ข้อควรรู้ก่อนและหลังทำ Ulthera

ใคร ๆ ก็อยากมีใบหน้าที่ดูเด็ก ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย หากเป็นในยุคก่อน ๆ ก็คงจะนึกถึงแต่การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับใบหน้า แต่ในปัจจุบันนี้มีนวัตกรรมความงามหลายรูปแบบให้เราเลือกสวยได้ทันที โดยไม่ต้องเจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย หนึ่งในทางเลือกเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ลดเหนียง ปรับรูปหน้า แบบไม่ต้องผ่าตัด นั่นก็คือ ulthera (อัลเทอร่า) ที่จะช่วยให้คุณดูเด็กลงไปเป็นสิบปี ด้วยวิธีที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แถมยังได้รับความนิยมไม่แพ้วิธีอื่น ๆ อีกด้วย แต่ก่อนจะไปทำกันนั้น เรามารู้ถึงข้อควรรู้ต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังทำ Ultrera กันก่อน

Ulthera คืออะไร?

นวัตกรรมการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ที่พัฒนาและปรับปรุงมาจากเทคโนโลยี Ultrasound จนสามารถนำมาใช้ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้ โดยใช้เครื่องเลเซอร์ที่มีชื่อว่า Ultrera ส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง เจาะจงไปยังบริเวณเนื้อเยื่อชั้น SMAS (Superfical Muscular Aponeurotic System) ในระดับที่เทคโนโลยีอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้มาก่อน และเมื่อชั้น SMAS มีการหดตัว ก็จะทำให้ผิวของเรามีการยกกระชับขึ้น โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือทำลายผิวชั้นบน โดยแพทย์จะสามารถเห็นสภาพผิวหนังที่กำลังรักษาผ่านหน้าจอของเครื่อง ทำให้เกิดความแม่นยำสูงในการรักษา และให้ผลที่ดีกว่าวิธีอื่น ๆ ซึ่งคลื่นอัลตร้าซาวด์นี้จะไปกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ให้ผิวค่อย ๆ ตึง เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

การทำ Ultrera เหมาะสำหรับใครบ้าง รู้ไว้ก่อนตัดสินใจทำ

  1. ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยตามวัย แต่ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้น
  2. ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการปรับรูปหน้า ลดเหนียง ลดแก้ม ลดคางสองชั้น
  3. มีปัญหาหนังตาตก ขอบตาล่างหย่อนคล้อย หางตาตก หางคิ้วตก ต้องการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด
  4. ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์และมีความยืดหยุ่น ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  5. ต้องการแก้ปัญหาเนินอกและลำคอเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย

ทั้งนี้อายุที่เหมาะสมในการทำ Ultrera ที่แนะนำคือ 30-60 ปี ซึ่งเมื่อเข้าสู่วัย 30 ขึ้นไปแล้วนั้น จะเป็นช่วงที่เริ่มมีริ้วร้อยตามวัย และร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนน้อยลง ทำให้ผิวไม่มีความยืดหยุ่น ส่วนวัย 60 ปี จะเป็นช่วงที่ผิวมีร่องลึกและริ้วรอย สัญลักษณ์ของการแก่ชราเพิ่มมากขึ้น การทำ Ultrera จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ เต่งตึง ริ้วรอยจาง และใบหน้าได้รูปเรียวสวยมากยิ่งขึ้น

การเลือกทำ Ultrera ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

การทำ Ultrera นั้น มีสถานประกอบการหรือคลินิกมากมายให้เลือก ควรเลือกสถานที่ที่ใช้เครื่อง Ultrera ที่ได้มาตรฐาน เป็นเครื่องแท้จากสหรัฐอเมริกา เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี สถานที่ทำควรเป็นสถานที่ที่เป็นที่รู้จักหรือมีชื่อเสียง มีความน่าเชื่อถือ และต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาก่อนเท่านั้น เพราะผลลัพธ์ที่จะอยู่ได้นานจะขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ ทั้งด้านการออกแบบรูปหน้า และความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ ซึ่งนอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังช่วยป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย

ในเรื่องของราคานั้น ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรคำนึงถึงก่อนทำ เนื่องจากแต่ละสถานที่จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป โดยดูจากบริเวณของผิวหนังที่ต้องการการรักษา ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และหลาย ๆ ที่มักจะจัดโปรโมชั่น ควรสำรวจราคาและความเหมาะสมก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไป

ขั้นตอนการทำ Ultrera

หลังจากตัดสินใจเลือกสถานที่ทำ Ultrera ได้แล้วนั้น ก่อนทำไม่จำเป็นต้องเตรียมผิวหรืองดการทานอะไร สามารถดูแลผิวได้ตามปกติ และสามารถเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดังนี้

  1. แพทย์จะต้องประเมินสภาพปัญหาผิวก่อนว่าจะต้องใช้จำนวนช็อตเท่าไหร่ และค่าพลังงานเท่าไหร่ โดยขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และปัญหาของแต่ละคน
  2. หลังจากวางแผนการรักษาแล้ว จะมีการเตรียมผิวก่อนทำ Ultrera โดยทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ทำ
  3. แปะยาชาบริเวณผิวหน้าที่ต้องการทำ ก่อนทำการรักษาประมาณ 30-45 นาที เมื่อครบเวลาก็จะทำการเช็ดออก
  4. แพทย์จะใช้หัว Ultrera สัมผัสเบา ๆ ที่ผิวหน้า และเคลื่อนไปยังจุดต่าง ๆ ทั่วบริเวณผิว โดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45-60 นาที
  5. อาจต้องกลับมาพบแพทย์อีกครั้งเพื่อติดตามผลการรักษา

ผลลัพธ์หลังจากทำ Ultrera

หลังจากการทำ Ultrera จะรู้สึกเลยว่าหน้ายกกระชับขึ้นทันที ประมาณ 20-30% เนื่องจากจะเป็นการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นหลังการรักษาประมาณ 1 เดือน ผิวจะเริ่มตึงและยกกระชับขึ้น เหนียงใต้คางลดลง รูปหน้าเรียววีเชฟขึ้นจากเดิม กรอบหน้าเด่นชัดขึ้น หางตา หางคิ้ว หนังตา และใต้ตาที่หย่อนคล้อยก่อนทำจะยกกระชับขึ้น และเมื่อผ่านไปแล้ว 3-6 เดือนหลังทำ จะพบว่าผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนเล็กลง รวมถึงริ้วรอยต่าง ๆ ร่องแก้ม ได้หายไป ผลลัพธ์นี้จะคงอยู่นาน 1-2 ปี แต่ทั้งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยเช่นกัน

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Ultrera

  1. อาจมีอาการบวมเกิดขึ้นได้ในบางคน แต่จะไม่บวมเยอะ หรือบวมขนาดช้ำ แต่จะบวมเพียงเล็กน้อย สามารถประคบเย็นหลังทำเพื่อลดอาการบวมได้ ทั้งนี้อาการบวมนั้นจะหายเป็นปกติได้เองหลังจากทำไปแล้ว 2-3 วัน
  2. อาการระบมใต้ผิว ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ทำ Ultrera หากมีอาการเป็นเยอะหรือรู้สึกมาก แพทย์จะให้ยามาทานแก้ปวด ซึ่งอาการระบมจะหายไปประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังทำ
  3. หลายคนที่ทำ Ultrera อาจมีอาการผิวแห้งลงในช่วงแรก ส่วนหนึ่งมาจากการทายาชาจะทำให้ผิวบริเวณนั้นมีการแห้งเพิ่มขึ้นได้ สามารถดูแลได้โดยทาครีมที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ให้ความชุ่มชื้น และไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดเป็นประจำด้วย และควรงดการใช้ครีมในกลุ่มของไวท์เทนนิ่ง ผลัดเซลล์ผิว อย่างน้อย 1 สัปดาห์

การดูแลตนเองหลังจากทำ Ultrera

  1. หลังจากทำ Ultrera แล้วนั้น เราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น การแต่งหน้า หรือทาครีมกันแดด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเมื่อต้องออกจากบ้านไปเผชิญแสงแดด และหลังจาก 1 สัปดาห์หลังทำ สามารถทำทรีทเมนท์ หรือทำเลเซอร์อื่น ๆ ต่อได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ
  2. ไม่สัมผัสผิวหน้าแรงจนเกินไป เนื่องจากอาจมีอาการบวมหรือระบมหลังทำได้ในบางราย
  3. หากมีอาการบวมแดง สามารถใช้การประคบเย็น และการนอนหมอนที่สูงขึ้น ก็จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านั้นได้

สรุปแล้วการทำ Ultrera นั้นดีหรือไม่

แม้ว่าเทคโนโลยีการทำ Ultrera จะมีมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ความนิยมก็ยังคงอยู่ และยังแพร่หลายไปทั่วโลก เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ยกกระชับผิวได้ลงลึกที่สุด และเห็นผลทันทีหลังจากทำ รวมถึงทำซ้ำเพียงแค่ 1-2 ปีครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ใบหน้ายังคงเต่งตึง ยกกระชับ ดูอ่อนเยาว์ตลอดไปได้ ที่สำคัญคือไม่ต้องพักฟื้น และไม่เจ็บตัว แถมผลลัพธ์ที่ได้ยังดูเป็นธรรมชาติต่างจากการผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ คุ้มค่ากับราคา

การดูแลตนเองและผิวพรรณนั้น ไม่ต้องรอให้ถึงวัยที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยแล้วถึงจะดูแลได้ เราสามารถใส่ใจดูแลผิวพรรณตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้ ยิ่งเมื่ออายุยังน้อย ควรหาวิธีการยืดอายุผิว และไม่ทำร้ายผิวให้แย่ลงหรือดูแก่ก่อนวัย ดังนั้น เมื่ออายุประมาณ 25 ปี ก็สามารถเริ่มทำ Ultrera ได้แล้ว เพราะผิวในวัยนี้แม้จะยังไม่มีริ้วรอยเด่นชัด หรือมีความหย่อนคล้อย แต่ผิวก็เริ่มบางลง และเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความเสื่อมสภาพ ความยืดหยุ่นของผิวและการสร้างคอลลาเจนจะลดลง ซึ่งการทำ Ultrera จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้สร้างมากขึ้น ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าและผิวพรรณ หากทำต่อเนื่องเป็นประจำทุก 1-2 ปี ผิวจะดูอ่อนวัยลงไปเป็นสิบปีจนคุณสัมผัสได้

 

 

 

บอกเล่าประสบการณ์ก่อนทํา Ulthera และข้อควรระวังที่ควรรู้

นวัตกรรมการทำ Ulthera คือหนึ่งในเทคโนโลยีกระชับใบหน้ายอดนิยม เนื่องจากมีจุดเด่นในการรักษาคือ ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้ทันทีหลังทำ กรอบหน้าชัดเจนขึ้น ช่วยลดริ้วรอย มีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวเรียบเนียน อิ่มฟู และรูขุมขนกระชับ ทั้งยังไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเจ็บตัว แต่กลับได้ใบหน้าที่เรียวสวยไม่หย่อนคล้อยกลับคืนมา แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำกันนั้น เราได้รวบรวมรวมประสบการณ์ก่อนทำ Ulthera และข้อควรรู้ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณพิจารณาได้ง่ายยิ่งขึ้น

รู้ไว้ก่อนทำ Ulthera

  1. อย่างแรกเลยคือต้องรู้ถึงปัญหาของใบหน้าตนเองก่อน เพราะนวัตกรรมการยกกระชับใบหน้าในปัจจุบันนั้นมีหลายวิธีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Ulthera, Thermage หรือ HIFU ซึ่งหากว่าคุณเป็นคนที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อใบหน้า ต้องการลดริ้วรอย และต้องการให้หน้าได้รูปชัดเจน การทำ Ulthera ก็จะเหมาะสมสำหรับคุณที่สุด เนื่องจาก Ulthera เป็นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ ที่สามารถยิงลึกลงไปถึงผิวชั้นลึก SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างพังผืดใต้ผิวหนังที่ช่วยพยุงโครงร่างผิวหนังไว้ ทำให้มีประสิทธิภาพในการยกกระชับใบหน้าได้เป็นอย่างดี
  2. แม้ว่าเทคโนโยลีการทำ Ulthera นั้นจะไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาจจะมีความรู้สึกเจ็บเกิดขึ้นได้ เนื่องจากได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำการยกกระชับหรือดึงหน้าให้ตึง ยิ่งลึกลงใต้ชั้นผิวเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีความเจ็บมากเท่านั้น หากคุณไม่สามารถทนเจ็บได้ อาจจะพิจารณาเลือกเป็นเทคโนโลยีอื่นอย่าง Thermage แทน
  3. หากมีปัญหาในบริเวณอื่น ๆ ที่ผิวค่อนข้างบาง เช่น เปลือกตา ริมฝีปาก การรักษาด้วยวิธี Ulthera อาจไม่สามารถช่วยยกกระชับได้ แต่แพทย์สามารถผสมผสานเทคโนโลยีระหว่าง Ulthera และ Thermage ในการรักษาให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้
  4. ค่าใช้จ่ายในการทำ แม้ว่า Ulthera และ Thermage จะมีราคาใกล้เคียงกัน แต่การรักษาด้วย Ulthera จะคุมงบประมาณได้มากกว่า เพราะสามารถเลือกทำบริเวณที่ต้องการก่อน และกำหนดจำนวนช็อตที่จะทำได้ เช่น อยากยกกระชับบริเวณคิ้วและหางตา ก็อาจจะใช้เงินที่ไม่มากนักในการทำแต่ละครั้ง
  5. ระยะเวลาของการเห็นผล การทำ Ulthera จะเห็นผลแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ว่าจะรู้สึกถึงผิวกระชับได้ในการทำครั้งแรกประมาณ 20-30% แต่เนื่องจาก Ulthera ไม่ใช่การผ่าตัดทำศัลยกรรม จึงทำให้ไม่สามารถเห็นผลชัดเจน 100% ได้ในทันที ต้องใช้ระยะเวลา โดยจะเห็นชัดขึ้นหลังทำประมาณ 3-6 เดือน และผลจะคงอยู่นาน 1-2 ปี แล้วแต่สภาพผิวและการดูแลของแต่ละคน
  6. ความปลอดภัยในการทำ การทำ Ulthera มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และผ่านการรับรองมาตรฐาน FDA เครื่องมือที่ใช้ทำจึงมีมาตรฐานและปลอดภัย แต่ทั้งนี้ก่อนทำต้องสอบถามให้แน่ชัดและสังเกตให้ดีก่อนว่า เครื่องที่คลินิกหรือสถานประกอบการนั้น ๆ ใช้ เป็นเครื่องแท้หรือไม่ เพราะหากเป็นเครื่องลอกเลียนแบบจะทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งในด้านของผลลัพธ์ที่ได้และผลข้างเคียงจากการทำ

Ulthera, Thermage และ HIFU แตกต่างกันอย่างไร?

นวัตกรรมการยกกระชับผิวหน้าทั้ง 3 แบบ อย่าง Ulthera, Thermage และ HIFU นั้น ล้วนแล้วแต่ช่วยให้ใบหน้ากระชับ ปรับรูปหน้า แต่เทคโนโลยีแต่ละอย่างนั้น ก็ย่อมมีวิธีการแตกต่างกันออกไป ใครที่สนใจในการทำ Ulthera นั้น มาดูความแตกต่างของการยกกระชับทั้ง 3 แบบนี้กันก่อน เพื่อจะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

– Ulthera นวัตกรรมยกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ ลงไปยังชั้น SMAS ที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อ เป็นชั้นผิวที่ลึกที่สุด มีความแม่นยำสูง ความร้อนที่ยิงลงไปทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้เกิดการยกกระชับทันที และผิวเรียบเนียนขึ้น ผลลัพธ์หลังทำ สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี

– Thermage นวัตกรรมยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว สามารถปล่อยพลังงานความร้อนลงไปได้ถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ที่มีคอลลาเจนเป็นองค์ประกอบสูงสุด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้เกิดการกระชับของผิว ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอย และฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้มีคอลลาเจนที่สมบูรณ์ ผลลัพธ์หลังทำ สามารถอยู่ได้นาน 1-2 ปี

– HIFU นวัตกรรมยกกระชับที่ปล่อยคลื่นพลังงานอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงลงบริเวณที่ทำ ลึกลงไปยังชั้นพังผืดที่รองรับเนื้อเยื่อผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยลดไขมันข้างแก้ม แก้ปัญหาเหนียงและคางสองชั้น ลดริ้วรอยให้ตื้นและเรียบเนียนขึ้น ผลลัพธ์หลังทำ สามารถอยู่ได้นานอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี และต้องมีการทำซ้ำทุก ๆ 2 เดือน

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง ของการทำ Ulthera ที่ควรรู้

  1. ก่อนจะทำ Ulthera ควรศึกษารายละเอียดของการรักษาให้ดีเสียก่อนว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง เพราะการรักษาด้วย Ulthera นั้น เน้นไปที่การยกกระชับใบหน้า ให้ใบหน้าเต่งตึง ไม่สามารถช่วยลดร่องรอยจุดด่างดำ หรือช่วยบำรุงผิวได้โดยตรง และอยู่ได้เพียง 1-2 ปี เป็นทางเลือกที่ดีของคนที่ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า
  2. ควรเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้ สะอาด และถูกหลักอนามัย ตั้งอยู่ในแหล่งที่เป็นที่รู้จักและหาง่าย ไม่ใช่คลินิกเถื่อนที่ซ่อนอยู่ในซอกซอยที่ลึกลับ และใช้เครื่องมือนำเข้าอย่างถูกต้อง เป็นของแท้ มีการรับรองจาก FDA จากอเมริกา และ อย.ของประเทศไทยอย่างชัดเจน ตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลลัพธ์ที่จะได้
  3. แพทย์ที่จะทำต้องจบด้านการแพทย์โดยตรง และมีประสบการณ์ในด้านศัลยกรรมความงาม รวมถึงใช้เครื่องมือได้อย่างชำนาญ เพราะผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาดีหรือไม่ สิ่งสำคัญคือเทคนิคและฝีมือของแพทย์ที่ทำ ถ้าแพทย์ที่เก่งและมีประสบการณ์สูง ก็จะสามารถยิงคลื่นลงไปได้อย่างตรงจุด ก็จะแก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมถึงต้องเข้าใจในปัญหาและสภาพผิวของคนไข้ด้วย
  4. มีรีวิวการใช้บริการ ด้วยเพราะ Ulthera นั้น จะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าและปัญหาของแต่ละคน เนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัดยกกระชับผิวหน้าจึงจะไม่เห็นผลที่ชัดเจนนักในช่วงแรก ๆ แต่เราสามารถขอดูรีวิวจากผู้ที่เคยทำ เพื่อดูรูปเปรียบเทียบก่อน-หลัง จากการทำ เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดหลังทำ Ulthera

  1. หลังทำ Ulthera จะเห็นผลทันที 20-30% และจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2 เดือน
  2. กรอบหน้าจะชัดขึ้น แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ จากการที่ชั้น SMAS หดตัว
  3. ผิวดูอิ่มฟูขึ้น แน่นขึ้น จากการที่ส่งผ่านพลังงานไปยังชั้นผิวตื้น ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแก่ชั้นผิว
  4. หางคิ้วและหางตาจะถูกยกขึ้น ไขมันหนังตาดูลดลง เหมาะกับคนที่หนังตาหางตาตก แต่ยังไม่อยากทำศัลยกรรม
  5. ใบหน้ายกกระชับขึ้น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องน้ำหมาก ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละบุคคลนั้นจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลรักษาหลังการทำ Ulthera อีกด้วย แต่หากมีการดูแลที่ดี การทำ Ulthera นั้น สามารถให้ผลลัพธ์ได้ยาวนาน 1-2 ปี

วิธีปฏิบัติตน หลังทำ Ulthera

หลังจากที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำ Ulthera ความแตกต่างจากนวัตกรรมอื่น ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ ข้อจำกัด และข้อควรระวัง ที่รู้กันไปแล้วนั้น เรื่องของวิธีปฏิบัติตนหลังจากการทำ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ควรรู้ไว้เช่นกัน

  1. หลังการทำ Ulthera สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทาครีมบำรุงหรือแต่งหน้า โดยไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ และควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดทุกครั้ง
  2. ไม่สัมผัสผิวหน้าหรือถูหน้าแรง ๆ เพราะในระยะแรกผิวอาจมีอาการบวมได้ ซึ่งสามารถประคบเย็นหลังทำเพื่อช่วยลดบวม และอาการบวมนั้นจะหายไปได้เองประมาณ 2-3 วันหลังทำ ควรนอนหมอนสูงจะช่วยบรรเทาอาการได้ด้วย

แม้ว่าการทำ Ulthera จะได้รับการยอมรับและกล่าวขานว่าเห็นผลดีและปลอดภัย แต่ก่อนจะตัดสินใจทำนั้น ต้องศึกษาให้ดีก่อน รวมถึงเลือกแพทย์และคลินิกที่เชื่อถือและไว้ใจได้ นอกจากจะได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว ยังช่วยป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย

อยากรู้ไหมว่า ทำ Ulthera กี่วันเห็นผล?

ปัญหาผิวหน้ามีริ้วรอยและหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลานั้น เป็นปัญหาที่หลายคนประสบอยู่ แต่ในยุคนี้ที่มีเทคโนโลยีมากมาย ให้เรากลับมามีผิวเด็กแบบโกงอายุได้ไม่ยาก ด้วยการทำอัลเทอร่าหน้าเด็ก หนึ่งในนวัตกรรมการยกกระชับผิวปรับรูปหน้าด้วยอัลตร้าซาวด์ เพื่อคืนคอลลาเจนให้กับผิว กลับมาเต่งตึงและย้อนวัยได้อีกครั้ง แต่หลายคนคงมีข้อสงสัยว่าการทำ Ulthera นั้นต้องทำกี่วันถึงจะเห็นผล แล้วการทำ Ulthera ช่วยให้หน้าเด็กลงได้จริงหรือไม่ เรามีคำตอบมาให้แล้ว

การทำ Ulthera คืออะไร

Ulthera ไม่ใช่การผ่าตัดศัลยกรรมและไม่ใช่การทำเลเซอร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความถี่สูง โดยหลักการทำงานคือ จะปล่อยคลื่นออกมาเป็น dot เล็ก ๆ ที่ผิวหนังในชั้นที่เฉพาะเจาะจงลงไปในผิวชั้นลึก รู้สึกคล้ายมีการเย็บผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับขึ้น เพราะมีการยิงจุดเล็ก ๆ  และมีระยะห่างเท่า ๆ กัน คือ 1-1.5 มิลลิเมตร เรียงเป็นแนวต่อเนื่อง ทำให้ได้ผลการรักษาที่แน่นอนกว่า มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำได้กับทุกสีผิว อีกทั้งคลื่นเสียงนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยจาง รู้สึกผิวตึงเหมือนผิวเด็ก ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษานั้นได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมจากหลายประเทศทั่วโลก

การรักษาด้วย Ulthera ปลอดภัยหรือไม่

Ulthera เป็นการรักษาที่ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ถึง 50 ปีแล้ว ซึ่งพัฒนาและปรับปรุงมาจากอัลตร้าซาวด์ที่เรารู้จักกันดี โดยมีการใช้ในแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และแพทย์ผิวหนังหลาย ๆ ประเทศ มานานกว่า 12 ปี ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ว่าสามารถยกกระชับตาและใบหน้าได้จริง ทั้งยังมีความปลอดภัยสูงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงมั่นใจได้ในการเข้ารับการรักษา

มีอาการข้างเคียงหลังจากทำ Ulthera หรือไม่

อาการข้างเคียงจากการทำพบได้น้อยมากจนถึงอาจจะไม่พบเลยในบางราย สามารถกลับไปทำงานได้ทันที และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องนอนพักฟื้นแต่อย่างใด ในบางรายอาจพบอาการข้างเคียงหลังทำเพียงเล็กน้อย เช่น ใบหน้าอาจมีอาการบวมหรือแดงสักระยะหนึ่ง ราว ๆ 2-10 วัน และจากนั้นจะทุเลาลงและหายได้เอง

การทำ Ulthera นั้น กี่วันถึงจะเห็นผล

จุดเด่นของการทำ Ulthera คือการ Lifting หรือการยกกระชับผิว ความรู้สึกหลังทำอัลเทอร่าทันทีคือจะรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ที่ผิวลึก ๆ เนื่องจากผิวหน้าเราถูกกระตุ้นและยกตัวขึ้นจากการที่ชั้น SMAS หดตัว ผิวที่หย่อนคล้อยดูยกกระชับขึ้นประมาณ 20% และกรอบหน้าชัดขึ้น

– หลังจากทำได้ 3 วัน ผิวจะรู้สึกได้ถึงการกระชับที่มากขึ้น ผิวมีความแน่น เนื้อแก้มที่ห้อยย้อยเริ่มยกตัวขึ้น ผิวดูฟู เด้ง มีความยืดหยุ่น ร่องแก้มและร่องใต้ตาตื้นขึ้นค่อนข้างชัด

– หลังจากทำได้ 7 วัน ผิวหน้าเริ่มยกอย่างชัดเจนขึ้น เนื้อแก้มที่ห้อยตกเริ่มยกกระชับกว่าเดิม กรอบหน้าเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผิวดูมีน้ำมีนวลสดใส

– หลังจากทำได้ 1 เดือน ผิวจะกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องน้ำหมาก ลดลงอย่างชัดเจน ใบหน้าเริ่มดูอ่อนเยาว์ลงกว่าก่อนทำ

– หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน จะเห็นผลชัดเจนที่สุด เนื่องจากคอลลาเจนที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นใหม่ จะถูกสร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 เดือน โครงสร้างผิวจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ ผิวที่ค่อนข้างเหี่ยวและคล้อยจะดูตึงและกระชับมากขึ้น และคงสภาพอยู่ยาวนานกว่า 1-2 ปี

ซึ่งนอกจากการทำ Ulthera จะทำให้ผิวที่ห้อยย้อยกลับมาเต่งตึงกระชับ กรอบหน้าคมชัดขึ้นแล้วนั้น ยังทำให้ผิวใส มีออร่า และดูอ่อนวัยไปอีกหลายปี ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย สวยจากภายในสู่ภายนอก

การทำ Ulthera ดีจริงไหม?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งการทำ Ulthera นั้น มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มากมายว่าได้ผลดี และการทำ Ulthera ก็เป็นนวัตกรรมยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมหรือพักฟื้น ส่วนผลลัพธ์ที่ได้นั้น การทำ Ulthera ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้จริง แต่มีปัจจัยที่สำคัญคือ จะต้องทำกับเครื่องมือแท้ที่นำเข้าจากอเมริกา และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญในเครื่องมือเท่านั้น ถึงจะได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดี

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่อง Ulthera ที่ใช้เป็นของแท้หรือของปลอม

เมื่อการจะทำ Ulthera  ให้ได้ผลที่ดีแล้วนั้น จำต้องขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้ด้วย เพราะ Ulthera เป็นหัตถการที่เป็นที่นิยม ทำให้มีเครื่องปลอมในท้องตลาด ซึ่งจะมีหน้าตาคล้ายกันแต่ผลิตมาจากประเทศจีน มีราคาถูกกว่าของแท้มาก แต่เสี่ยงต่ออันตรายและผลลัพธ์ที่ได้ เราสามารถสังเกตคร่าว ๆ ได้ว่าเครื่องแท้นั้นจะต้องเป็นอย่างไร ดังนี้

  1. เครื่องอัลเทอร่าแท้จะมีขนาดประมาณหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ประกอบด้วยตัวเครื่องที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หัวยิง และแฮนพีช
  2. หน้าจอเครื่องจะต้องเป็นแบบ Real Time คือแพทย์สามารถเห็นชั้นผิวของเราได้ขณะที่ทำ
  3. เพื่อผลการรักษาที่ดี ควรจะเป็นเครื่องที่นำเข้าอย่างถูกต้องจากบริษัท Merz Asthetic ที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเครื่อง Ulthera เพียงรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งเราสามารถเข้าเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่อง Ulthera แท้ได้โดยตรง
  4. ที่สถานพยาบาลหรือสถานประกอบการ หากมีการใช้เครื่องแท้อย่างถูกต้อง จะต้องมีสัญลักษณ์คริสตัล Ultherapy ใบประกาศ (Certificate of Authenticity) และโล่ ตั้งไว้ยังสถานพยาบาลนั้น ๆ อย่างชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตี

Ulthera มีกี่แบบ

ในความเป็นจริงแล้วนั้น อัลเทอร่ามีเพียงแบบเดียว เพียงแต่ได้มีการอัพเกรดหัวอัลเทอร่าแบบใหม่ให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมถึงทำให้มีอาการเจ็บในขณะทำน้อยลงด้วยนั่นเอง สำหรับชนิดของหัวอัลเทอร่าที่ใช้กันนั้น จะแบ่งตามบริเวณผิวที่ต้องการยกกระชับ โดยมี 3 หัวด้วยกันคือ

– หัวขนาด 1.5 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้

– หัวขนาด 3.0 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นไขมัน รอบดวงตา และบริเวณหน้าผาก

– หัวขนาด 4.5 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นกล้ามเนื้อ แก้ม เหนียง และลำคอ

ข้อดีและข้อเสียของการทำ Ulthera

ข้อดีของ Ulthera

  1. สามารถยกกระชับหน้าได้ทุกช่วงอายุ แม้อายุ 45 ปีก็เห็นผล
  2. หลังจากทำแล้ว อยู่ได้นานกว่าเมื่อเทียบกับการทำ Thermage และ Hifu
  3. เนื่องจาก Ulthera เป็นการใช้คลื่นพลังงานความร้อนที่สามารถส่งตรงไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการแก้ปัญหาได้อย่างเฉพาะเจาะจง จึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูง
  4. นอกจากจะช่วยให้ใบหน้ากลับมากระชับแล้ว ยังช่วยลดจุดด่างดำต่าง ๆ ผิวเรียบเนียนและใสขึ้น ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

ข้อเสียของ Ulthera

  1. ขณะทำการรักษาเพื่อปล่อยคลื่นลงบนผิวนั้น อาจทำให้รู้สึกอุ่นที่ใต้ผิวหนัง และอาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงลงบนผิว แต่แพทย์จะใช้ยาชาทาในบริเวณที่จะรักษาก่อนทำการรักษา เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าวได้
  2. ในบางรายอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นได้บ้าง แต่จะหายเป็นปกติภายใน 1 ชั่วโมง
  3. บางรายอาจพบรอยบวมหรือเขียว แต่สามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน
  4. มีราคาค่อนข้างสูง

การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีการทำ Ulthera นั้น จัดได้ว่าเป็นอีกวิธีที่ปลอดภัยสูง และได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นที่นิยม แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ต้องมีระยะเวลาของผลลัพธ์ การทำ Ulthera ก็เช่นกัน แม้ว่าจะรู้สึกผิวตึงได้ในทันทีหลังทำ แต่เพื่อผลลัพธ์ที่สูงสุด ก็ต้องใช้เวลาราว ๆ 3-6 เดือน ถึงจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจทำสามารถศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงระยะเวลาในการติดตามผล เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนทำ และเลือกเทคโนโลยีในการแก้ปัญหารูปหน้าหรือผิวหน้าให้ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ให้คุณเปลี่ยนมาเป็นคนใหม่ ที่สวยสดใส หน้าตึงได้ทุกช่วงวัย เหมือนโกงอายุ

 

ความแตกต่างระหว่าง ULTHERA กับ HIFU เลือกแบบไหนดี?

การเสริมสร้างความมั่นใจ หลายคนพยายามทำให้หน้าตาของตัวเองดูดีขึ้นด้วยเครื่องสำอาง อาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไป ร่างกายก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลา การพึ่งแค่เครื่องสำอางเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ผลเท่าที่ควร ปัญหาเรื่องโครงสร้างรูปทรง ร่องรอยพับของผิว ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ริ้วรอย จุดบกพร่องเหล่านี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและปลอดภัยเข้ามาช่วยเพื่อแก้ไขให้ตรงจุด การหันมาพึ่งการทำศัลยกรรมก็เป็นตัวเลือกที่นิยมกันไม่น้อย เทคโนโลยีอันก้าวล้ำทางการแพทย์ พัฒนาไปสู่นวัตกรรมความงามที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมีทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค เพราะนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมามากมายสามารถช่วยตอบโจทย์ของผู้หญิงอยากสวยอยู่เสมอ และนวัตกรรมยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าให้ตึงกระชับที่เราจะพูดถึงก็คือ ULTHERA กับ HIFU เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าของคุณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเห็นผลกับคุณมากที่สุด

HIFU คืออะไร?

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นนวัตกรรมการส่งคลื่นเสียงอัลตร้าซาวนด์ที่มีความเข้มข้นสูง โดยส่งเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังในชั้น SMAS หดตัว คล้ายกับการเย็บที่เนื้อ กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนหรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นการดึงหน้า ที่ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและอ่อนเยาว์มากขึ้น โดยคลื่นอัลตร้าซาวด์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นนอก และไม่ส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกาย จึงมีความปลอดภัยสูง โดย HIFU ถูกแบ่งออกหลักเป็น 2 ประเภท คือ HIFU แบบธรรมดา ส่งคลื่นพลังงานไปใต้ผิว จนเกิดความร้อน 45-70°C โดยลักษณะเส้นผ่านศูนย์กลางของคลื่นอยู่ที่ประมาณ 0.3-0.5 mm, HIFU แบบ Macrofocus ส่งคลื่นพลังงานไปใต้ผิว จนเกิดความร้อน 45-70°C โดยลักษณะเส้นผ่านศูนย์กลางของคลื่นอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 mm ซึ่งการทำ HIFU เหมาะกับคนที่ไม่มีไขมันบนใบหน้าเยอะ แต่ผิวหนังหย่อยคล้อย ต้องการกระชับใบหน้า ไม่สามารถกำจัดไขมันหรือลดไขมันบริเวณเหนียงได้ เพื่อให้หน้าดูเด็กลง หน้าเรียวสวย V-Shape สร้างคอลลาเจน กระชับรูขุมขน ฟื้นฟูผิว ขาวใส ผิวใต้คางแน่นขึ้น

ULTHERA คืออะไร?

ULTHERA คือการส่งคลื่นเสียงอัลตร้าซาวนด์ที่มีความเข้มข้นสูง (Focus Ultrasound) เฉพาะเจาะจง ซึ่งมีความแม่นยำมากกว่า HIFU ซึ่งส่งคลื่นเข้าไปในชั้นผิวหนัง SMAS เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อ และ สร้างคอลลาเจนมาใหม่ การทำงานของ ULTHERA ส่งคลื่นเสียงที่มีพลังงานความร้อนไปใต้ผิว โดยลักษณะเส้นผ่านศูนย์กลางของคลื่นอยู่ที่ประมาณ 1 mm ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน (Vibration) จนเกิดความร้อนภายในเนื้อเยื่อ โดยจะมีอุณหภูมิ ประมาณ 65-75 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)  ซึ่งเป็นเซลล์หลักที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยให้มีการกระตุ้นคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เป็นการคงดุลยภาพของผิวหนังไว้ ทำให้เกิดริ้วรอยได้ช้าลง และช่วยให้ผิวที่เสื่อมสภาพกลับสู่สภาพเดิมทำให้ผิวอ่อนเยาว์ขึ้น และหน้าจอการทำงานสามารถการดูระดับความลึกของจุดที่ยิงลงไป จึงมีความแม่นยำสูง ปลอดภัย ไม่ก่อผลกระทบกับผิวบริเวณข้างเคียง ผลลัพธ์ที่ได้ของ ULTHERA คือ ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ช่วยให้หน้าดูเด็กลง ลดริ้วรอย ลดคิ้ว แก้ปัญหาหนังตาตก และช่วยลดถุงใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัด และยังช่วยให้รูปหน้าเรียวขึ้นด้วย

HIFU กับ ULTHERA แตกต่างกันอย่างไร ?

HIFU และ ULTHERA ใช้เทคโนโลยีที่คล้ายกัน คือ ทั้งสองตัวเป็นการใช้คลื่นคลื่นอัลตราซาวด์ที่สามารถลงลึกได้ถึงระดับผิวชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่เป็นเนื้อเยื่อพังผืดบางๆ จะอยู่ลึกสุดและมีผลอย่างมากต่อความกระชับหรือหย่อนคล้อยของผิวด้านบน ดังนั้นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์เข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่ผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวได้ทุกระดับตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้ายัน SMAS นั้นย่อมส่งผลให้ผิวหน้ากระชับขึ้น กรอบหน้าเรียวสวยได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ แต่ว่าก็ยังมีจุดแตกต่างของทั้งสองตัว คือ ULTHERA จะเน้นการยกกระชับ ปรับใบหน้าให้เรียวเข้ารูปได้ทรงสวย ส่วนการที่ริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้าตื้นขึ้น และมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นผลพลอยได้ ส่วน HIFU จะนำมาใช้ในการลดแก้ม โหนกแก้ม การทำหน้าเรียว V-Shape หรือว่าลดเหนียงใต้คาง บางคนก็เอามาใช้สำหรับการลดหน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขาก็ได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ HIFU และ ULTHERA เหมาะสำหรับคนที่กลัวการลงมีด ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น เจ็บเพียงนิดเดียวหรือแทบจะไม่เจ็บเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใด ข้อสำคัญที่สุดของการตัดสินใจเลือกทำในแต่ละครั้ง ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ใช้ระยะเวลาศึกษาผลิตภัณฑ์ที่สนใจอย่างละเอียด เลือกสถาบันความงามที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังประจำ ที่สามารถให้คำปรึกษา แนะนำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เลือกอะไรดี HIFU กับ ULTHERA ?

เทคโนโลยีอันก้าวล้ำทางการแพทย์ พัฒนาไปสู่นวัตกรรมความงามที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมีทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้บริโภค และในยุคปัจจุบันอันแสนเร่งรีบจะมีอะไรเหมาะไปกว่านวัตกรรมการยกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องลงมีดผ่าตัด ไม่ต้องทนเจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น และหลังทำเสร็จก็สามารถไปเดินโฉบอวดผิวสวยเต่งตึงได้อย่างสบายใจ สรุปได้ว่าทั้งสองตัวระหว่าง HIFU กับ ULTHERA มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน โดย HIFU จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยบนใบหน้าระดับปานกลาง ตั้งแต่ช่วงอายุ 25-35 ปี เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าหรือทำแนวคิ้วให้ยกขึ้น ลดเหนียงใต้คางหรือคางสองชั้น ต้องการยกกระชับใบหน้าให้สวย แก้ไขปัญหาเพียงเล็กน้อยไม่มากนัก และราคาก็ไม่สูงมาก หลังจากทำไม่ต้องพักฝื้นและสามารถทำได้บ่อยครั้ง ส่วน ULTHERA จะเหมาะกับผู้ที่มีอายุมากขึ้น มีผิวหย่อนคล้อย ผิวไม่ตึงกระชับ ดูแก่กว่าวัย ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะได้ผลลัพธ์ที่ดีและชัดเจนกว่า ยาวนานกว่า แต่ราคาสูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำ ต้องเข้าไปปรึกษาคุณหมอและสถาบันความงามชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือ มีเครื่องมือที่น่าไว้ใจ ได้มาตรฐาน นอกจากนี้คุณหมอจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือเป็นอย่างดี เพราะต้องมีการปรับค่าพลังงาน การวางแนวหัวส่งพลังงานระหว่างทำอย่างถูกต้อง ดังนั้นก่อนที่จะทำก็ควรหาข้อมูลเอาไว้เยอะๆ ปรึกษาคุณหมอจนมั่นใจ เพื่อที่จะได้ไม่เซ็ง ไม่เสียเงินเปล่า ทำแล้วเห็นผลทีเดียว และปลอดภัยในระยะยาว

การทำศัลยกรรมแต่ละครั้งความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในปัจจุบันศัลยกรรมความสวยความงามมีอยู่ทุกที่และสามารถเข้าถึงได้ง่าย แถมยังมีราคาที่แตกต่างตั้งแต่ถูกจนแพง ซึ่งแน่นอนว่าราคาถูกกับแพงย่อมมีข้อแตกต่างกันอยู่แล้วใครที่สนใจจะเข้ารับการทำศัลยกรรมแนะนำให้คุณศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการทำ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวคุณเองมากยิ่งขึ้นใครที่มีงบน้อยแต่อยากทำแนะนำว่าให้เก็บเงินอีกนิดดีกว่าห้ามไปทำกับหมอกระเป๋าอย่างเด็ดขาดถึงจะมีราคาทำศัลยกรรมที่ถูกแต่ก็เสี่ยงมากเลยทีเดียวที่จะเกิดผลเสียตามมาในภายหลังจากที่คุณทำมาแล้ว อยากสวยต้องลงทุน ทั้งนี้การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องของความพร้อมและความเหมาะสมในแต่ละคนมากกว่า ทำแล้วเราต้องพอใจและยอมรับให้ได้ เพราะผลที่ออกมาจะอยู่กับตัวเราไปอีกนานแสนนาน ชีวิตหลังศัลยกรรมจะมีความสุขขึ้นหรือไม่ ตัวคุณเท่านั้นที่รู้ดี  

 

Ulthera กี่ช็อตถึงได้ประสิทธิภาพ

Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร

Ulthera (อัลเทอร่า) คือ นวัตกรรมที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงทีี่มีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ทำงานโดยส่งผ่านพลังงานขนาดเล็กจำนวนมากด้วยความแม่นยำ ตรงเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก ( Selective delivery of acoustic energy ) ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ในเคสที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก แต่ได้ผลเทียบเคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า เป็นเครื่องมือแพทย์หนึ่งเดียวที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิว ( Tissue lifting ) ลดริ้วรอย โดยระหว่างที่ทำการยกกระชับด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) พลังงานที่นำส่งลงไป จะไปทำการกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง  โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บกับผิวหนังด้านบน ไม่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองแม้กระทั่งผิวที่แพ้ง่าย และไม่มีผลแม้จะโดนแสงแดดทันทีหลังจากทำการรักษา ผลจากการทำ Ulthera (อัลเทอร่า) จะเห็นชัดเจนตั้งแต่ 2-3 เดือนแรก และจะคงประสิทธิภาพอยู่นานถึง 1 ปี แพทย์สามารถมองเห็นภาพของผิวหนังผ่านหน้าจอของเครื่อง ( SEE and TREAT ) ทำให้แพทย์สามารถทำการยกกระชับไปพร้อมกับการปรับคลื่นเสียง ที่พอเหมาะกับสภาพผิวหนังของลูกค้าแต่ละราย ทำให้เกิดความแม่นยำในการยกกระชับหน้า และให้ผลการรักษาด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) ที่ดีกว่าเทคโนโลยีอื่น ๆ เครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) ได้รับการรับรองถึงผลลัพธ์จาก U.S. FDA ในการยกกระชับ และลดริ้วรอย ซึ่งสามารถช่วยยกกระชับทั่วใบหน้า เหนียงใต้คาง คอ ยกคิ้ว ริ้วรอยรอบดวงตา และริ้วรอยที่หน้าอก

การทำงานของ Ulthera (อัลเทอร่า)

Ulthera (อัลเทอร่า)  มีหัวระดับพลังงานหลายตัว และแต่ละตัวจะใช้ในการรักษากับบริเวณที่แตกต่างกัน Ultherapy เป็นเทคโนโลยีการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงที่มีความเฉพาะเจาะจง มารักษาริ้วรอย และเพิ่มการยกกระชับของใบหน้า โดยแพทย์สามารถเห็นสภาพผิวหนังทุกชั้นของผู้เข้ารับการรักษา ในขณะที่ส่งคลื่นเสียงที่มีพลังงานความร้อน ที่มีความแม่นยำสูงลงสู่ชั้นผิวได้ตามต้องการ โดยไม่ก่อให้ผลกระทบกับผิวบริเวณข้างเคียง จึงทำให้มีความปลอดภัยสูง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีทั้งหมด 3 ระดับพลังงานดังนี้

  1. ระดับส่งพลังงานได้ลึก 1.5 mm เหมาะสำหรับในบริเวณผิวใต้ตา กระชับรอบตา และเพื่อยกคิ้ว
  2. ระดับส่งพลังงานได้ลึก 3.0 mm เหมาะสำหรับในบริเวณรอบตา หน้าผาก
  3. ระดับส่งพลังงานได้ลึก 4.5 mm เหมาะสำหรับบริเวณลำคอ การกระชับแก้มและเหนียง

ผลที่ได้รับ

การรักษาด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 หลังจากที่ผ่านการรักษา จะสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาอย่างชัดเจนว่า คิ้วยกขึ้น ( lift of the the brow line ) ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า นอกจากนี้แล้วยังรู้สึกว่าผิวตึง รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม ลดริ้วรอยที่หน้าผาก ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกกระชับคิ้ว ยกกระชับบริเวณกราม ใต้คาง และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน

Ulthera (อัลเทอร่า) ไม่ส่งผลรบกวนกับการ ฉีดโบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ แต่แนะนำให้ทำในระยะเวลาที่ต่างกันเพื่อความปลอดภัยและประหยัดงบประมาณของตัวเอง หรือไม่ก็ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพื่อดูผลลัพธ์ก่อนว่าพึงพอใจหรือไม่

ความปลอดภัย

เทคโนโลยี Ulthera (อัลเทอร่า) ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์มานานกว่า 50 ปี และมีการใช้ Ulthera (อัลเทอร่า) โดยแพทย์ผิวหนัง และแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมามากกว่า 3,000 ราย เป็นเทคโนโลยีจากประเทศอเมริกาที่ได้รับการรับรอง FDA ทั้งอเมริกา ไทย เอเซีย ยุโรป รับรอง ในเรื่องของการยกกระชับ มีความปลอดภัยและแม่นยำสูงเนื่องจากมีหน้าจอเรียลไทม์ ให้เห็นชั้นผิวทุกครั้งก่อนจะยิงลงไปดังนั้น ในการยิงทุกช็อตของ Ulthera (อัลเทอร่า) มีประสิทธิภาพสูงกว่าการยิง HIFU จึงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ และผลที่ได้รับหลังจากการรักษาอย่างมาก

Ulthera บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดช็อต

Ulthera (อัลเทอร่า) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้เราเข้าใจดีว่า ”บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดช็อต” เป็นคำหนึ่งที่คิดขึ้นมาเพียงเพื่อกระตุ้นยอดขายเท่านั้น แต่อย่าเห็นแก่ของราคาถูกจนเกินไป ในปัจจุบันมีเครื่องมือทำลอกเลียนแบบมาหลอกขายคอร์สแก่ผู้รับบริการอย่างมากมาย นอกจากจะทำให้เสียเงินฟรีและไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดหวังแล้ว อาจจะมีผลข้างเคียงจากการรักษาตามมาอีกด้วย โดยการคำนวณช็อตจะถูกกำหนดไว้แล้วว่าปริมาณเท่าไร ที่จะเหมาะสมแก่สภาพผิวของแต่ละคน เพื่อสามารถยกกระชับผิว และรักษาจุดที่มีปัญหาให้เห็นผลได้จริง แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องไม่เกินต้นทุนที่ผู้ประกอบการกำหนดไว้ เพื่อให้ผลกำไรเป็นไปตามที่คาดหวัง รวมถึงจำนวนช็อตสำหรับลูกค้าแต่ละคน บางคนอาจจะใช้เยอะ บางคนอาจจะใช้น้อย ก็สามารถเฉลี่ยต้นทุนจำนวนช็อตกันไปได้ นอกจากนั้นการใช้พลังงานความร้อนในการช่วยยกกระชับย่อมมีผลข้างเคียงเสมอ หากมากเกินไปผิวอาจเกิดอาการเบิร์น หรือตัวลูกค้าเอง ก็อาจไม่สามารถอดทนต่อความเจ็บพอที่จะรับการรักษา ด้วยจำนวนช็อตที่เยอะเกินไปได้อีกด้วย ดังนั้นสำหรับ Ulthera (อัลเทอร่า) การรักษาด้วยจำนวนช็อตที่พอดีก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นผลได้แล้ว

เหตุผลหลักที่ทำให้เราวิเคราะห์ว่า “Ulthera บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดช็อต ไม่มีจริง” ก็คือข้อมูลที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า ตัว Transducer หรือหัวสำหรับใช้ยิง Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นหัวยิงแบบจำกัดช็อต หากใช้หมด จะต้องซื้อของแท้จากบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกลิขสิทธิ์มาเปลี่ยนใหม่เท่านั้น Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นหัตถการที่เป็นที่นิยม เพราะได้ผลที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้เครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) มีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นอาจมีผู้ที่ทำการผลิตเครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) ขึ้นมาเพื่อลอกเลียนแบบของจริง อาจมีเครื่องที่เป็นของปลอมอยู่ในท้องตลาดซึ่งหน้าตาก็จะคล้ายกัน แต่จะผลิตมาจากประเทศจีน เพราะฉะนั้นย่อมไม่มีทางเลย ที่ทางผู้ประกอบการณ์จะใช้จำนวนช็อตมากเกินต้นทุน และไม่มีทางอีกเช่นกันที่ลูกค้าซึ่งซื้อโปรโมชั่น “Ulthera บุฟเฟ่ต์ ไม่จำกัดช็อต” จะได้จำนวนช็อตอย่างไม่จำกัดตามคำโฆษณา

ต้องคำนึงถึงความหน้าเชื่อถือและความสะอาด คลินิกทางการแพทย์ที่เลือกฉีดทำ Ulthera (อัลเทอร่า) นั้นต้องเลือกให้สะอาด ถูกหลักอนามัย เป็นคลินิกที่มีหลักแหล่งที่ตั้งชัดเจน หาง่าย ไม่ลึกลับ ไม่เปลี่ยนที่หรือย้ายที่บ่อย มีการรับรองการเปิดให้บริการ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) แพทย์ต้องมีความรู้และประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมความงาม อีกทั้งยังมีศิลปะในการเสริมแต่งใบหน้าของลูกค้าให้สวยและมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เข้าใจในสภาพผิวและปัญหาของลูกค้า คลินิกมีเจ้าหน้าที่เอาใจใส่ มีความรู้สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานได้ ทางคลินิกต้องมีพนักงานที่มีความรู้ทางด้านการรักษาเพียงพอที่จะสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ อีกทั้งยังต้องมีความเต็มใจในการให้บริการลูกค้า ควรจะมีการรีวิวก่อนทำและหลังทำ จากลูกค้าที่เข้ารับการรักษาจริง มีรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังหลาย ๆ รูปเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วย และยังทำให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

  1. คนไข้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมาก แต่ต้องการยกกระชับผิวหน้า
  2. คนที่กรอบหน้าไม่ชัด ไม่เห็นแนวกราม มีเหนียง
  3. คนที่บริเวณหนังตา และบริเวณหางตาตก ต้องการยกบริเวณหางตาหางคิ้วขึ้น
  4. คนที่ต้องการฟื้นฟูบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึกกว่าการทาครีม
  5. คนที่อยากบำรุงผิว แต่มีเวลาไม่มาก เพราะทำแค่ปีละครั้ง
  6. คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเอง สามารถทำในขณะให้นมได้ ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน
  7. คนไข้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้น
  8. คนไข้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิว บริเวณคอ และ เนินอก

ถ้าคลินิกบอกคนไข้ว่า Ulthera (อัลเทอร่า) ก็จะบอกแค่ Ulthera (อัลเทอร่า) โดยไม่มีชื่ออื่นที่ใส่แอบแฝง เพราะฉะนั้นถ้าเจอโฆษณาเขียนว่า HIFU Ulthera (อัลเทอร่า) หรือ อัลตร้าอัลเทอร่า มินิอัลเทอร่า นั่นแปลว่าไม่ใช่ Ulthera (อัลเทอร่า) ของจริง เพราะถ้าเป็นของจริงจะนิยมใช้คำว่า Ulthera (อัลเทอร่า) เพียงคำเดียว รู้อย่างนี้แล้ว เวลาจะเลือกจ่ายเงินซื้อความสวยด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) ที่คลินิกไหน เราควรอย่าลืมคำนึงถึงความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับคุณภาพที่ได้มาตรฐานด้วย และจงจำไว้เสมอว่าของถูกและดีอาจมีอยู่จริง แต่เรื่องของใบหน้านั้นไม่ควรเสี่ยงจะดีกว่า  เสียเวลาตรวจสอบสักนิดว่าทางคลินิกใช้เครื่องแท้ที่ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA และทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยที่เห็นผลได้จริงรวมถึงมีความปลอดภัยนั่นเอง

Ulthera กี่เดือนเห็นผล

Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร

มลภาวะและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน มักจะทำให้ผิวแก่กว่าวัยหากไม่รู้จักการดูแลตัวเองที่ดี เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จะมีปริมาณน้อยลง เป็นสาเหตุทำให้ผิวไม่เต่งตึงเหมือนเดิม ปัญหาเกิดจากภายใต้ผิวหนังชั้นลึกสุดหรือชั้น (SMAS) ที่เปรียบเสมือนตาข่าย เมื่อเวลาผ่านไปตาข่ายก็เริ่มเสื่อม และไม่ประสานกันดีเหมือนเดิม จึงทำให้ผิวที่เคยกระชับเต่งตึงเริ่มหย่อนคล้อย

Ulthera (อัลเทอร่า) คือ นวัตกรรมเลเซอร์หนึ่งเดียวที่ช่วย ยกกระชับและปรับรูปหน้าเรียวได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีการใช้อัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง Advance-Focused Ultrasound ที่สามารถปล่อยพลังงาน ลงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการผ่าตัดดึงใบหน้า จำเพาะตรงต่อจุดที่ต้องการรักษา ในเคสที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก แต่ได้ผลเทียบเคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ในวงการแพทย์ผิวหนัง เพื่อใช้ในการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ลดริ้วรอย โดยสามารถเห็นผลการรักษาที่ดีขึ้นได้ในระยะเวลา 30 – 45 นาที แรก (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) โดยระหว่างที่ทำการยกกระชับด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) พลังงานที่นำส่งลงไป จะไปทำการกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง และไม่ทำให้เกิดบาดแผล หลังการทำ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว เป็นเครื่องมือแพทย์หนึ่งเดียวที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิว ( Tissue lifting ) โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บกับผิวหนังด้านบน ไม่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองแม้กระทั่งผิวที่แพ้ง่าย และไม่มีผลแม้จะโดนแสงแดดทันทีหลังจากทำการรักษา

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) แท้

  1. เครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) แท้ จะมีขนาดประมาณหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ประกอบด้วยตัวเครื่องที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ “หัวยิง” และ “แฮนพีช” (สำหรับใส่หัวยิงและต่อกับตัวเครื่องอีกที) รวมไปถึงหน้าจอจะมีสัญลักษณ์ Ulthera แสดงอย่างอยู่อย่างชัดเจน
  2. ในประเทศไทย บริษัท Merz Asthetic เป็นบริษัทเดียวที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเครื่อง Ulthera ดังนั้นสามารถเข้าเว็ปไซต์ตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่องแท้ได้โดยตรง
  3. เพื่อการันตีว่าเป็นเครื่องแท้ จะต้องมีสัญลักษณ์ “Ultherapy” ในใบประกาศ (Certificate of Authenticity) ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

  1. คนไข้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมาก แต่ต้องการยกกระชับผิวหน้า
  2. คนที่กรอบหน้าไม่ชัด ไม่เห็นแนวกราม มีเหนียง
  3. คนที่บริเวณหนังตา และบริเวณหางตาตก ต้องการยกบริเวณหางตาหางคิ้วขึ้น
  4. คนที่ต้องการฟื้นฟูบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึกกว่าการทาครีม
  5. คนที่อยากบำรุงผิว แต่มีเวลาไม่มาก เพราะทำแค่ปีละครั้ง
  6. คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเอง สามารถทำในขณะให้นมได้ ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน
  7. คนไข้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้น
  8. คนไข้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิว บริเวณคอ และ เนินอก

ประสิทธิภาพของ Ulthera (อัลเทอร่า) กี่เดือนเห็นผล

จากความสำเร็จในการค้นคว้า วิจัยและทดลองเครื่อง Ultrasound โดย DR. Rox Anderson แพทย์ผิวหนังชื่อดังผู้เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังชั้นแนวหน้า และเป็นผู้อำนวยการของสถาบัน Wellman Center for Photomedicine, Boston, MA, USA ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปี 1994 จนได้เครื่อง Focused Ultrasound เครื่องแรกที่ใช้ในการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้า ภายใต้ชื่อ Ulthera (อัลเทอร่า) จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ Ulthera เป็นเครื่องมือที่มีความจำเพาะสำหรับแต่ละบุคคล คือ โปรแกรม SEE and TREAT โปรแกรมที่ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นภาพชั้นผิวหนังที่กำลังได้รับการรักษาผ่านหน้าจอเครื่องได้ตลอดเวลา (Real Time Monitoring System) แพทย์จึงสามารถปรับระดับคลื่นเสียงที่มีระดับพลังงานได้เหมาะสม และมีความจำเพาะในการรักษาได้มากขึ้น จึงส่งผลให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยสูง และให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

ด้วยการรักษาเพียง 1 ครั้ง สามารถให้ผลลัพธ์ที่เป็นที่พึ่งพอใจ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) ใช้เวลาประมาณ  30 – 60 นาที สามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 1-3 เดือน และอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุ การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลตัวเองหลังทำอีกด้วย การรักษาด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 หลังจากที่ผ่านการรักษา จะสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาอย่างชัดเจนว่า คิ้วยกขึ้น ( lift of the the brow line ) ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า นอกจากนี้แล้วยังรู้สึกว่าผิวตึง รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม ลดริ้วรอยที่หน้าผาก ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกกระชับคิ้ว ยกกระชับบริเวณกราม ใต้คาง และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน Ulthera (อัลเทอร่า) ไม่ส่งผลรบกวนกับการ ฉีดโบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ แต่แนะนำให้ทำในระยะเวลาที่ต่างกันเพื่อความปลอดภัยและประหยัดงบประมาณของตัวเอง หรือไม่ก็ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพื่อดูผลลัพธ์ก่อนว่าพึงพอใจหรือไม่

ข้อดี

  1. ปรับผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ปรับให้ผิวกระชับ เปล่งปลั่ง หน้าเด็กลงไปหลายปี
  2. ไม่มีรอย ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีการผ่าตัดหรือใช้เข็ม จึงทำให้ไม่มีรอยแผลใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  3. สามารถใช้บริเวณรอบดวงตาได้ รวมถึงถุงใต้ตา
  4. ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวหนังไหม้
  5. ผู้ที่เป็นฝ้า กระ สามารถทำได้โดยที่ไม่ทำให้ฝ้า กระ กระจายตัวมากขึ้น หรือมีสีเข้มขึ้น

ข้อเสีย

  1. หากใช้ความร้อนที่มากเกิดไป ผิวหนังอาจมีอาการเบิร์น
  2. อาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงลงบนผิว
  3. อาจมีอาการบวมหลังได้รับการรักษา
  4. อาจมีอาการแดง บริเวณผิวหนังที่ได้รับการรักษา
  5. หากรักษาผิดวิธี อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ที่รุนแรง

วิธีดูแลตนเองหลังการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น แต่งหน้าหรือทาครีมกันแดด ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น แต่ไม่ควรสัมผัสผิวหน้าแรงๆ เพราะในระยะแรกผิวหนังอาจยังมีอาการระบมอยู่ หากมีอาการบวมแดงให้ใช้วิธีประคบเย็น และควรนอนหมอนสูงจะช่วยบรรเทาอาการได้ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ และต้องรอให้ครบ 1 สัปดาห์ก่อน หลังจากนั้นจึงสามารถทำเลเซอร์หรือทำทรีทเม้นท์ได้

ความปลอดภัย

เทคโนโลยี Ulthera (อัลเทอร่า) ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์มานานกว่า 50 ปี และมีการใช้ Ulthera (อัลเทอร่า) โดยแพทย์ผิวหนัง และแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมามากกว่า 3,000 ราย เป็นเทคโนโลยีจากประเทศอเมริกาที่ได้รับการรับรอง FDA ทั้งอเมริกา ไทย เอเซีย ยุโรป รับรอง ในเรื่องของการยกกระชับ มีความปลอดภัยและแม่นยำสูงเนื่องจากมีหน้าจอเรียลไทม์ ให้เห็นชั้นผิวทุกครั้งก่อนจะยิงลงไปดังนั้น ในการยิงทุกช็อตของ Ulthera (อัลเทอร่า) มีประสิทธิภาพสูงกว่าการยิง HIFU จึงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ และผลที่ได้รับหลังจากการรักษาอย่างมาก ต้องคำนึงถึงความหน้าเชื่อถือและความสะอาด คลินิกทางการแพทย์ที่เลือกฉีดทำ Ulthera (อัลเทอร่า) นั้นต้องเลือกให้สะอาด ถูกหลักอนามัย เป็นคลินิกที่มีหลักแหล่งที่ตั้งชัดเจน หาง่าย ไม่ลึกลับ ไม่เปลี่ยนที่หรือย้ายที่บ่อย มีการรับรองการเปิดให้บริการ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) แพทย์ต้องมีความรู้และประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมความงาม อีกทั้งยังมีศิลปะในการเสริมแต่งใบหน้าของลูกค้าให้สวยและมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เข้าใจในสภาพผิวและปัญหาของลูกค้า คลินิกมีเจ้าหน้าที่เอาใจใส่ มีความรู้สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานได้ ทางคลินิกต้องมีพนักงานที่มีความรู้ทางด้านการรักษาเพียงพอที่จะสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ อีกทั้งยังต้องมีความเต็มใจในการให้บริการลูกค้า ควรจะมีการรีวิวก่อนทำและหลังทำ จากลูกค้าที่เข้ารับการรักษาจริง มีรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังหลาย ๆ รูปเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วย และยังทำให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้แม้ว่า Ulthera (อัลเทอร่า) จะมีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มากมายว่าได้ผลดี โดยต่างก็ยอมรับว่า Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นนวัตกรรมยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด นวัตกรรมแรก และ นวัตกรรมเดียว ที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย จากองค์กรอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ US-FDA โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ในปี 2017 มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า มีผู้คนได้รับการรักษา ยกกระชับโดยไม่ต่างจากการผ่าตัด หรือ ทำ Ulthera (อัลเทอร่า) ไปแล้วมากกว่า 1 ล้านเคส แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้ นั่นคือ ต้องได้รับการรักษาจากเครื่องที่มีการรับรอง และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นของแท้ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เท่านั้น ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

อาการข้างเคียงที่พบจากการทำ ulthera

หลายท่านคงจะทราบกันดีว่าการทำ  ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงกระชับผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัยและได้รูปขึ้นอีกครั้งซึ่งการทำ ulthera เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันเนื่องจากเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยไม่อันตรายต่อผิวและไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ แต่อาจจะมีผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำอยู่บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำ ulthera คุณต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera ให้ละเอียดเสียก่อนไม่ว่าจะเป็นที่มาของ ulthera,  ระบบการทำงาน, ข้อดีข้อเสีย, อาการข้างเคียงและควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจทำทุกครั้งเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดหรือได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตามที่ต้องการได้ดังนั้นเราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera มาให้คุณศึกษาเพื่อเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจ

ulthera อัลเทอร่า คืออะไร

ulthera คือเทคโนโลยีการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำชื่อว่า high Intensity focus ultrasound หรือ คลื่นอัลตราซาวด์ที่หลาย ๆ คนรู้จักซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้ผลดีที่สุดตัวหนึ่งในวงการแพทย์ผิวหนัง โดยเครื่องจะส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ โดยไม่ต้องใช้เข็มทำลายชั้นผิวบนเลยและนอกจากนี้ยังสามารถส่งคลื่นไปยังชั้นผิวบน เช่น ชั้น 4.5 มิลลิเมตร และ ชั้น 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งคลื่นอัลตราซาวด์นี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และเมื่อชั้นผิว SMAS หดตัวก็จะทำให้ผิวยกกระชับมากขึ้น ใช้เวลาในการรักษาเพียง 60-120 นาทีซึ่งไม่ทำให้เกิดบาดแผลก็จะช่วยให้ผิวของคุณยกกระชับเต่งตึงขึ้น

การทำงานของ Ulthera จะใช้วิธีการส่งพลังงานผ่านความร้อนของคลื่น  High Intensity Focus Ultrasound ไปกระตุ้นผิวให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1 มม. คล้ายกับการเย็บเนื้อใต้ผิวหนังในชั้นผิว SMAS ให้เป็นจุดเล็ก ๆ ระยะห่างระหว่างจุดเท่า ๆ กัน ประมาณ 1-1.5 มม. เรียงเป็นแนวต่อเนื่องและเกิดความสม่ำเสมอของพลังงานที่ลงสู่ใต้ผิวลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำหลังจากการรักษาจะได้ผลการรักษาที่แน่นอนคุณสามารถแต่งหน้าได้ปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว และสามารถทำการรักษาได้กับทุกสีทุกสภาพผิว ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษานั้นได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมจากประเทศทั่วโลกอย่างกว้างขวาง

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera อัลเทอร่า

  1. ผู้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมากต้องการยกกระชับ
  2. ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัดไม่เห็นแนวกรามมีเหนียง
  3. ผู้ที่หนังตาและหางตาตกแต่ยังไม่ต้องการผ่าตัดหรือผู้ที่ต้องการจะยกหางตาหางคิ้วให้กระชับขึ้น
  4. ผู้ที่ต้องการจะฟื้นฟูบำรุงผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวที่ช่วยในการบำรุงชั้นลึกกว่าการทาครีมทั่วไป
  5. คนที่อยากบำรุงผิวแต่ไม่มีเวลาบำรุงทุกวันเป็นประจำเพราะการทำ Ulthera บำรุงแค่ปีละครั้งเท่านั้น
  6. คุณแม่หลังคลอดหรือคุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเองเพราะสามารถทำในขณะที่ให้นมบุตรได้อย่างปลอดภัยและใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ทำปีละครั้ง
  7. ผู้ที่ผิวมีความหย่อนคล้อยแต่ไม่อยากศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าและไม่อยากพักฟื้นเป็นเวลานาน
  8. ผู้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและเนินอก

อาการข้างเคียงหลังทำ Ulthera อัลเทอร่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้

หลังจากการทำ Ulthera หลายคนมักจะกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่จะตามมาว่าจะมีอาการร้ายแรงหรือส่งผลกระทบต่อการออกไปใช้ชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน ด้วยความที่ Ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานสูง ( High Intensity) ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการทำบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เท่ากับการทำศัลยกรรมอื่น ๆ โดยอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากทำ Ulthera ได้แก่

  1. อาการบวม

อาการบวมหลังจากทำอาจจะพบได้บ้างเป็นบางคนแต่ก็ไม่ได้บวมมากเท่าใดนัก ไม่ได้บวมเขียวช้ำเราสามารถประคบเย็นหลังจากทำเสร็จเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการบวมนี้จะค่อย ๆ ยุบตัวลงเองโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วันหลังทำ

  1. ผิวแห้ง

หลายคนอาจจะมีโอกาสผิวแห้งลงในช่วงแรกหลังจากที่ทำเสร็จ ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องจากฤทธิ์ของยาชาที่ทาส่งผลทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้น ข้อแนะนำคือให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวบ่อย ๆ และทาครีมบำรุงกันแดดอย่างสม่ำเสมอ งดทายาบำรุงจำพวกไวท์เทนนิ่งที่ผลัดเซลล์ผิวเป็นเวลาอย่างน้อย 1 อาทิตย์

  1. อาการระบมใต้ผิวเวลาจับ

อาการนี้จะเกิดขึ้นกับแทบทุกคนหลังจากทำอัลเทอร่า ซึ่งจะระบมมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนถ้าหากมีอาการระบมมากจนเกินไปก็อาจจะรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล เพื่อลดอาการปวดหรือระบมได้ แต่โดยทั่วไปแล้วอาการระบมนั้นจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังทำ

แต่โดยส่วนมากนั้นหลังทำมักจะไม่ค่อยพบผู้ที่มีอาการข้างเคียงร้ายแรงใด ๆ ที่นอกเหนือจากอาการดังกล่าวข้างต้นส่วนมากผู้ที่ทำการรักษาเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำงานใช้ชีวิตตามปกติได้ในทันทีโดยไม่มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า ปลอดภัยหรือไม่

Ulthera ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ยาวนานกว่า 50 ปีแล้วและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมีการใช้ Ulthera มากกว่า 12ปี มั่นใจได้ว่าเครื่องนั้นมีความปลอดภัยสูง และเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพและผลการรักษาอย่างแน่นอนอีกทั้ง Ulthera ยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (US FDA) ว่าสามารถยกกระชับตาและใบหน้าได้จริง ดังนั้นหากใครที่กำลังไม่มั่นใจว่าหากทำ Ulthera จะมีอาการข้างเคียงร้ายแรงหรือไม่ จะปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วก็มั่นใจได้เลยว่าการทำ Ulthera นั้นมีความปลอดภัยและไม่อันตรายอย่างที่คุณคิด 

ความรู้สึกขณะรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า

ขณะทำการรักษาด้วยเครื่องอัลเทอร่า จะมีการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวผู้ถูกการรักษาจะรู้สึกถึงพลังงานที่เป็นจุดเล็ก ๆ กระทบลงบนผิวลึก ๆ และจะรู้สึกอุ่น ๆ ที่ใต้ผิวหนังซึ่งความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันในไปแต่ละบุคคล บางคนรู้สึกเจ็บมากบางคนก็รู้สึกเจ็บปานกลางหรือบางคนแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งนี้การทายาชาก็จะช่วยบรรเทาเจ็บได้แต่ในบางรายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล

 ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำ Ulthera อัลเทอร่า

สามารถเห็นผลลัพธ์หลังการทำ Ulthera ได้ภายในการทำเพียงครั้งแรก เพราะวัตถุประสงค์ของการทำ Ulthera คือ เพื่อสลายคอลลาเจนเก่าและเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อช่วยในการยกกระชับผิวซึ่งกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่นี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากทำทันทีจนถึง 6 เดือนดังนั้นหลังทำ Ulthera จึงเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในทันทีหลังการรักษาสังเกตได้ง่าย ๆ จากบริเวณแนวคิ้วและหางตาที่จะยกขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้นและผลลัพธ์อื่น ๆ ก็จะชัดเจนตามมาเรื่อย ๆ โดยผิวหน้าที่ได้รับการฟื้นฟูจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติภายในระยะเวลา 3 เดือนหลังทำ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องของ Ulthera และโครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ผลลัพธ์จึงจะถาวรและอยู่ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 1-2 ปีเมื่อทำเสร็จแล้วคุณสามารถรอดูผลแล้วกลับมาทำเพิ่มเฉพาะจุดหรือทั่วใบหน้า อาจจะเพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่นั้นเพื่อให้ยังคงสภาพผิวเดิมไว้แต่ทั้งนี้ผลการรักษาของแต่ละคนนั้นจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลสุขภาพโดยรวมของแต่ละบุคคลแต่จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 คนที่ได้รับการรักษา จะสามารถเห็นถึงผลลัพธ์จากการรักษาที่ชัดเจน เช่น แนวคิ้วยกขึ้น ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น, ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์, ผิวที่ตึงกระชับ, ใบหน้ายกได้รูป, รูขุมขนเล็กลง, ผิวเรียบเนียนขึ้นทั่วทั้งบริเวณหน้าและคออย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ได้พึ่งการทำศัลยกรรมผ่าตัดพักฟื้นแต่อย่างใด ที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการทำ Ulthera ที่หลาย ๆ คนกำลังกังวลในเรื่องของผลข้างเคียง ความปลอดภัย และอาการต่าง ๆ หลังจากทำ Ulthera ดังนั้นเมื่อทราบถึงผลข้างเคียงที่จะตามมาแล้วว่าไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด การทำ Ulthera ก็ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องผิวที่หย่อนคล้อยไม่กระชับให้สภาพผิวกลับมาเต่งตึงอ่อนเยาว์กว่าวัยได้เป็นอย่างดี

 

 

 

ไขคำตอบ Ulthera กับ Botox ต่างกันยังไง?

ผ่านไปครึ่งทางแล้วของปี 2020 แต่เทรนด์หน้าเรียว V-shape ยังแรงดีไม่มีตก และคงไม่หมดเทรนด์ไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน ทำให้ใครหลายต่อหลายคนต่างพากันหาวิธีแก้ปัญหาหน้าบาน ให้กลายเป็นหน้าเรียวแซ่บสไตล์สาย ฝ. เพราะการมีใบหน้าที่เรียว V-shape กระชับได้สัดส่วนนั้น แต่งหน้าง่าย แถมมองมุมไหนก็ดูดี สวย ทุกมิติ วิธีที่จะทำให้หน้าเรียว หลายคนคงพากันนึกถึงการฉีด โบท็อกซ์ (Botox) เพื่อปรับกระชับรูปหน้าให้ดูดีได้อย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันคู่แข่งใหม่ของโบท็อกซ์ก็มาแรงไม่แพ้กันอย่าง Ulthera ทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร

โบท็อกซ์ ที่จริงแล้วคือชื่อของสารยี่ห้อหนึ่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีไว้ใช้ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้า ทำให้หลายคนเผลอเรียกกกันจนอย่างติดปาก ที่จริงแล้ว โบท็อกนั้นคือสาร Botulinum toxin A ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้จากการสร้างมาจากแบคทีเรียอย่าง คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) โดยเมื่อถูกฉีดเข้าไปในบริเวณของกล้ามเนื้อที่ต้องการแก้ไขปัญหาแล้วนั้น จะออกฤทธิ์ที่ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ จึงทำให้กล้ามเนื้ออยู่ในภาวะคลายตัว และมีขนาดที่เล็กลง จึงทำให้บริเวณที่ฉีดดูเรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ โบท็อกซ์ ยังทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ดูจางขึ้น เพราะกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด ไม่ถูกใช้งาน ทำให้มีการเคลื่อนไหวน้อย จึงมีริ้วรอยลดลงนั่นเอง

โบท็อกซ์ ฉีดได้บริเวณไหนบ้าง ? ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ ?

  1. โบท็อกซ์รักษาริ้วรอย ให้ดูเรียบเนียนขึ้น ลดการใช้กล้ามเนื้อบริเวณที่มีริ้วรอย
  2. โบท็อกซ์ลดกราม ให้หน้าดูเรียว มีความ V-shape มากขึ้น
  3. โบท็อกซ์ยกหางตา แก้ไขปัญหาหางตาตก ทำให้หน้าตาดูไม่สดชื่น
  4. โบท็อกซ์ลิฟติ้งหน้า ยกกระชับบริเวณหน้าให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
  5. โบท็อกซ์ตีนกา แก้ไขปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา
  6. โบท็อกซ์หน้าผาก แก้ไขปัญหารอยย่น รอยพับ บริเวณหน้าผาก
  7. โบท็อกซ์ระหว่างคิ้ว แก้ไขปมปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรม เช่น การขมวดคิ้ว
  8. โบท็อกซ์ลดโหนกแก้ม ลดกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้ม โดยไม่ต้องผ่าตัด
  9. โบท็อกซ์ลดขนาดปีกจมูก แก้ไขปัญหาปีกจมูกแบบธรรมชาติ ไม่ให้ดูฟีบแบนจนเกินไป
  10. โบท็อกซ์ลดเหงื่อ ลดปัญหาเรื่องกลิ่นกาย กลิ่นอับ
  11. โบท็อกซ์น่อง แก้ปัญหากล้ามเนื้อบริเวณน่อง ที่มีอาการปูด บวมของกล้ามเนื้อให้เล็กลง
  12. โบท็อกซ์ยกมุมปาก แก้ปัญหามุมปากตกให้ดูยิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้น

ก่อนเตรียมตัวฉีด โบท็อกซ์ ควรเตรียมตัวอย่างไร  ?

  1. ควรเลือกคลินิก หรือ โรงพยาบาล ที่มีมาตรฐาน มีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการฉีดโบท็อกซ์
  2. เลือกใช้โบท็อกซ์ของแท้เท่านั้น ควรตรวจเช็คอย่างละเอียดก่อนฉีด
  3. ไม่ควรฉีดมากเกิน 300 unit/1 ครั้ง
  4. ระหว่างการฉีด ควรมีการประคบด้วยความเย็นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือด รอบบริเวณที่ฉีด จะทำให้โบท็อกซ์จำกัดอยู่ในบริเวณที่ต้องการ
  5. ตรวจเช็คสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หยุดทานอาหารเสริมประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา หรือยาแอสไพริน
  6. สตรีมีครรภ์ หรือ ให้นมบุตร ไม่ควรฉีด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา

วิธีปฏิบัติตัวหลังฉีด โบท็อกซ์

  1. งดนอนนราบอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
  2. ไม่ควรสัมผัส นวด บริเวณที่ฉีด
  3. งดการทำทรีทเมนต์ต่าง ๆ 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย เพราะการทำทรีทเมนต์ในบางครั้งอาจมีขั้นตอนการนวดหน้าที่กระทบได้
  4. หลังฉีด 24 ชั่วโมง งดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวมากยิ่งขึ้น อาจทำให้รอยเข็มหลังฉีดหายช้าลง
  5. หลีกเลี่ยงสถานที่ ๆ มีความร้อนสูง อย่างเช่น ซาวน่า ห้องอบสมุนไพร ห้องโยคะร้อน

Ulthera คืออะไร ?

Ulthera คือนวัตกรรมการยกกระชับผิวหรือสร้างกรอบหน้าที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ว่าเป็นหัตถการเพื่อการยกกระชับหน้าที่มีความปลอดภัยสูง โดยเป็นการส่งคลื่นเสียงที่มีความถี่ในระดับสูง ผ่านรูปแบบ Focused Ultrasound  หลักการทำงานของ Ultheraคือจะเป็นการส่งพลังงานขนาดเล็กจำนวนมากเข้าไปกระตุ้นผิวหนังชั้นลึก (ชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า) เพื่อให้ผิวที่หย่อนคล้อย ยกกระชับมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความชัดเจนของกรอบหน้า การยกแนวคิ้วบริเวณหางตา การปรับสภาพผิวหน้าให้เรียบเนียน และลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้น เหมาะแก่ผู้ที่มีปัญหาในเรื่องความหย่อนคล้อยของผิว ไม่ว่าจะบริเวณคิ้ว หางตา แก้ม คาง หรือคอ ผู้ที่ผิวไม่กระชับ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องอายุที่เพิ่มขึ้น ผิวขาดคอลลาเจนและอิลาสติน

Ulthera ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง

  1. บริเวณใบหน้า ช่วยดึงผิวหน้าและยกกระชับผิวที่มีความหย่อนคล้อย ให้กลับมาเรียบตึงได้อีกครั้ง ทำให้หน้าดูเด็กลงแบบธรรมชาติ ไม่ดูแข็งจนเกินไป โดยไม่จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเทียบเท่ากับการดึงหน้า ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดและต้องพักฟื้น
  2. ยกคิ้ว แก้ไขปัญหาหนังตาตก การยกกระชับเวลาช่วงระหว่างคิ้วและดวงตาขึ้น ทำให้ดวงตาดูกลมโตขึ้น ชั้นตาชัดเจนมากขึ้น จะทำให้ใบหน้าดูสดใส และดูอ่อนกว่าวัย
  3. แก้ไขปัญหาตาถุงใต้ตาหย่อนยาน ลดถุงใต้ตาได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด
  4. ปรับรูปหน้าให้ดูเรียว มี V-shape มากขึ้น
  5. ลดเหนียง กำจัดคาง 2 ชั้น ยกกระชับผิวบริเวณลำคอให้ตึงและดูเรียบเนียนมากขึ้น

ข้อดีของการทำ Ulthera

เนื่องจากการทำ Ulthera นั้นเป็นการใช้คลื่นพลังงานความร้อน ส่งตรงไปยังบริเวณที่ต้องการได้รับการแก้ไข ได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องผ่านการฉีด หรือ การผ่าตัด ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บในระหว่างทำ อาจรู้สึกเพียงอุ่น ๆ เท่านั้นในขณะทำ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในบริเวณใกล้เคียง จึงเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง ที่จะทำให้ใบหน้ากลับมามีความกระชับ เต่งตึง เรียบเนียนได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องยุ่งยาก และให้ผลลัพธ์ได้ในทันทีหลังทำ

ผลลัพธ์ที่ได้หลังทำ Ulthera

  1. หลังทำ Ulthera จะค่อยเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่าง 3 – 4 เดือนแรกหลังทำการรักษา
  2. ผลลัพธ์หลังทำจะสามารถอยู่ได้เป็นเวลาประมาณ 1 ปี
  3. บริเวณที่ทำจะรู้สึกยกกระชับ และเต่งตึงขึ้น
  4. เกิดการฟื้นฟูของคอลลาเจนบริเวณใต้ผิวหนังที่ทำ
  5. รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย

การดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera

หลังจากที่รับการรักษาด้วยการทำ Ulthera เสร็จแล้ว เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องรอพักฟื้น ก็สามารถที่จะใช้ชีวิตประจำตามปกติได้เลย แนะนำให้เว้นการนวดหน้าทรีทเมนต์อย่างน้อย 1 – 2 อาทิตย์ เพื่อลดการกระทบกระเทือนในบริเวณที่ทำ รวมไปถึงงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อาจทำให้เกิดรอยช้ำบริเวณใต้ผิวหนังได้ ซึ่งบางคนหลังทำอาจมีอาการอักเสบ หรือ ระคายเคืองผิวบ้างในครั้งแรก ถือเป็นเรื่องปกติ สามารถขอให้แพทย์ที่ดูแลจ่ายยาแก้อักเสบเพื่อบรรเทาอาการได้

เลือกทำ Ulthera หรือ Botox ดี

สำหรับคนที่มีปัญหากล้ามเนื้อเยอะ กรามหนา ต้องการรูปหน้าเรียว มีความ V-shape แนะนำว่าให้รักษาด้วยการฉีด โบท็อกซ์ จะเป็นการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ส่วนผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อย อยากเห็นกรอบหน้าชัด ไม่อยากกังวลเรื่องเข็ม ผิวหน้าขาดความชุ่นชื้นแนะนำให้ทำ Ulthera จะตอบโจทย์มากที่สุด เพราะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ที่ผิวในทันที เพราะการทำ Ulthera เป็นการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาสะสมนั่นเอง

สุดท้ายอยากฝากถึงสาว ๆ ที่รักความสวยความงาม อยากหน้าเรียว V-shape กระชับได้สัดส่วน ให้เลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน และ คุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ ก่อนตัดสินใจจาก ราคาถูก เข้าว่านะคะ ไม่อย่างงั้นละก็ผลลัพธ์ที่ได้อาจออกมาไม่ตรงกับความต้องการของตัวเองไม่พอ ยังต้องเสียเงิน แถมอาจจะต้องหาทางแก้ปัญหาในอนาคตอีกด้วย

Ulthera กับ Thermage ต่างกันอย่างไร แล้วทำอะไรดีกว่ากันนะ?

เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงจริง ๆ กับสองนวัตกรรมยกกระชับที่อย่าง Ulthera กับ Thermage เพราะทั้งสองขึ้นชื่อได้ว่าเป็นที่สุดแห่งวงการหน้าเรียว ยกกระชับ เลยก็ว่าได้ ทำให้หลายคนก็ต่างพากันศึกษาหาข้อมูลว่าทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วทำอะไรจะดีกว่ากันแน่ วันนี้ไม่ต้องไปนั่งหาข้อมูลที่อื่นเองให้ยุ่งยาก เพราะเราได้รวบรวมข้อมูลของทั้ง Ulthera และ Thermage มาไว้ในที่เดียว สำหรับใครที่อยากมีใบหน้าสวย เรียว โบกมือลาให้กับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนนุ่มเด้งอีกครั้งหนึ่ง ขอเตือนเลยว่าห้ามพลาดเป็นอันเด็ดขาด

Ulthera ที่สุดแห่งเทคโนโลยียกกระชับ นวัตกรรมใหม่สุดฮิต

Ulthera ยกกระชับ คือนวัตกรรมแห่งการยกกระชับด้วยคลื่นเสียงที่มีความถี่ในระดับสูงอย่าง Ultrasound โดยจะส่งคลื่นพลังงานที่มีขนาดเล็ก ๆ ลงไปถึงผิวในระดับลึก เพื่อแก้ไขปัญหาบริเวณใบหน้าได้อย่างครบถ้วนหมดจด โดยการรักษาด้วย Ulthera ยกกระชับนั้น จะสามารถลงลึกไปขั้นสุดถึงชั้นผิวกล้ามเนื้ออย่างระดับ Smas (Superficial MusculoAponeurotic system) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่คุณหมอผ่าตัดศัลยกรรมหลายท่าน ใช้เย็บในการผ่าตัดดึงหน้าเพื่อยกกระชับให้หน้าเต่งตึงนั่นเอง ดังนั้นการทำ Ulthera ที่สามารถลงลึกไปได้ถึงระดับ SMAS นั้นจึงสามารถเห็นผลการเปลี่ยนได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ที่สำคัญหลังทำยังไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย ทำให้ Ulthera จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใครต่อใครหลายคนที่ชื่นชอบการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอเลือกใช้

Ulthera ยกกระชับ ฟื้นฟูความหย่อนคล้อย พร้อมเรียกคืนผิวเด็กนุ่มเด้ง

การทำ Ulthera ยกกระชับ นั้นนอกจากผลลัพธ์จากการยกกระชับ ที่สามารถลงไปในชั้นผิวกล้ามเนื้ออย่าง SMAS (Superficial MusculoAponeurotic system)  แล้วนั้น ยังช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน และ อิลาสติน ให้กลับคืนมาอีกด้วย เหมาะอย่างสำหรับผู้มีวัยกำลังเข้าเลข 3 ขึ้นไป เพราะเมื่ออายุยังน้อย การฟื้นฟูของคอลลาเจน ยังสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อย ๆ แต่เมื่ออายุเข้าสู่วัยเลข 3 แล้วการสร้างคอลลาเจนใหม่ ก็เข้าสู่ในภาวะถดถอย การสร้างคอลลาเจนก็จะเสื่อมลงไปในทุก ๆ วัน ซึ่งนั่นก็จะส่งผลให้ผิวเกิดความแห้งกร้าน ขาดความชุ่นชื้น เวลาลูบสัมผัสก็อาจทำให้รู้สึกสะดุด ขาดความเรียบเนียนนั่นเอง นอกจากนี้ คอลลาเจน ก็สามารถเกิดความสูญเสียได้จากปัจจัยภายนอกอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แสงแดง มลภาวะทางกาศ ฝุ่นละอองต่าง ๆ ก็อาจทำให้สูญเสียคอลลาเจนก่อนวัยอันควรได้ ดังนั้นการทำ Ulthera ถือเป็นการตอบโจทย์ได้ในหลายวัย ๆ ด้วยกัน เพราะสามารถกระตุ้นคอลลาเจน ให้กลับมาทำงาน ฟื้นฟูใต้ผิวได้อีกครั้ง ส่งผลให้มีความนุ่มลื่น ชุ่มชื้น ดูเด้งเนียนหน้าเด็ก

Ulthera ยกกระชับ สามารถแก้ไขปัญอะไรได้บ้าง

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวที่มีความหย่อนคล้อย ไร้ความกระชับ ขาดความเต่งตึง

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาคิ้วตก คิ้วแคบ

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาหางตาตก

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาโครงสร้างของใบหน้า เช่น มีใบหน้าไม่เท่ากัน ใบหน้าไม่สมส่วน

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิว ขาดความยืดหยุ่น ดูแก่กว่าวัยอันควร

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหารูขุนขมกว้าง ต้องการความเรียบเนียน

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเหนียง คางสองชั้น

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหนังเหี่ยวย่น บริเวณลำคอ

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาเหี่ยวย่น ใต้ตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า

Ulthera ยกกระชับ ทำแล้วจะปลอดภัยจริงหรือ?

พอได้ฟังสรรพคุณการแก้ไขปัญหาของ Ulthera ยกกระชับ แล้วหลายคนก็ต่างพากันไปแก้ปัญหาใบหน้าของตัวเองให้กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง แต่ก็ยังอดที่จะกังวลไม่ได้ว่า Ulthera ยกกระชับ นั้นจะปลอดภัยจริงหรือไม่ สำหรับการทำ Ulthera นั้น ถือเป็นนวัติกรรมใหม่ ที่มีความสามารถพิเศษในการแก้ปัญหาได้อย่างหมดจด โดยจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อพื้นผิวอื่น ๆ ในบริเวณรอบข้างของการทำ ทำให้ผู้รักษาสามารถไว้วางใจในความปลอดภัยขณะรักษา โดยเฉพาะคลื่นเสียงที่มีลักษะจำเพาะของ Ulthera อย่าง Foucused Ultrasound ที่เป็นพลังส่งลงไปในชั้นผิวที่อยู่ลึกที่สุด เป็นคลื่นเสียงเดียวกับที่ใช้ Ultrasound บุตรในสตรีมีครรภ์ พร้อมยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอย่าง FDA ที่ให้การยอมรับผลลัพธ์หลังทำของ Ulthera ไว้ว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

Thermage อีกหนึ่งตัวแม่แห่งวงการ ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย

Thermage นวัตกรรมเพื่อการยกกระชับ พร้อมสลายไขมันส่วนเกิน ที่ยืนหนึ่งมาอย่างยาวนานในวงการ ยกกระชับ นั่นเอง โดย Thermage คือเทคโลโยความถี่ของคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ที่เป็นการรักษาแบบขั้นเดียว จึงสามารถเจาะจงตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ สามารถลงลึกได้หลายชั้น ไล่ไปตั้งแต่ชั้นหนังแท้ Dermis และลงลึกไปจนถึงชั้นใต้ผิวหนังที่อยู่ในบริเวณกล้ามเนื้ออย่าง SMAS (Superficial MusculoAponeurotic system) เป็นชั้นที่เทียบเท่ากับการรักษาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม เช่น การดึงหน้า เลยทีเดียว โดยการส่งคลื่นนั้น จะช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของคอลลาเจนได้อีกด้วย เนื่องจากการสร้างตัวของคอลลาเจนนั้น มีการหมดอายุได้ในวัยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ในบริเวณที่ได้รับการรักษา เกิดความยืดหยุ่น ผิวเนียน นุ่ม ชุ่มชื้นได้อีกครั้งหลังทำ

Thermage แก้ไขปัญหาใดได้บ้าง?

  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาใบหน้าขาดความกระชับ ช่วยให้ใบหน้าดูเรียว มีมิติได้โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัด
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาผิวให้เกิดความเรียบเนียน เนียนเด้ง เต่งตึงอีกครั้ง
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอย ตีนกา รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา ที่ให้ใบหน้าขาดความสดใส
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาหางตกตก ให้ดูกระชับ สวยชวนมอง
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหามุมปากตก ริ้วรอยจากร่องน้ำหมาก
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาแก้มเยอะ แก้มป่อง ลดน้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถลดได้
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาคางสองชั้น เหนียงบาน จนหน้าดูอ้วนกลม
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาเนื้อส่วนเกินในบริเวณแนวขอบกรามเยอะ จนขาดความมั่นใจ

ผลลัพธ์หลังทำ Thermage เป็นอย่างไร ?

หลังการักษาด้วย Thermage อาจมีความรู้สึกร้อน ไม่สบายตัวบ้างแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยจะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด โดยภาวะการเกิดความร้อนนั้นถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการทำอย่างยิ่ง เพราะความร้อนนั้นจะช่วยเร่งการยกกระชับ และกระตุ้นคอลลาเจนให้เกิดใหม่อย่างเห็นผลสูงสุด ส่งผลให้ใบหน้ามีการฟื้นฟูของคอลลาเจนเกิดใหม่อีกครั้ง จนได้คอลลาเจนที่สมบูรณ์ แข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่จะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ในทันทีหลังทำตั้งแต่ครั้งแรก โดยผิวจะดูยกกระชับและเข้ารูปมายิ่งขึ้น โดยผลการรักษาจะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่าง แต่ผลลัพธ์หลังทำจะชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าประมาณเดือนที่ 6 และสามารถอยู่ได้นาน 1 – 2 ปี โดยขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำ และการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดทั้งมวลแนะนำให้ทุกคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าจะเลือก Ulthera หรือ Thermage เข้ามาปรึกษากับคุณหมอ เพื่อประเมินใบหน้าของตนเอง ว่ามีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาในจุดใดบ้าง และต้องเข้ารับการรักษาด้วย Ulthera หรือ Thermage นั่นเอง เพื่อการรักษาที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนที่สุดกับคนไข้ โดยสำหรับการทำ Thermage แนะนำว่าเหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าปริมาณเยอะ และต้องการความกระชับในบริเวณเหนียงใต้คอ คางสองชั้น หรือบริเวณแก้มที่ความหย่อนคล้อยมาก และในส่วนของ Ulthera นั่นเหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมไม่มากนัก แต่มีภาวะผิวหนังมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ต้องการความเต่งตึงให้กับใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวในบริเวณรอบดวงตา หรือ คิ้ว

อาการข้างเคียงที่พบจากการทำ ulthera

หลายท่านคงจะทราบกันดีว่าการทำ  ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงกระชับผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัยและได้รูปขึ้นอีกครั้งซึ่งการทำ ulthera เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันเนื่องจากเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยไม่อันตรายต่อผิวและไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ แต่อาจจะมีผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำอยู่บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำ ulthera คุณต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera ให้ละเอียดเสียก่อนไม่ว่าจะเป็นที่มาของ ulthera,  ระบบการทำงาน, ข้อดีข้อเสีย, อาการข้างเคียงและควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจทำทุกครั้งเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดหรือได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตามที่ต้องการได้ดังนั้นเราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera มาให้คุณศึกษาเพื่อเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจ

ulthera อัลเทอร่า คืออะไร

ulthera คือเทคโนโลยีการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำชื่อว่า high Intensity focus ultrasound หรือ คลื่นอัลตราซาวด์ที่หลาย ๆ คนรู้จักซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้ผลดีที่สุดตัวหนึ่งในวงการแพทย์ผิวหนัง โดยเครื่องจะส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ โดยไม่ต้องใช้เข็มทำลายชั้นผิวบนเลยและนอกจากนี้ยังสามารถส่งคลื่นไปยังชั้นผิวบน เช่น ชั้น 4.5 มิลลิเมตร และ ชั้น 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งคลื่นอัลตราซาวด์นี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และเมื่อชั้นผิว SMAS หดตัวก็จะทำให้ผิวยกกระชับมากขึ้น ใช้เวลาในการรักษาเพียง 60-120 นาทีซึ่งไม่ทำให้เกิดบาดแผลก็จะช่วยให้ผิวของคุณยกกระชับเต่งตึงขึ้น

การทำงานของ Ulthera จะใช้วิธีการส่งพลังงานผ่านความร้อนของคลื่น  High Intensity Focus Ultrasound ไปกระตุ้นผิวให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1 มม. คล้ายกับการเย็บเนื้อใต้ผิวหนังในชั้นผิว SMAS ให้เป็นจุดเล็ก ๆ ระยะห่างระหว่างจุดเท่า ๆ กัน ประมาณ 1-1.5 มม. เรียงเป็นแนวต่อเนื่องและเกิดความสม่ำเสมอของพลังงานที่ลงสู่ใต้ผิวลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำหลังจากการรักษาจะได้ผลการรักษาที่แน่นอนคุณสามารถแต่งหน้าได้ปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว และสามารถทำการรักษาได้กับทุกสีทุกสภาพผิว ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษานั้นได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมจากประเทศทั่วโลกอย่างกว้างขวาง

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera อัลเทอร่า

  1. ผู้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมากต้องการยกกระชับ
  2. ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัดไม่เห็นแนวกรามมีเหนียง
  3. ผู้ที่หนังตาและหางตาตกแต่ยังไม่ต้องการผ่าตัดหรือผู้ที่ต้องการจะยกหางตาหางคิ้วให้กระชับขึ้น
  4. ผู้ที่ต้องการจะฟื้นฟูบำรุงผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวที่ช่วยในการบำรุงชั้นลึกกว่าการทาครีมทั่วไป
  5. คนที่อยากบำรุงผิวแต่ไม่มีเวลาบำรุงทุกวันเป็นประจำเพราะการทำ Ulthera บำรุงแค่ปีละครั้งเท่านั้น
  6. คุณแม่หลังคลอดหรือคุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเองเพราะสามารถทำในขณะที่ให้นมบุตรได้อย่างปลอดภัยและใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ทำปีละครั้ง
  7. ผู้ที่ผิวมีความหย่อนคล้อยแต่ไม่อยากศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าและไม่อยากพักฟื้นเป็นเวลานาน
  8. ผู้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและเนินอก

อาการข้างเคียงหลังทำ Ulthera อัลเทอร่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้

หลังจากการทำ Ulthera หลายคนมักจะกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่จะตามมาว่าจะมีอาการร้ายแรงหรือส่งผลกระทบต่อการออกไปใช้ชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน ด้วยความที่ Ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานสูง ( High Intensity) ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการทำบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เท่ากับการทำศัลยกรรมอื่น ๆ โดยอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากทำ Ulthera ได้แก่

  1. อาการบวม

อาการบวมหลังจากทำอาจจะพบได้บ้างเป็นบางคนแต่ก็ไม่ได้บวมมากเท่าใดนัก ไม่ได้บวมเขียวช้ำเราสามารถประคบเย็นหลังจากทำเสร็จเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการบวมนี้จะค่อย ๆ ยุบตัวลงเองโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วันหลังทำ

  1. ผิวแห้ง

หลายคนอาจจะมีโอกาสผิวแห้งลงในช่วงแรกหลังจากที่ทำเสร็จ ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องจากฤทธิ์ของยาชาที่ทาส่งผลทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้น ข้อแนะนำคือให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวบ่อย ๆ และทาครีมบำรุงกันแดดอย่างสม่ำเสมอ งดทายาบำรุงจำพวกไวท์เทนนิ่งที่ผลัดเซลล์ผิวเป็นเวลาอย่างน้อย 1 อาทิตย์

  1. อาการระบมใต้ผิวเวลาจับ

อาการนี้จะเกิดขึ้นกับแทบทุกคนหลังจากทำอัลเทอร่า ซึ่งจะระบมมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนถ้าหากมีอาการระบมมากจนเกินไปก็อาจจะรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล เพื่อลดอาการปวดหรือระบมได้ แต่โดยทั่วไปแล้วอาการระบมนั้นจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังทำ

แต่โดยส่วนมากนั้นหลังทำมักจะไม่ค่อยพบผู้ที่มีอาการข้างเคียงร้ายแรงใด ๆ ที่นอกเหนือจากอาการดังกล่าวข้างต้นส่วนมากผู้ที่ทำการรักษาเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำงานใช้ชีวิตตามปกติได้ในทันทีโดยไม่มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า ปลอดภัยหรือไม่

Ulthera ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ยาวนานกว่า 50 ปีแล้วและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมีการใช้ Ulthera มากกว่า 12ปี มั่นใจได้ว่าเครื่องนั้นมีความปลอดภัยสูง และเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพและผลการรักษาอย่างแน่นอนอีกทั้ง Ulthera ยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (US FDA) ว่าสามารถยกกระชับตาและใบหน้าได้จริง ดังนั้นหากใครที่กำลังไม่มั่นใจว่าหากทำ Ulthera จะมีอาการข้างเคียงร้ายแรงหรือไม่ จะปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วก็มั่นใจได้เลยว่าการทำ Ulthera นั้นมีความปลอดภัยและไม่อันตรายอย่างที่คุณคิด

ความรู้สึกขณะรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า

ขณะทำการรักษาด้วยเครื่องอัลเทอร่า จะมีการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวผู้ถูกการรักษาจะรู้สึกถึงพลังงานที่เป็นจุดเล็ก ๆ กระทบลงบนผิวลึก ๆ และจะรู้สึกอุ่น ๆ ที่ใต้ผิวหนังซึ่งความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันในไปแต่ละบุคคล บางคนรู้สึกเจ็บมากบางคนก็รู้สึกเจ็บปานกลางหรือบางคนแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งนี้การทายาชาก็จะช่วยบรรเทาเจ็บได้แต่ในบางรายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำ Ulthera อัลเทอร่า

สามารถเห็นผลลัพธ์หลังการทำ Ulthera ได้ภายในการทำเพียงครั้งแรก เพราะวัตถุประสงค์ของการทำ Ulthera คือ เพื่อสลายคอลลาเจนเก่าและเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อช่วยในการยกกระชับผิวซึ่งกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่นี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากทำทันทีจนถึง 6 เดือนดังนั้นหลังทำ Ulthera จึงเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในทันทีหลังการรักษาสังเกตได้ง่าย ๆ จากบริเวณแนวคิ้วและหางตาที่จะยกขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้นและผลลัพธ์อื่น ๆ ก็จะชัดเจนตามมาเรื่อย ๆ โดยผิวหน้าที่ได้รับการฟื้นฟูจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติภายในระยะเวลา 3 เดือนหลังทำ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องของ Ulthera และโครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ผลลัพธ์จึงจะถาวรและอยู่ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 1-2 ปีเมื่อทำเสร็จแล้วคุณสามารถรอดูผลแล้วกลับมาทำเพิ่มเฉพาะจุดหรือทั่วใบหน้า อาจจะเพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่นั้นเพื่อให้ยังคงสภาพผิวเดิมไว้แต่ทั้งนี้ผลการรักษาของแต่ละคนนั้นจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลสุขภาพโดยรวมของแต่ละบุคคลแต่จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 คนที่ได้รับการรักษา จะสามารถเห็นถึงผลลัพธ์จากการรักษาที่ชัดเจน เช่น แนวคิ้วยกขึ้น ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น, ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์, ผิวที่ตึงกระชับ, ใบหน้ายกได้รูป, รูขุมขนเล็กลง, ผิวเรียบเนียนขึ้นทั่วทั้งบริเวณหน้าและคออย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ได้พึ่งการทำศัลยกรรมผ่าตัดพักฟื้นแต่อย่างใด

ที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการทำ Ulthera ที่หลาย ๆ คนกำลังกังวลในเรื่องของผลข้างเคียง ความปลอดภัย และอาการต่าง ๆ หลังจากทำ Ulthera ดังนั้นเมื่อทราบถึงผลข้างเคียงที่จะตามมาแล้วว่าไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด การทำ Ulthera ก็ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องผิวที่หย่อนคล้อยไม่กระชับให้สภาพผิวกลับมาเต่งตึงอ่อนเยาว์กว่าวัยได้เป็นอย่างดี