การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

ต้องยอมรับว่าในยุคนี้การศัลยกรรมเสริมความงามในบ้านเรานั้นแพร่หลายและเป็นที่นิยมมากมายในหมู่สาว ๆ ที่ชื่นชอบความสวยความงามเป็นอย่างมาก อีกทั้งเทคโนโลยีในสมัยนี้ก็ยังทำให้การศัลยกรรมเสริมความงามนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่การศัลยกรรมเสริมความงามไม่ได้เป็นที่สนใจแค่ในหมู่สาว ๆ วัยรุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นที่สนใจและนิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่ของหญิงสาวที่มีอายุอีกด้วย การศัลยกรรมเสริมความงามมีมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนรูปหน้า หรือการใช้เทคโนโลยีโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด เช่น “การร้อยไหม” นั้นเองโดยมีไหมอยู่ 3 แบบ ที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ

  • เส้นไหมเรียบ (Mono threads) เป็นไหมที่ใช้ในการช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดใสและลดริ้วรอยเพิ่มความเต่งตึง
  • เส้นไหมเกลียว (Screw threads) เป็นไหมที่ช่วยในการยกกระชับใบหน้าได้เป็นอย่างดีเนื่องจากรูปทรงที่เป็นเกลียวนั้นเอง
  • เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) ไหมชนิดนี้เรียกอีกชื่อว่า ไหมก้างปลา มีลักษณะเป็นเงี่ยงออกมาคล้ายกับก้างปลาจะช่วยในเรื่องของการยกกระชับได้เป็นอย่างดีโดยส่วนใหญ่มักจะนิยมทำที่คาง

การร้อยไหมนั้นถือว่าเป็นการศัลยกรรมเสริมความงามอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบ ดังนี้

  • การร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้า
  • การร้อยไหมเพื่อยกหางตา
  • การร้อยไหมเพื่อปรับโครงสร้างของปลายจมูก
  • การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

หัวข้อที่ดิฉันจะนำมาเล่าให้ทุกท่านได้อ่านในวันนี้ก็คือการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นเอง

การร้อยไหมคอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจน เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในร่างกายของคนเรามากถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกาย โดยรูปทรงของเจ้าโปรตีนชนิดนี้นั้นมีรูปร่างคล้ายกับเส้นใยไฟเบอร์และสามารถทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายคงรูปร่างไว้ได้ดี และแน่นอนเมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจึงสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง จึงได้มีการคิดค้นเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงามขึ้นมานั้นก็คือการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นเองเพื่อตอบสนองความต้องการของเหล่าบรรดาผู้ที่มีใจรักสวยรักงาม การร้อยไหมนั้นมีหลายรูปแบบและหลายชนิดขึ้นอยู่กับว่าต้องการแก้ปัญหาเรื่องผิวในจุดใด การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คือการนำไหมละลายประเภทไหมเรียบ (Mono threads) มาร้อยเข้าสู่ใต้ผิวหนังในส่วนที่กำลังเหี่ยวย่นและมีริ้วรอย หลังจากที่ได้นำไหมร้อยเข้าสู่ใต้ผิวหนังแล้ว จะทำให้เนื้อบริเวณใต้ผิวหนังนั้นเกิดการอักเสบ แต่ทุกท่านที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ก็อย่าพึ่งตกใจหรือวิตกกังวลไปนะคะ เพราะการที่เนื้อบริเวณใต้ผิวหนังอักเสบนั้นจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่นั้นเอง ซึ่งคอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมานี้จะทำให้ผิวบริเวณนั้นตึงกระชับดูสดใสเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อใต้ผิวหนังถูกสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่สิ่งที่จะตามมาก็คือการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้นนั้นเอง

สาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนในร่างกายของเราเสื่อมลง

สาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนในร่างกายของเราเสื่อมลงนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัยมาก ๆ ดิฉันจึงขอพูดถึงหัวข้อหลัก ๆ ที่เราสามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • อายุที่มากขึ้น แน่นอนว่าเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมื่อเราอายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงไปเรื่อย ๆ และในวัย 40 ปีขึ้นไปนั้นร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนได้เพียง 20 % เท่านั้น
  • แสงแดด เนื่องจากในรังสียูวีเอและรังสียูวีบีที่เราจะพบได้ในแสงแดดนั้นจะทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอยขึ้นในที่สุด เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอในทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • อนุมูลอิรสะ ในสารตัวนี้จะสามารถทำลายเส้นไยไฟเบอร์ของคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวหนังให้ลดลง
  • ฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศ ฝุ่นควันที่เราต้องเจอในทุกวันนั้นหากสะสมไปเรื่อย ๆ ก็จะสามารถทำลายชั้นผิวหนังและคอลลาเจนได้อีกด้วย
  • ความเครียด ร่างกายของเราจะสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งเรียกว่า คอร์ติซอล ขึ้นมาและเกิดเป็นพฤติกรรมส่วนตัวที่ทำให้ร่างกายของเรานั้นสูญเสียคอลลาเจนได้อย่างรวดเร็ว เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอจากความเครียด การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูญบุหรี่ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สร้างผลเสียให้กับร่างกายเราทั้งนั้น

การดูแลร่างกายเพื่อชะลอการสูญเสียคอลลาเจนมีอะไรบ้าง

  • หลีกเลี่ยงการรับแสงแดดโดยตรง โดยเฉพาะแสงแดดในเวลา 10:00-16:00 น. เนื่องจากแสงแดดในเวลานี้จะมีรังสียูวีที่เข้มข้นมาก ๆ นอกจากจะทำให้ผิวสูญเสียคอลลาเจนแล้วยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายอย่างน้อย 8 แก้ว ต่อวัน ทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือทานอาหารเสริมคอลลาเจนเพื่อช่วยร่างกายอีกแรง ที่สำคัญควรลดอาหารรสจัดและอาหารประเภทที่มีไขมันสูง
  • เลือกสกินแคร์ที่ช่วยในเรื่องการลดริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เพราะอาจจะทำให้ผิวแห้งและสูญเสียความชุ่มชื้น และหลังจากการล้างหน้าทุกครั้งควรทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับใบหน้าของเรา
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวสูญเสียคอลลาเจนได้อย่างรวดเร็ว
  • ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ

ใครบ้างที่เหมาะกับการร้อยไหมคอลลาเจน

การร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นจะเหมาะสมกับกลุ่มคนวัยทำงาน กลุ่มวัยกลางคนจนไปถึงผู้สูงวัย  เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยความไม่เต่งตึงและความเหี่ยวย่นของผิว เพราะร่างกายของคนเราในวัยนี้จะสามารถสร้างคอลลาเจนน้อยลงไปตามอายุของเรานั้นเอง ซึ่งเรามักจะได้ยินคำเปรียบเปรยกันอยู่บ่อย ๆ ว่าอยากมีผิวนุ่มเหมือนเด็กทารกแรกเกิด ก็เพราะว่าในวัยเด็กของคนเรานั้นร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมามากที่สุดเพื่อทำให้ผิวนั้นแข็งแรงเต่งตึงและยืดหยุ่นได้ดีนั้นเอง กลุ่มคนที่เหมาะกับการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจึงเหมาะกับอายุ 30-60 ปีขึ้นไป

การร้อยไหมคอลลาเจนทำตรงไหนได้บ้าง

จริง ๆ แล้วการร้อยไหมเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนั้นสามารถทำได้ทุกส่วนที่เป็นผิวหนังของร่างกาย แต่ส่วนที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลายนั้นจะเป็นบนใบหน้าและลำคอซึ่งเป็นจุดที่คนเรามักจะให้ความสำคัญกับริ้วรอยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยการร้อยไหม 1 ครั้งนั้นจะสามารถอยู่ได้ 1-2 ปี

 หลังร้อยไหมคอลลาเจน ต้องใช้เวลาเท่าไหร่จึงจะเริ่มสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลง

ภายหลังจากการได้รับการร้อยไหมแล้วเราจะสามารถรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทันที และจะยิ่งเห็นผลลัพธ์เพิ่มข้นเรื่อย ๆ ในระยะเวลา 1-2 เดือน และสามารถฟื้นฟูใบหน้าได้อย่างเต็มที่เลยคือ 6 เดือนหลังจากทำการร้อยไหม ในส่วนของการดูแลตนเองหลังการร้อยไหมนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นเดียวกันค่ะ หลักการเดียวคือการรักษาคอลลาเจนบนใบหน้าของเราไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่นการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ พยายามหาเวลาว่างมาออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นกระสูบฉีดและการไหลเวียนของเลือด

ข้อควรระวังหลังจากการร้อยไหมคอลลาเจน

  1. ใบหน้าอาจจะปรับเปลี่ยนไปจากเดิมหรืออาจจะไม่เท่ากันในบางเคสแล้วแต่กรณี
  2. การติดเชื้อ เนื่องจากการร้อยไหมนั้นจะทำการร้อยลงไปที่ใต้ชั้นผิวหนังในบางรายหากเครื่องมือไม่สะอาดอาจจะเสี่ยงทำให้ติดเชื้อได้ หรือถ้าหากเกิดความผิดพลาดทำให้ไหมหลุดออกมาก็ทำให้ติดเชื้อได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นควรเลือกคลินิกที่เชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
  3. การอักเสบของเนื้อเยื่อ
  4. ความผิดพลาดระหว่างทำการร้อยไหมหรือไหมแตกหักขณะที่กำลังร้อยลงใต้ผิวหนัง
  5. หลังจากการร้อยไหม ไม่ควรทำอะไรเพิ่มเติมบนใบหน้าเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
  6. อาการบวมแดงอย่างรุนแรงและตุ่มแดง เกิดขึ้นเนื่องจากแพ้ไหมละลายเกิดขึ้นได้ในบางรายเท่านั้น
  7. คอลลาเจนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการร้อยไหมนั้นอาจจะเป็นพังผืดได้

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางด้านการศัลยกรรมนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในระยะเวลา 2-3 ปีมานี้จึงมีคลินิกเสริมความงามเกิดขึ้นมามากมายอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนั้นเอง แต่ละคลินิกนั้นราคาก็แตกต่างกันไปตามคุณภาพ ก่อนที่ทุกท่านจะตัดสินใจทำอะไรบนใบหน้าของเราก็ควรศึกษาข้อมูลและศึกษาคลินิกเสริมความงามที่ท่านสนใจว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หรืออาจจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหลาย ๆ คลินิกเพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ ทุกท่านก็ได้ทราบทั้งข้อดีและข้อเสียของการร้อยไหมคอลลาเจนกันแล้วเพราะฉะนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้ควรเลือกคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐานและหน้าเชื่อถือเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ร้อยไหมยกแก้ม หน้าเด็ก หน้าสวย เพิ่มความสวยกระชับใบหน้า

คนเราทุกคนอยากให้ตัวเองดูดี หน้าเด็ก หน้าสวย และอ่อนเยาว์อยู่เสมอ จึงทำให้เทคโนโลยีด้านเสริมความงามพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง หนึ่งในเทคนิคเหล่านั้นที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คือ เทคนิคการร้อยไหมด้วยไหมละลาย

การร้อยไหมยกแก้ม คือ เทคนิคที่นำมาใช้ช่วยยกกระชับใบหน้า ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูเรียว ด้วยไหมละลาย และโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี หลักการของเทคนิคนี้ คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากมาร้อยเป็นเครือข่าย บริเวณใต้ผิวหนังที่ร้อยไหมเข้าไปจะถูกกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้สร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม มีผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป 6-18 เดือนเส้นไหมก็จะละลายไปโดยไม่เป็นอันตราย วิธีนี้มีประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย ขั้นตอนการทำ และความเสี่ยงอย่างไรบ้าง รายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นว่าจะเพิ่มความกระชับบนใบหน้าด้วยวิธีร้อยไหมยกแก้มดีหรือไม่?

ร้อยไหมยกแก้ม คืออะไร?

การร้อยไหมยกแก้ม เป็นเทคนิควิธียกกระชับผิวหน้าบริเวณแก้ม โดยจะมีจุดที่ดึงคือ บริเวณแก้มส่วนล่าง และจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับ ดึงเข้าหากันจึงสามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ทันที ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม ร่องจมูก ขากรรไกร หน้าผาก โดยใช้ไหมละลายจำนวนหลายเส้นร้อยเข้าไปในใต้ผิวหนัง การทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิว และกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวมากขึ้น

วัสดุที่ปลอดภัย ใช้สำหรับร้อยไหมยกแก้ม  

แบ่งได้มี 3 ชนิด คุณลักษณะแต่ละประเภทดังนี้

  • PCL (Polycaprolactone) ละลายหมดภายใน 18-24 เดือน เส้นสีขาวขุ่น มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด เส้นใหญ่ที่สุด
  • PLLA (Polylactate) ละลายหมดภายใน 12-18 เดือน เส้นสีขาวใส ขาดความยืดหยุ่น ไหมขาด ไหมทะลุได้บ่อย
  • PDO (Polydioxanone) ละลายหมดภายใน 4-6 เดือน เส้นสีน้ำเงิน มีความยืดหยุ่นสูง เป็นที่นิยมมากที่สุด

เส้นไหมชนิดที่นิยมใช้ร้อยไหมยกแก้มกันมาก ทำมาจากโพลีไดอ๊อกซาโนน (Polydioxanone หรือ PDO) เป็นไหมที่นำมาใช้ในการทำศัลยกรรมเย็บเส้นเลือดหัวใจ มีโอกาสแพ้น้อยมาก และไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งในและต่างประเทศ เส้นไหมจะสามารถสลายตัวได้เองภายใน 8 เดือน และจะให้ประสิทธิผลต่อผิวหนังในระยะเวลาประมาณ 2 ปี

ชนิดของเส้นไหม ที่นิยมใช้ ในการร้อยไหมยกแก้ม

  1. เส้นไหมเรียบ (Mono threads) เป็นเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่ม หรือเกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ร้อยไหมชนิดนี้บริเวณคอ หน้าฝาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ไม่ได้ช่วยยกชั้นผิวหนัง
  2. เส้นไหมเกลียว (Screw threads) เป็นเส้นไหมเส้นเดียวหรือสองเส้นเกลียวเข้าด้วยกัน เส้นไหมเกลียวจะให้ผลแข็งแรงกว่าไหมเส้นเรียบ ส่วนใหญ่ไหมเกลียวเหมาะกับการยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน
  3. เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) หรือ ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมก้างปลา เป็นเส้นไหมเส้นเดียวแต่มีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยาน คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับบริเวณคาง ปรับรูปหน้าให้เรียว

การร้อยไหมยกแก้ม เส้นไหมที่นำมาใช้มีให้เลือกหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะผิวก่อนทำ และทุกประเภทสามารถใช้ร่วมกับการยกกระชับหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น การใช้ไหมร่วมกับการทำฟิลเลอร์ หรือฉีดไขมันที่หน้า เหล่านี้อาจช่วยให้ผิวหนังกระชับตัวมากกว่าการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว

อายุเท่าไหร่? ที่จะเหมาะกับทำการร้อยไหมยกแก้ม

การร้อยไหมยกแก้ม การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30-60 ปีขึ้นไป โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัว หรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่นจึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน

ร้อยไหมยกแก้ม ทำได้ที่ไหน? ขั้นตอนมีอะไรบ้าง?

การร้อยไหมยกแก้ม เป็นเทคนิคการยกกระชับใบหน้าที่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ผู้ที่ต้องการใช้วิธีนี้ควรศึกษาข้อมูลสถานให้บริการที่น่าเชื่อถือ และผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ขั้นตอนแรก คือการพูดคุยปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับราคา ขั้นตอน ผลข้างเคียง ความเสี่ยง และผลลัพธ์ที่คาดหวัง รวมถึงประเมินความเหมาะสมของคนไข้ต่อการร้อยไหม โดยซักถามประวัติสุขภาพ และตรวจดูว่ามีโรคหรือภาวะที่ไม่แนะนำให้เข้ารับการร้อยไหมยกแก้มหรือไม่  แพทย์แจ้งให้ทราบถึงผลลัพธ์ตามความเป็นจริง ข้อจำกัด ผลข้างเคียง และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างละเอียด ก่อนจะให้เวลาคนไข้กลับไปตัดสินใจว่าจะร้อยไหมยกแก้มหรือไม่? หากคนไข้ยอมรับข้อจำกัดดังกล่าวได้จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา

ขั้นตอนการร้อยไหมยกแก้ม หลังจากขั้นตอนทาและฉีดยาชา แพทย์จะสอดเส้นไหมเข้าไปในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างระมัดระวัง เส้นไหมจำนวนหลายเส้นที่สอดเข้าไปนี้จะนำมาซึ่งกลไกการยกกระชับผิว ซึ่งอาจต้องมีการประเมินระหว่างการทำอีกครั้งว่าควรร้อยไหมกี่จุด แพทย์จะพิจารณาตามโครงหน้าของคนไข้เป็นหลักในเวลาเพียง 20-40 นาที ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย     อาจพบรอยช้ำตามแนวรอยไหมได้บ้าง ร่วมกับอาการบวม แต่จะหายไปเองโดยไม่ต้องพักฟื้นภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือนหลังร้อยไหม และอาจจะเห็นผลต่อเนื่องนานประมาณ 1-2 ปี หลังจากนี้ก็ต้องมาทำการร้อยไหมใหม่อีกครั้ง

ร้อยไหมยกแก้ม ใช้ไหมแต่ละชนิดราคาเท่าไหร่?

ร้อยไหมยกแก้ม ราคาก็จะแตกกต่างกันตามชนิดวัสดุของไหม  PDO, PLLA, PCL และโดยดูตามลักษณะเส้นไหม       เช่น ไหมกรวย, ไหมเงี่ยงใหญ่, ไหมเงี่ยงเล็ก, ไหมเกลียว, ไหมเรียบ เราสามารถสอบถามทางคลินิกที่สนใจใช้บริการได้โดยตรง ซึ่งคลินิกต่างๆ จะมีชื่อเรียกไหมชนิดต่างๆ มากมาย ตั้งชื่อกันขึ้นมาเองเพื่อให้คนไข้ไม่สามารถเช็คราคาร้อยไหมเทียบกับคลินิกอื่น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หลังจากร้อยไหมยกแก้ม

ข้อควรระวังหลังจากทำร้อยไหมยกแก้ม คือ ไม่ควรทำเลเซอร์ หรือหัตถการใด ๆ กับใบหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และไม่ควรนวดหน้าแรง ๆ ในตำแหน่งที่ร้อยไหมประมาณ 2 เดือน ผลข้างเคียงจากการร้อยไหมยกแก้ม ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือความรู้สึกเจ็บ และไม่สบายใบหน้า อาจมีอาการบวม ฟกช้ำ เกิดการเคลื่อนตัวของไหม และติดเชื้อจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาดหรือขั้นตอนที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม หรือบางรายอาจมีรอยย่นของผิวหนังหลังการทำ ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มักหายไปเองเมื่อผ่านไปหลายวัน แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากเกิดการติดเชื้อ เส้น ไหมที่ใช้ร้อยไหมยกแก้มแต่ละประเภทอาจมีผลข้างเคียงแตกต่างกันไป และในช่วงแรกผิวหนังของคนไข้มักมีลักษณะผิดปกติไปจากเดิมเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวลได้ ดังนั้น ในขั้นตอนก่อนทำจึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลข้างเคียงจากการใช้ไหมแต่ละชนิดอย่างละเอียด

การร้อยไหมยกแก้ม เสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนประมาณร้อยละ 15-20 ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและแก้ไขได้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ มีดังนี้

  • ใบหน้าไม่เท่ากัน คนไข้อาจมีใบหน้าไม่สมดุล หรือเกิดความไม่เท่ากันของใบหน้าจากการร้อยไหมได้ แพทย์จึงอาจให้ผู้ป่วยส่องกระจกไปด้วยในระหว่างทำเพื่อสังเกตความผิดปกติดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น
  • การติดเชื้อ เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้น้อย เพราะแพทย์มักใช้กระบวนการฆ่าเชื้อก่อนเสมอ เพื่อความปลอดภัย
  • การอักเสบของเนื้อเยื่อ เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
  • ไหมหลุดออกมา หลังจากสอดเส้นไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง แพทย์จะตัดปลายไหมส่วนเกินออก เพราะหากไหมยื่นออกมา คนไข้อาจเสี่ยงเกิดการติดเชื้อและการอักเสบของเนื้อเยื่อตามมา
  • ไหมแตกหัก เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม

ควรทำอะไรดี? ระหว่างการร้อยไหมยกแก้ม – ฟิลเลอร์ – โบท็อก – Ulthera/Hifu

  • ร้อยไหมยกแก้ม เหมาะสำหรับคนที่แก้มหย่อนมากๆ จะเห็นผลได้ชัดเจน โดยที่ราคาไม่แพง
  • ฟิลเลอร์ เหมาะสำหรับคนที่หน้าหย่อนคล้อยจากร่องใต้ตาร่องแก้มที่ลึก
  • โบท็อก สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อกรามเยอะ(กัดฟันแล้วกรามเด้งเยอะ) ร่วมกับมีริ้วรอยบริเวณหางตา-หน้าผาก
  • Ulthera/Hifu เหมาะสำหรับคนที่แก้มหย่อนไม่มาก เห็นผลไม่ชัดเจนเท่าร้อยไหม และราคาค่อนข้างสูง เหมาะกับคนที่กลัวเข็ม

หากต้องการให้ตนเอง หน้าเด็ก หน้าสวย รูปหน้าดูเรียวใบหน้ากระชับ ลดการหย่อนคล้อยของใบหน้า ด้วยวิธีการร้อยไหมยกแก้ม เทคนิคที่ใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปใต้ผิวหนัง ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ก่อนตัดสินใจร้อยไหมยกแก้ม ควรศึกษาหาข้อมูล และปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น และทำกับสถานบริการที่มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย ซึ่งแพทย์แต่ละคลินิกจะคำตอบได้ดีที่สุด ทั้งราคาค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ที่จะได้หลังจากทำการร้อยไหมยกแก้ม

 

 

ร้อยไหมเจ็บ จนทนไม่ไหว ถึงขั้นต้องฉีดยาชาจริงไหม

ร้อยไหม

การร้อยไหม คือ การยกกระชับผิว โดยการใช้เทคนิคหนึ่งที่ไม่ใช้การผ่าตัด แต่เป็นนวัตกรรมที่ในช่วยยกกระชับผิวให้ดูอ่อนเยาว์ และดูเต่งตึงขึ้น โดยการใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงสอดลงใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ทำการรอยไหมกระชับตัว เส้นไหมละลายที่ใช้ในการร้อยไหม เมื่อเวลาผ่านไป 6-8 เดือน เส้นไหมจะเกิดการละลายไปแบบไม้เป็นอันตราย และหากการร้อยนั้นใช้เทคนิคที่ถูกต้องจะเกิดเป็นเส้นใยอิลาสตินช่วยประคองผิวอีกด้วย ชั้นผิวจะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหม คล้ายกับตะขอเกี่ยว

เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ผิวหนังจะหย่อนคล้อย สิ่งแรกที่ทุกคนคิดที่จะทำ คือ การยกกระชับผิวให้เต่งตึง และการร้อยไหมเป็นวิธีแรกที่คุณหมอแนะนำ หรือสิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึง ในวันนี้เราจึงอยากจะพาสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ที่กำลังคิดที่จะร้อยไหมมารู้จักต้นกำเนิดของการร้อยไหม ข้อดี ข้อเสีย ของการร้อยไหม และควรเลือกร้อยไหมที่ไหนดี แล้วคำถามที่ทุกคนมักจะถามเป็นอันดับแรกนั่น คือ ร้อยไหม เจ็บไหม ต้องฉีดยาชาไหม ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย

ต้นกำเนิดการร้อยไหม

การร้อยไหม ในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่ได้รับความนิยม เพราะการที่มีหน้าเรียวแหลมที่ว่าใคร ๆ ก็อยากมีไม่ว่าจะ หญิง หรือชาย โดยจะพูดถึง ดร.ควอน ฮัน จิน นายแพทย์ผู้คิดค้นไหมละลายเสริมความงามคนแรกของโลก และยังเป็นผู้คิดค้นศาสตร์การร้อยไหมที่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อราว ๆ ต้นปี 2010 มีคนไข้จำนวนมากที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวบนใบหน้ามาขอคำปรึกษากับ ดร.ควอน ฮัน จิน  แต่ไม่ต้องการผ่าตัด ซึ่งในปกติแล้วนวัตกรรมการยกกระชับใบหน้าในตอนนั้น มีเครื่องเลเซอร์ยกกระชับใบหน้าให้บริการแทนการผ่าตัด แต่คนไข้จำนวนมากที่ผ่านการรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์นั้น ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ หรือแก้ปัญหาได้ ดร.ควอน ฮัน จิน จึงมองหา และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า การร้อยไหม นั่นเอง

การร้อยไหมเป็นเทคโนโลยีของยุโรปที่มีมานาน ก่อนที่เกาหลีจะนำมาพัฒนา ที่มีไหมแบบเป็นก้าง หรือเป็นกรวย ตอนนำมาใช้กับคนไข้ผลลับที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการทำศัลยกรรมที่ไม่มีความเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ไม่นานเพราะเป็นเพียงการนำไหมทั้ง 2 แบบ มาเกี่ยวกับเนื้อเยื่อของผิวหน้าเท่านั้น เวลาร้อยไหมก็จะไปเกาะยึดกับผิวหนัง แต่ผิวหนังของเรานั้นสามารถยืดได้ จึงอยู่ได้ไม่นานใบหน้าก็หย่อนอีกเพราะผิวยืดออก นวัตกรรมที่มีอยู่แก้ปัญหาไม่ได้ จึงมีการคิดค้นไหมละลายแบบใหม่ เพื่อใช้กับใบหน้า และไหมชนิดนั่น คือ ไหมชนิดเดดียวกับไหมที่ใช้ในการเย็บหลอดเลือดหัวใจในห้องผ่าตัดที่อยู่นานถึง 6-8 เดือน ก่อนจะละลายหายไป

ร้อยไหม เจ็บไหม ต้องฉีดยาชาไหม

ร้อยไหม เจ็บไหม บอกได้เลยว่า นี่เป็นคำถามที่คนไข้มักที่จะถามคุณหมอทุกครั้ง ก่อนเข้ารับการรักษาแบบร้อยไหม เพราะคนส่วนมากนั้นกลัวเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา และไม่กล้าที่จะรักษาแบบผ่าตัด จึงเลือกการร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิวบนใบหน้าแทน  คำตอบที่จะได้รับจากหมอ คือ เจ็บแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น แต่ระหว่างทำไม่เจ็บเลย ส่วนถ้าเป็นการทายานั้น อาจจะรู้สึกตึง ๆ และเจ็บแบบสามารถทนได้

การร้อยไหม คือ การที่เอาเข็มที่มีเส้นไหมร้อยไปใต้ชั้นผิวหนัง บอกได้เลยว่าเจ็บอย่างแน่นอน จึงมีการนำยาชามาทา หรือฉีดเฉพาะที่ แล้วแต่ละคนอาจมีการใช้ยาชาในปริมาณที่ไม่เท่ากัน และมีการถ่ายภาพเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงก่อนการรักษา และหลังเข้ารับการรักษา

การเลือกร้อยไหมที่ไหนดี

  1. สถานที่

ให้ดูสถานที่หรือสถานพยาบาลนั่น เป็นคลินิก หรือโรงพยาบาลที่ได้รับมาตฐานของกระทรวงสาธารสุข ที่ผ่านการตรวจสอบสถานที่ก่อนเปิดให้บริการ มีเครื่องมือที่ครบวงจร ความสะอาดภายในคลินิก หรือโรงพยาบาลย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพื่อลดการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้นได้ การเช็คสถานพยาบาล โดยปกติแล้วหากทางคลินิกได้รับอนุญาติการเปิดจะมีเลขสถานพยาบาล 11 ตัว สามารถเช็คสถานพยาบาลได้ในเว็บ เพิ่มเติมได้ เพียงแค่กรอกชื่อสถานพยาบาลแล้วกดค้นหา ก็สามารถตรวจสอบได้แล้ว

  1. หมอ หรือแพทย์

การร้อยไหมต้องดูแลจากแพทย์เท่านั้น โดยหมอที่ทำการร้อยไหมต้องมีความรู้ และยังต้องคอยอัพเดทเทคนิคการร้อยไหมแบบต่าง ๆ และได้รับการเทรนจากบริษัทการร้อยไหมแบบต่าง ๆ การร้อยไหมไม่ถูกชั้นผิว อาจเกิดผลข้างเคียงมากมาย ซึ่งส่งผลร้านแน่นอน หากแพทย์นั้นไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือชำนาญ  แพทย์ที่ให้คำปรึกษาเป็นคนเดียวกับที่ลงมือทำการรอยไหมให้เรา หรือไหม หมอจะชี้แจงรายระเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะแนะนำไหมที่จะใช้กับเรา บอกเทคนิคที่จะใช้บนใบหน้าของเราด้วย หรือแม้แต่เรื่องการใช้ยาชา

  1. เส้นไหมที่ใช้

ในปัจจุบันเส้นไหมมีหลายประเภท แต่เส้นไหมที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ คือ ไหมโพลีไดอ๊อกซาโนน เป็นไหมที่นำมาเย็บหัวใจตอนทำการผ่าตัด ซึ่งเป็นไหมที่มีโอการแพ้ไหมน้อยมาก จึงเป็นที่นิยม แต่ทว่าเส้นไหมแต่ละประเภทยังถูกแบ่งชนิดไปอีก เช่น เส้นไหมคลอลาเจน, เส้นไหมแขวน, เส้นไหม 360 องศา, และเส้นไหมเงี่ยง เป็นต้น เส้นไหมแต่ละแบบนั้นมีจุดเด่นต่างกันสามารถขอดูเส้นไหมก่อนทำการร้อยไหมได้อีกด้วย

  • เส้นไหมคลอลาเจน เป็นไหมเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่มเหรือเกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ร้อยไหมชนิดนี้บริเวณคอ หน้าผาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ช่วยในการยกได้น้อย เนื่องจากข้อจำกัดในการดึงของตัวไหม อาศัยหลักการสร้างคลอลาเจนอิลาสตินใต้ผิวหนังที่ทำการร้อยมากกว่าการดึงผิว
  • เส้นไหมแขวน (Sling Lift) : เป็นไหมพัฒนาใหม่ ลักษณะเป็นไหมเงี่ยงติดเข็มสองด้าน ระหว่างสองด้านของเส้นไหมออกแบบมาให้เป็นจุดดึงเพื่อให้เกิดแรงที่มากขึ้นของไหมเงี่ยงสองด้านดึงเข้าหากัน ต้องอาศัยการออกแบบและแนวการร้อยโดยเฉพาะเพื่อให้เกิดแรงดึงที่เหมาะสมในการดึงหน้าและจัดรูปหน้าให้ละมุนละมัย เหมาะสำหรับการเก็บความหย่อนคล้อยในบริเวณที่ดึงโดยทั่วไปทำได้ยาก เช่น มุมปาก กรอบหน้า โหนกแก้ม
  • เส้นไหม 360 องศา หรือร้อยไหมเงี่ยงที่มีลักษณะเป็นเส้นไหมทรงกระบอก มีเงี่ยงตลอดแนวไหมเกลียว 360 องศา มีความยืดหยุ่น ปริมาณเนื้อไหมมาก มีจุดแขวนหรือจุดคล้องใต้ผิวหนังบริเวณขมับ เหนือใบหู ซึ่งอยู่ในชั้นที่เรียกว่า SMAS จึงคล้ายกับการผ่าตัดขนาดเล็ก เหมาะกับการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียว และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนัง หลังร้อยไหมเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก
  • เส้นไหมเงี่ยง (Cog threads) : เป็นไหมที่ขนาดใหญ่ขึ้นมีเงี่ยงตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อหรือผิวหนังที่หย่อนยานขึ้นไปตามแนวไหม คอลลาเจนจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างขึ้นใหม่รอบเส้นไหมและบริเวณเงี่ยง เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียว ดึงผิวได้มากกว่าไหมสองชนิดแรก จึงใช้ในการวางแผนการดึงผิวในบริเวณที่มีความหย่อนคล้อยมาก เช่น กรอบหน้า ใต้คาง
  1. รีวิวเชื่อถือได้จริง

การดูรีวิวจากผู้ที่ผ่านการร้อยไหมจากคลินิก หรือ สถานพยาบาลนั้น ๆ ที่เราเล็งไว้จะไปทำที่นั้น ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจในการจะเข้าไปใช้บริการ การร้อยไหมในสถานที่นั้น เราต้องดูรีวิวของคนที่มีปัญหารูปหน้าคล้ายกับเรา หรือดูรีวิวการเปลี่ยนแปลงหลังจากร้อยไหมแล้วผลออกมาเป็นอย่างไร

  1. โรคประจำตัว หรือสภาวะของร่างกาย

สำหรับการร้อยไหมนั้นไม่สามารถทำการร้อยไหมได้ทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวนั้นไม่ควรร้อยไหมเด็ดขาด อย่าลืมที่จะแจ้งแพทย์ หรือพนักงานทุกครั้ง หากมีโรคตามนี้

  • โรคไวรัสตับอักเสบซี
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • โรค เอช ไอ วี
  • โรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • โรคไวรัสตับอักเสบบี
  • มีภาวีติดเชื้อ
  • มีประวัติการเป็นคีรอยด์ได้ง่าย
  • กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ถ้าหากมีการแพ้ยาชาทั้งทา และการฉีดควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้งในการเข้ารับรักษา การร้อยไหม สามารรถทำได้ทั้งชาย หญิง และสามารถทำได้กับทุกส่วนของร่างกาย เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ตั้งแต่การเลือกวัสดุที่ผลิตไหม ชนิดของไหม รูปแบบความหย่อนคล้อยของผิวว่าควรจะใช้ไหมชนิดไหน และการจะใช้เทคนิคอะไรในการรักษาให้ได้ผล คุ้มค่าการลงทุนทั้งเงิน เวลา ความเสี่ยง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือศึกษาหาข้อมูลดูรีวิวต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

นวัตกรรมเสริมความงามที่คนส่วนใหญ่ให้ความนิยมเป็นอย่างมาก การร้อยไหมด้วยเทคนิคที่ถูกต้องจะก่อให้เกิดเป็นเส้นไยอิลาสตินที่ช่วยยืดหยุ่นประคองผิวไว้ การร้อยไหมนั้นจะมีการที่เอาเข็มที่มีเส้นไหมร้อยไปใต้ชั้นผิวหนัง จึงมีการฉีดยาชาหรือทายาชาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บในขณะที่ร้อยไหม  สุดท้ายอย่าลืมที่จะเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ผลการรักษาทีมีประสิทธิภาพ และมีควาปลอดภัยที่ดีที่สุด

รู้ยังข้อดี ข้อเสียของ hifu กับร้อยไหมต่างกันออกไป

ความสวยงามของใบหน้าและร่างกายในปัจจุบันนี้ถือเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ต้องการ แต่หลายคนนั่นไม่ต้องการที่จะใช้การผ่าตัดในการเสริมความงามเหล่านั้น จึงมีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นมากมายที่สามารถตอบโจทย์ที่ใคร ๆ หลายคนต้องการ วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับการทำ hifu กับการร้อยไหม ว่ามีข้อดี ข้อเสียแตกต่างอย่างไร

Hifu

Hifu ย่อมาจาก High Intensity Focus Ultrasound คือ รูปแบบการเสริมความงามแบบใหม่ที่นำคลื่นอัลตร้าซาวด์ความถี่สูงส่งผ่านชั้นผิวหนังถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยลดริ้วรอย ลดเหนียง และยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่าการทำ ไฮฟู (HIFU) ถือเป็นตัวเลือกที่ง่ายที่สุดในการยกกระชับผิว ทั้งบริเวณใบหน้า เหนียง คอ รวมไปถึงต้นแขน และต้นขา ที่สามารถเห็นผลหลังทำทันทีตั้งแต่ครั้งแรก และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสาว ๆ ที่กลัวเข็มหรือกลัวการผ่าตัด

Hifu นั่นเหมาะกับทุกเพศที่มีอายุ 25–35 ปี หรือมากกว่านี้ ซึ่งเกิดปัญหาผิวบนใบหน้าหย่อนคล้อย หนังตาตก หรือมีริ้วรอยมาก อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ผ่านการผ่าตัด และผู้ที่ต้องการลดเหนียงใต้คาง หรือลดคางสองชั้น จำนวนครั้งของการทำ Hifu ในแต่ละคนนั่นจะไม่เท่ากัน โดยจะขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของผู้เข้ารับรักษา ที่ควรทำอย่างต่อเนื่องจึงจะช่วยแก้ปัญหาได้ และเห็นผลชัดเจน ใช้เวลาการทำครั้งละประมาณ 30–50 นาที และจะเว้นระยะห่างจากการทำครั้งแรก 2 เดือน

ข้อดีของการทำ Hifu

  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป แต่บางคนนั้นเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที
  • ยกกระชับผิว ความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ โดยไม่ใช้เข็ม
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบริเวณริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกตื้นขึ้น
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  • สามารถทำการรักษาอื่น ๆ ต่อได้เลย
  • จะคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวหลังการใช้บริการ และสภาพผิวของแต่ละคน
  • ไม่มีบาดแผลในการรักษา ไม่บวม ไม่ต้องประคบเย็น

ข้อเสียของการทำHifu

  • มีอาการเมื่อยหรือตึง และเจ็บใบหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังทำ
  • ตอนรับการรับษาจะรู้สึกเจ็บแต่สามารถทนได้
  • ใบหน้าอาดแดงหลังจากการรักษา 1-2 ชั่วโมง
  • คนที่เคยอุดฟันจะมีอาการเสียวตรงรากฟันที่อุด

การดูแลตัวเองก่อนทำ Hifu

สิ่งที่ควรทำก่อนเข้ารับบริการ คือ คุณต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ งดการสูบบุหรี่ หรือเคื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เนื้องจากจะช่วยให้การสร้างคลอลาเจนกับเซลล์ใหม่เป็นไปได้ด้วยดี

วิธีการดูแลตัวเองหลังการทำ Hifu

ควรทาครีมบำรุงผิวเพื่อบำรุงผิวที่เกิดขึ้นใหม่ให้คงอยู่ได้อย่างยาวนาน หรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ และหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่ถ้าหากมีอาการปวดเมื่อยหรือตึงผิว สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ แล้วไม่ควรนวดหรือถูใบหน้าแรง ๆ ที่สำคัญไม่ควรที่จะสูบบุหรี่ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นการทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง

การร้อยไหม

การร้อยไหมคือ เทคนิคการยกกระชับผิวให้เต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย และการปรับรูปหน้าให้ดูเรียว ด้วยไหมละลายโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัด หลักการของเทคนิคนี้ คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากมาร้อยเป็นเครือข่าย บริเวณใต้ผิวหนังที่ร้อยไหมเข้าไปจะถูกกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้สร้างคอลลาเจนใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม มีผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย

นวัตกรรมร้อยไหมคือ การร้อยไหมเส้นเล็กเข้าสู่ผิวหนังเพื่อให้ไหมไปยกกระชับผิวหน้าดูเด็กลง และไหมยังไปสร้างคอลลาเจนช่วยเติมเต็มผิวหนังมากขึ้น โดยจะเห็นผลทันที 50 % และจะเห็นผล 100% 3-4 สัปดาห์ ขึ้นไป

ข้อดีของการร้อยไหม

  • ทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ
  • เส้นไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ซึ่งหลังจากการร้อยไหมสามารถอยู่ได้นาน 6-8 เดือน
  • การร้อยไหมนั้นจะเห็นผลทันทีหลังทำทันที
  • ในตอนที่ไหมละลายอยู่ใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการกระตุ้นสร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น

ข้อเสียของการร้อยไหม

  • หลังจากร้อยไหม อาจมีอาการบวมแดง และรอยช้ำตามแนวการสอดไหม
  • ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย
  • หากเส้นไหมไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้ไหมไม่ละลาย และจับตัวกันเป็นก้อน หรือมีหนองขึ้นตามไหม
  • ห้ามกดหรือนวดหลังการร้อยไหม
  • เส้นไหมอาจเกิดการไหล, ทะลุ, ดีด, และขาดได้

วิธีการดูแลตัวเองก่อนการร้อยไหม

ควรงดยา อาหารเสริมหรือวิตามินที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด และการแข็งตัวของเลือด อย่างเช่น ยาแอสไพริน อาหารเสริมจำพวกวิตามินอี ฯลฯ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ แล้วควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนเข้ารับการรักษาแบบการรร้อยไหม

วิธีการดูแลตัวเองหลังร้อยไหม

ห้ามทำแผลโดนน้ำเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งแผลหลังร้อยไหมจะเป็นเพียงรูเปิดเข็มบริเวณไรเส้นผมเล็ก ๆ ข้างละ 1-2 จุดเท่านั้น โดยแผลจะจางหายไปเองภายใน 1-3 วัน และรับประทานยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมๆ ทุก ๆ 4 ชั่วโมง ใช้ระยะเวลา 1-2 วัน ตามที่คำแนะนำของแพทย์ แล้วงดการสัมผัสใบหน้าแรง ๆ เช่น การล้างหรือถูหน้าแรง ๆ แต่ให้ใช้สำลีชุบน้ำเช็ดเบา ๆ แทนหรือควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังทำ 1 สัปดาห์ เพื่อลดการบวมช้ำอักเสบ และงดการทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ นวดหน้า ขัดผิว อาจทำให้แผลอักเสบจากการโดนความร้อนได้ แล้วข้อห้ามสุดท้ายคือ งดการออกกำลังหรือกิจกรรมที่ต้องอ้าปากกว้าง ๆ 2 สัปดาห์ เช่น หัวเราะแรง ๆ, การกัดแฮมเบอร์เกอร์ เพื่อทำให้ไหมได้ล็อคตัวกับเนื้อเยื่ออย่างเต็มที่ ข้อมูลข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่าการทำ Hifuกับการร้อยไหมนั่นมีขั้นตอนหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาก็มีความแตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั่นมีความเหมือนกัน ถึงแม้จะใช้เวลาที่ในการเห็นผลไม่เท่ากัน และการทำHifu จะใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งลงใต้ผิวหนังในรักษา ส่วนการ้อยไหมนั่นจะใช้เส้นไหมรอยลงใต้ผิวหนัง

Hifuกับการร้อยไหม นั่นจะเน้นในเรื่องของการยกกระชับใบหน้า ให้เต่งตึง ปรับรูปหน้าให้เรียววีเชฟ ส่วนการทำHifuเป็นวิธีการยกกระชับ ที่จะเจ็บน้อยกว่า และไม่ทิ้งรอยแผล แต่ทว่าทั้งการทำHifuกับการร้อยไหมไม่ต้องพักฟื้น และสามารถไปทำงานต่อได้ทันที ถ้าหากถามว่าการร้อยไหมหรือHifu อะไรดีกว่ากัน ก็มีคำแนะนำข้างต้นแบบนี้ถ้าแก้มหย่อนคล้อยเยอะ แนะนำการร้อยไหมเพราะการร้อยไหมจะช่วยดึงได้เยอะกว่า เห็นผลชัดเจนกว่า การร้อยไหม ดึงได้ใกล้เคียงกับการดึงหน้า แต่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องเปิดแผล มีแค่รอยรูเข็ม แต่ถ้าหากแก้มหย่อนคล้อยไม่เยอะ แนะนำให้ทำHifu เพราะการทำHifuจะเน้นการยกกระชับ เก็บรายละเอียดเล็ก ๆ ในบางจุดที่การร้อยไหมเข้าไม่ถึง และถ้าหากคุณกลัวการร้อยไหม ก็สามารถทำ Hifuแทนได้ แต่จะให้ผลลัพธ์ในการดึงยกกระชับผิวหนังไม่เท่าการร้อยไหมที่ช่วยยกกระชับได้ประมาณ 10-20% สุดท้ายนี้ก่อนที่ทุกคนจะตัดสินใจทำความงามไม่ว่าจะเป็น Hifu หรือการร้อยไหมก็ตามทางเราอย่างให้ทุกคนเลือก และดูประวัติของคลินิกหรือสถานพยาบาลให้ดี