟิน อาจทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน จนอาจก่อให้เกิดพังผืด
  3. ฟิลเลอร์ Perfectha ที่ไม่ได้มาตราฐาน อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์ Perfectha

  1. ปัจจุบันมีสารแปลกปลอมมากมาย ที่ลักษณะคล้ายกับฟิลเลอร์ จึงควรตรวจสอบกับแพทย์ทุกครั้ง ก่อนที่จะทำการฉีด
  2. ควรใช้บริการจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีมาตราฐานที่น่าเชื่อถือ
  3. ห้ามฉีดฟิลเลอร์ Perfectha กับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ Perfectha

  1. แพทย์จะทำการเปิดกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้าคนไข้ เพื่อสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง
  2. ตรวจสอบ Serial Number และหมายเลขอ้างอิง
  3. สอบถามบริษัทที่ทำการนำเข้าหรือผลิต

ตัวอย่างยี่ห้อฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในไทย

Restylane , Juvederm , Belotero , Perfectha และ Neuramis ฟิลเลอร์แต่ละชนิดเหมาะสมกับปัญหาผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลให้ได้ตรงกับความต้องการ พร้อมทั้งปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

ผลข้างเคียง

ผิวหนังอาจแดง บวม อาจมีอาการคัน หรือปวด มีจ้ำเลือด หรือคล้ำเป็นก้อนภายใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดยา บางรายอาจพบรอยด่างหรือผิวหนังมีสีที่เปลี่ยนไป (Discoloration) บริเวณที่ฉีดยา ซึ่งอาการต่าง ๆ เหล่านี้จะสามารถหายไปได้เอง

สุดท้ายนี้การเลือกสถานที่เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจมากที่สุด คลินิกจะต้องได้รับการรับรอง เครื่องมือที่สะอาด ปลอดเชื้อ เราไม่ควรเห็นแก่ราคาถูกมากกว่าความปลอดภัย คลินิกหรือโรงพยาบาล ต้องสามารถพิสูจน์และตรวจสอบได้ว่า สารที่นำมาฉีดให้บริการนั้น เป็นสารชนิดใด เพราะหากสารดังกล่าวไม่ได้มาตราฐาน อาจส่งผลก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรง

ฟิลเลอร์ คืออะไร? ฉีดตรงไหนได้บ้าง อยากรู้ต้องอ่าน

ไม่ว่าใครก็อยากที่จะคงความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะอายุมากขึ้นแต่ก็ไม่อยากยอมแก่ ก็มักจะหันหน้ามาพึ่งคุณหมอ เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับสังคมในยุคสมัยนี้ แต่งนิดเติมหน่อย รอยเหี่ยวย่นเอยอะไรเอย ไม่มีทางได้อยู่บนหน้าแน่ ๆ วันนี้เลยมานำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสารเติมเต็มที่ชื่อว่า ฟิลเลอร์ น่าจะคุ้นหู ใครหลาย ๆ คน มาฝากกัน

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์ ที่จริงแล้วนั่นก็คือสารเติมเต็มผิว ที่มีชื่อจริงว่าสาร ไฮยาลูโรนิค แอซิค (Hyaluronic Acid) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า HA เป็นสารที่ช่วยเติมเต็ม และ เสริมสร้างคอลลาเจนภายใต้ชั้นผิวหนังได้เป็นอย่างดี โดยตัว HA นั้นมีความสามารถพิเศษในการเก็บกักน้ำไว้ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูมีความยืดหยุ่นเรียบเนียน จนทำให้มองไม่เห็นรอยเหี่ยวย่นที่เกิดขึ้นบนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ก็คือการเติมเต็มให้กับผิวในจุดที่มีความเสื่อมสภาพ ให้กลับขึ้นมาดูดีได้อีกครั้งนั่นเอง

ฟิลเลอร์ (Filler) มีทั้งหมดกี่ชนิด

ชนิดของฟิลเลอร์จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท คือ

  1. ฟิลเลอร์ประเภทชั่วคราว (Temporary Filler) คือ ไฮยาลูโรนิค แอซิค (Hyaluronic Acid) หรือ HA เป็นสารที่สกัดมาจากธรรมชาติ มีความปลอดภัย เพราะเป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้มีความใกล้เคียงกับสารที่อยู่ในบริเวณชั้นผิวหนังของมนุษย์มากที่สุด ก่อให้เกิดการแพ้หลังฉีดฟิลเลอร์เป็นไปได้ยาก หลังจากฉีดในบริเวณที่ต้องการแก้ไข จะสามารถอยู่ได้นานมากถึง 4 – 6 เดือน และสามารถสลายตัวไปได้เองโดยธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องฉีดสารเพื่อสลายฟิลเลอร์
  2. ฟิลเลอร์ประเภทถาวร (Permanent Filler) คือ สารที่มาจาก ซิลิโคนเหลว น้ำมันพาราฟิน หรือ เม็ดพลาสติก จะให้ผลลัพธ์ในแบบถาวร และไม่สามารถสลายไปเองได้ จำเป็นต้องฉีดสารเพื่อสลายฟิลเลอร์ และอาจเกิดผลข้างเคียงหากฉีดในระยะยาว ทางการแพทย์จึงไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้อเข้าที่ใบหน้า

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

  1. ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นมีราคาที่ถูกกว่าการทำ ศัลยกรรม หลายเท่าตัว ทำให้ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไปในการทำ
  2. สามารถเห็นผลได้ในทันที หลังการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า สามารถเห็นผลได้ในทันทีหลังจากการฉีด เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการแก้ไข ฟิลเลอร์จะคงตัวในตำแหน่งที่ฉีดทันที จึงไม่จำเป็นต้องรอเหมือนการผ่าตัดศัลยกรรม
  3. ไม่ต้องพักฟื้น เพราะการฉีดฟิลเลอร์ จะฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการแก้ไขปัญหาเท่านั้น และเข็มที่ใช้ในการฉีดนั้น มีขนาดที่เล็ก จึงไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา ใช้เพียงการประคบด้วยความเย็นก่อนฉีดเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีการพักฟื้นหลังฉีดแต่อย่างใด

การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เหมาะกับใครบ้าง

– ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาร่องริ้วรอยที่เป็นร่องลึก

– ผู้ที่มีปัญหาบริเวณถุงใต้ตา ร่องน้ำตา ใต้ตาลึกดูหมองคล้ำ

– ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แห้ง ไม่ชุ่มชื้น จากวัยที่เพิ่มขึ้น

– ผู้ทีมีปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากหลุมสิว และ รูขุมขนกว้าง

– ผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาริมฝีปากไม่ได้รูปสวย ริมฝีปากบาง

– ผู้ที่ต้องการเติมเต็มส่วนต่าง ๆ บนใบนหน้า เช่น หน้าผาก คาง ขมับ ร่องแก้ม

– ผู้ที่ต้องการให้ผิวดูฉ่ำ อิ่มน้ำ ชุ่มชื้น

ฉีดฟิลเลอร์ (Filler) อันตรายหรือไม่

การฉีดฟิลเลอร์นั้น เรียกได้ว่าใคร ๆ ก็ตามที่มีปัญหาเกี่ยวกับใบหน้า ต่างพากันเรียกหา ฟิลเลอร์ ทำให้เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้มีฟิลเลอร์มากมายหลายยี่ห้อให้ได้เลือกใช้ โดยแต่ละรุ่นก็สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งเช่นกัน ซึ่งฟิลเลอร์ของแท้ จะทำมาจากสารที่มีชื่อว่า HA หรือ ไฮยารูรอนนิก แอซิก (Hyaluronic acid) และการฉีดที่ถูกต้องนั้น ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ จึงจะมีความปลอดภัย และไม่อันตรายต่อผู้ที่ฉีด

แต่หากเจอการปลอมแปลงของสารอื่นที่เข้ามาผสมในฟิลเลอร์อย่าง ซิลิโคนเหลว หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ก็อาจเกิดผลที่ไม่คาดคิดได้อย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนฉีดทุกครั้งควรตรวจสอบฟิลเลอร์อย่างถี่ถ้วน ว่าฟิลเลอร์ที่กำลังฉีดนั้นเป็นฟิลเลอร์ของแท้ และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ฟิลเลอร์ (Filler) ฉีดตรงไหนได้บ้าง

  1. บริเวณหน้าผาก เพื่อการแก้ไขปัญหาริ้วรอยที่เกิดเป็นเส้นย่น ๆ ตามอายุ หรือพฤติกรรมเคยชิน รวมไปถึงการเติมเต็มหน้าผากสำหรับคนที่มีปัญหาหน้าผากแบนราบ ให้ดูนูน เป็นทรงสวย
  2. ใต้ตา ฉีดเติมเต็มบริเวณเบ้าตา ร่องน้ำตาลึก แก้ไขริ้วรอยใต้ตาที่ดูย่น หย่อนคล้อย ให้ดูเต่งตึง หรือคนที่มีปัญหาใต้ตาตำ ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาได้เช่นกัน
  3. ตีนกา เติมร่องตีนกาให้ดูตื้นขึ้น
  4. สันจมูก เสริมบริเวณสันจมูกให้ดูสูงโด่งขึ้น ด้วยฟิลเลอร์ที่มีเนื้อแข็ง จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรม เหมาะกับคนที่มีพื้นฐานทางจมูกอยู่แล้ว แต่ต้องการเติมให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น
  5. ร่องแก้ม/ร่องน้ำหมาก เป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของใบหน้าอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดร่องรอยได้ง่าย การเติมฟิลเลอร์ในบริเวณนี้จะทำให้ใบหน้าดูเด็กลงไปได้อีกหลายปี
  6. ริมฝีปาก แก้ไขปัญหาริมฝีปากไม่เท่ากัน หรือ ริมฝีปากบาง รวมไปถึงการเติมปากให้ดูอวบอิ่มเป็นทรงขึ้น และยังสามารถฉีดบริเวณริมฝีปากบนให้ดูหยดลงมาเป็นปากกระจับได้โดยไม่ต้องผ่าตัดอีกด้วย
  7. คาง สำหรับการฉีดคางถือเป็นที่นิยมมากที่สุดในบรรดาการฉีดฟิลเลอร์ สามารถเติมคางที่สั้นให้ดูเรียวยาวขึ้น เป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งจนเกินไป
  8. ริ้วรอยที่เกิดจากสิว/หลุมสิว ช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น
  9. ลำคอ สามารถฉีดเพื่อแก้ไขปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอให้กลับมาดูเต่งตึง เรียบเนียนได้อีกครั้ง
  10. หลังมือ สำหรับบางคนอายุยังไม่มากเท่าไหร่ แต่มีหลังมือที่ดูเหี่ยวย่น แก่กว่าไว การฉีดฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหาให้ผิวบริเวณหลังมือดูเต่งตึงขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรม

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

ก่อนฉีดประมาณ 1 สัปดาห์ ควรงดวิตามิน และอาหารเสริมเช่น วิตามินอี คอลลาเจน น้ำมันตับปลา สารสกัดจากแปะก๊วย (กิงโกะ) และยาแอสไพริน เนื่องจากการรับประทานอาหารเสริมประเภทเหล่านี้ ก่อให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย และหยุดยาก อาจทำให้มีรอยช้ำ เขียวหลังจากการฉีดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง และสิ่งที่สำคัญก่อนทำการรักษาทุกครั้ง ควรแจ้งให้แพทย์ที่ฉีดได้รับทราบถึงประวัติส่วนตัวอย่าง โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือ อาหาร

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

  1. ไม่ควรสัมผัส นวด บริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลให้ทรงของฟิลเลอร์ที่แพทย์ได้ทำการฉีดไว้เปลี่ยนรูปทรงได้
  2. หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรดื่มน้ำตามให้มาก ๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ หากรับประทานน้ำหลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จ จะทำให้ฟิลเลอร์ได้ผลดีมากยิ่งขึ้น
  3. งดการทำทรีทเมนต์ต่าง ๆ 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย เพราะการทำทรีทเมนต์ในบางครั้งอาจมีขั้นตอนการนวดหน้าที่กระทบต่อรูปทรงของฟิลเลอร์ได้
  4. หลังฉีด 24 ชั่วโมง งดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวมากยิ่งขึ้น อาจทำให้รอยเข็มหลังฉีดหายช้าลง
  5. หลีกเลี่ยงสถานที่ ๆ มีความร้อนสูง อย่างเช่น ซาวน่า ห้องอบสมุนไพร ห้องโยคะร้อน เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เกิดการสลายตัวเร็วกว่าปกติ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ (Filler) ที่นำมาฝากในวันนี้ แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะย้ำเตือนทุกท่าน ก่อนที่จะเติมเต็มความสวยด้วยฟิลเลอร์ นั่นก็คือการเลือกสถานที่ที่ได้มาตฐาน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเท่านั้น ไม่อย่างงั้นอาจจะต้องเสียเงินทั้งเงินไปอย่างน่าเสียดาย