Ulthera กี่เดือนเห็นผล

Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร

มลภาวะและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน มักจะทำให้ผิวแก่กว่าวัยหากไม่รู้จักการดูแลตัวเองที่ดี เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จะมีปริมาณน้อยลง เป็นสาเหตุทำให้ผิวไม่เต่งตึงเหมือนเดิม ปัญหาเกิดจากภายใต้ผิวหนังชั้นลึกสุดหรือชั้น (SMAS) ที่เปรียบเสมือนตาข่าย เมื่อเวลาผ่านไปตาข่ายก็เริ่มเสื่อม และไม่ประสานกันดีเหมือนเดิม จึงทำให้ผิวที่เคยกระชับเต่งตึงเริ่มหย่อนคล้อย

Ulthera (อัลเทอร่า) คือ นวัตกรรมเลเซอร์หนึ่งเดียวที่ช่วย ยกกระชับและปรับรูปหน้าเรียวได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีการใช้อัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง Advance-Focused Ultrasound ที่สามารถปล่อยพลังงาน ลงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการผ่าตัดดึงใบหน้า จำเพาะตรงต่อจุดที่ต้องการรักษา ในเคสที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก แต่ได้ผลเทียบเคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ในวงการแพทย์ผิวหนัง เพื่อใช้ในการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ลดริ้วรอย โดยสามารถเห็นผลการรักษาที่ดีขึ้นได้ในระยะเวลา 30 – 45 นาที แรก (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) โดยระหว่างที่ทำการยกกระชับด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) พลังงานที่นำส่งลงไป จะไปทำการกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง และไม่ทำให้เกิดบาดแผล หลังการทำ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว เป็นเครื่องมือแพทย์หนึ่งเดียวที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิว ( Tissue lifting ) โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บกับผิวหนังด้านบน ไม่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองแม้กระทั่งผิวที่แพ้ง่าย และไม่มีผลแม้จะโดนแสงแดดทันทีหลังจากทำการรักษา

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) แท้

  1. เครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) แท้ จะมีขนาดประมาณหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ประกอบด้วยตัวเครื่องที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ “หัวยิง” และ “แฮนพีช” (สำหรับใส่หัวยิงและต่อกับตัวเครื่องอีกที) รวมไปถึงหน้าจอจะมีสัญลักษณ์ Ulthera แสดงอย่างอยู่อย่างชัดเจน
  2. ในประเทศไทย บริษัท Merz Asthetic เป็นบริษัทเดียวที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเครื่อง Ulthera ดังนั้นสามารถเข้าเว็ปไซต์ตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่องแท้ได้โดยตรง
  3. เพื่อการันตีว่าเป็นเครื่องแท้ จะต้องมีสัญลักษณ์ “Ultherapy” ในใบประกาศ (Certificate of Authenticity) ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

  1. คนไข้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมาก แต่ต้องการยกกระชับผิวหน้า
  2. คนที่กรอบหน้าไม่ชัด ไม่เห็นแนวกราม มีเหนียง
  3. คนที่บริเวณหนังตา และบริเวณหางตาตก ต้องการยกบริเวณหางตาหางคิ้วขึ้น
  4. คนที่ต้องการฟื้นฟูบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึกกว่าการทาครีม
  5. คนที่อยากบำรุงผิว แต่มีเวลาไม่มาก เพราะทำแค่ปีละครั้ง
  6. คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเอง สามารถทำในขณะให้นมได้ ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน
  7. คนไข้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้น
  8. คนไข้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิว บริเวณคอ และ เนินอก

ประสิทธิภาพของ Ulthera (อัลเทอร่า) กี่เดือนเห็นผล

จากความสำเร็จในการค้นคว้า วิจัยและทดลองเครื่อง Ultrasound โดย DR. Rox Anderson แพทย์ผิวหนังชื่อดังผู้เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังชั้นแนวหน้า และเป็นผู้อำนวยการของสถาบัน Wellman Center for Photomedicine, Boston, MA, USA ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปี 1994 จนได้เครื่อง Focused Ultrasound เครื่องแรกที่ใช้ในการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้า ภายใต้ชื่อ Ulthera (อัลเทอร่า) จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ Ulthera เป็นเครื่องมือที่มีความจำเพาะสำหรับแต่ละบุคคล คือ โปรแกรม SEE and TREAT โปรแกรมที่ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นภาพชั้นผิวหนังที่กำลังได้รับการรักษาผ่านหน้าจอเครื่องได้ตลอดเวลา (Real Time Monitoring System) แพทย์จึงสามารถปรับระดับคลื่นเสียงที่มีระดับพลังงานได้เหมาะสม และมีความจำเพาะในการรักษาได้มากขึ้น จึงส่งผลให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยสูง และให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

ด้วยการรักษาเพียง 1 ครั้ง สามารถให้ผลลัพธ์ที่เป็นที่พึ่งพอใจ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) ใช้เวลาประมาณ  30 – 60 นาที สามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 1-3 เดือน และอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุ การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลตัวเองหลังทำอีกด้วย การรักษาด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 หลังจากที่ผ่านการรักษา จะสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาอย่างชัดเจนว่า คิ้วยกขึ้น ( lift of the the brow line ) ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า นอกจากนี้แล้วยังรู้สึกว่าผิวตึง รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม ลดริ้วรอยที่หน้าผาก ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกกระชับคิ้ว ยกกระชับบริเวณกราม ใต้คาง และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน Ulthera (อัลเทอร่า) ไม่ส่งผลรบกวนกับการ ฉีดโบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ แต่แนะนำให้ทำในระยะเวลาที่ต่างกันเพื่อความปลอดภัยและประหยัดงบประมาณของตัวเอง หรือไม่ก็ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพื่อดูผลลัพธ์ก่อนว่าพึงพอใจหรือไม่

ข้อดี

  1. ปรับผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ปรับให้ผิวกระชับ เปล่งปลั่ง หน้าเด็กลงไปหลายปี
  2. ไม่มีรอย ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีการผ่าตัดหรือใช้เข็ม จึงทำให้ไม่มีรอยแผลใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  3. สามารถใช้บริเวณรอบดวงตาได้ รวมถึงถุงใต้ตา
  4. ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวหนังไหม้
  5. ผู้ที่เป็นฝ้า กระ สามารถทำได้โดยที่ไม่ทำให้ฝ้า กระ กระจายตัวมากขึ้น หรือมีสีเข้มขึ้น

ข้อเสีย

  1. หากใช้ความร้อนที่มากเกิดไป ผิวหนังอาจมีอาการเบิร์น
  2. อาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงลงบนผิว
  3. อาจมีอาการบวมหลังได้รับการรักษา
  4. อาจมีอาการแดง บริเวณผิวหนังที่ได้รับการรักษา
  5. หากรักษาผิดวิธี อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ที่รุนแรง

วิธีดูแลตนเองหลังการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น แต่งหน้าหรือทาครีมกันแดด ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น แต่ไม่ควรสัมผัสผิวหน้าแรงๆ เพราะในระยะแรกผิวหนังอาจยังมีอาการระบมอยู่ หากมีอาการบวมแดงให้ใช้วิธีประคบเย็น และควรนอนหมอนสูงจะช่วยบรรเทาอาการได้ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ และต้องรอให้ครบ 1 สัปดาห์ก่อน หลังจากนั้นจึงสามารถทำเลเซอร์หรือทำทรีทเม้นท์ได้

ความปลอดภัย

เทคโนโลยี Ulthera (อัลเทอร่า) ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์มานานกว่า 50 ปี และมีการใช้ Ulthera (อัลเทอร่า) โดยแพทย์ผิวหนัง และแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมามากกว่า 3,000 ราย เป็นเทคโนโลยีจากประเทศอเมริกาที่ได้รับการรับรอง FDA ทั้งอเมริกา ไทย เอเซีย ยุโรป รับรอง ในเรื่องของการยกกระชับ มีความปลอดภัยและแม่นยำสูงเนื่องจากมีหน้าจอเรียลไทม์ ให้เห็นชั้นผิวทุกครั้งก่อนจะยิงลงไปดังนั้น ในการยิงทุกช็อตของ Ulthera (อัลเทอร่า) มีประสิทธิภาพสูงกว่าการยิง HIFU จึงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ และผลที่ได้รับหลังจากการรักษาอย่างมาก ต้องคำนึงถึงความหน้าเชื่อถือและความสะอาด คลินิกทางการแพทย์ที่เลือกฉีดทำ Ulthera (อัลเทอร่า) นั้นต้องเลือกให้สะอาด ถูกหลักอนามัย เป็นคลินิกที่มีหลักแหล่งที่ตั้งชัดเจน หาง่าย ไม่ลึกลับ ไม่เปลี่ยนที่หรือย้ายที่บ่อย มีการรับรองการเปิดให้บริการ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) แพทย์ต้องมีความรู้และประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมความงาม อีกทั้งยังมีศิลปะในการเสริมแต่งใบหน้าของลูกค้าให้สวยและมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เข้าใจในสภาพผิวและปัญหาของลูกค้า คลินิกมีเจ้าหน้าที่เอาใจใส่ มีความรู้สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานได้ ทางคลินิกต้องมีพนักงานที่มีความรู้ทางด้านการรักษาเพียงพอที่จะสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ อีกทั้งยังต้องมีความเต็มใจในการให้บริการลูกค้า ควรจะมีการรีวิวก่อนทำและหลังทำ จากลูกค้าที่เข้ารับการรักษาจริง มีรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังหลาย ๆ รูปเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วย และยังทำให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้แม้ว่า Ulthera (อัลเทอร่า) จะมีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มากมายว่าได้ผลดี โดยต่างก็ยอมรับว่า Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นนวัตกรรมยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด นวัตกรรมแรก และ นวัตกรรมเดียว ที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย จากองค์กรอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ US-FDA โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ในปี 2017 มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า มีผู้คนได้รับการรักษา ยกกระชับโดยไม่ต่างจากการผ่าตัด หรือ ทำ Ulthera (อัลเทอร่า) ไปแล้วมากกว่า 1 ล้านเคส แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้ นั่นคือ ต้องได้รับการรักษาจากเครื่องที่มีการรับรอง และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นของแท้ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เท่านั้น ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

 UITHERA ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

สภาพแวดล้อมในปัจจุบันทั้งมลภาวะ สิ่งแวดล้อม อาทิ แสงแดดที่มีรังสียูวีเอ ฝุ่นละออง มลพิษจากท่อไอเสียบนท้องถนน การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ทั้งไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทานอาหารไม่เพียงพอ การพักผ่อน เพราะหากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ จะขาดโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่ช่วยในเรื่องความอ่อนเยาว์ ซึ่งจะหลั่งในขณะหลับ ตลอดจนความเครียด ส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ กระชับ เรียบเนียน หากเครียดเรื้อรัง เซลล์ผิวหนังจะเสื่อมลงและผิวขาดความยืดหยุ่น เกิดความหย่อนคล้อย รวมถึงปัจจัยภายในร่างกาย ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การสร้างสารประกอบในผิวหนังลดลง ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน อิลาสติน เป็นต้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมามากมาย ทั้งเกิดการหย่อนคล้อยของผิวชั้นลึกสุดหรือที่เรียกว่าชั้น SMAS สูญเสียคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวไม่เต่งตึงเหมือนเดิม และบวกกับอายุที่เพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของร่างกายโดยเฉพาะผิวพรรณจะเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่อายุเลข 3 ปลายๆ เป็นต้นไป ความหย่อนคล้อยของผิวที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้ดูมีอายุและขาดความมั่นใจ ดังนั้นนอกจากการดูแลสุขภาพที่ดี การหาตัวช่วยคืนความกระชับให้ผิวอย่างการทำ ULTHERAPY หรือบางคนเรียกสั้น ๆ ว่า ULTHERA คืออีกหนึ่งทางเลือกในการคงความอ่อนเยาว์ให้ยืนยาว

ULTHERA คืออะไร?

ULTHERA เป็นการใช้พลังงานคลื่น Ultrasound ลงไปในชั้นผิวหนังระดับลึกที่เรียกว่า SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างพังผืดใต้ผิวหนังที่คอยพยุงโครงร่างผิวหนังที่ดึงรั้งยกกระชับรูปหน้าเราไว้ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในวงการแพทย์ผิวหนัง ต้องบอกแบบนี้ว่าในอดีตการจะลงไปแก้ใขผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ศัลยแพทย์ต้องผ่าตัดเย็บดึงผิวชั้น SMAS ให้ยกกระชับขึ้น แต่ปัจจุบันนี้การใช้เครื่อง ULTHERA เปรียบเสมือนแทนเข็มเย็บโดยใช้คลื่นเสียงเปลี่ยนเป็นความร้อนใต้ผิวหนัง ลงไปกระชับปรับรูปหน้าได้และไม่มีแผลตามมา โดยใช้เวลาในการรักษาประมาณ 30-45 นาที หลังการทำสามารถแต่งหน้าได้ปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว ผลลัพธ์หลังจากทำการรักษาเสร็จ จะรู้สึกถึงผิวตึงกระชับเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยจางลง ใบหน้าจะยกกระชับ และผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อยตามคอลลาเจนใหม่ที่สร้างขึ้นมา

ULTHERA ทำงานอย่างไร?

ULTHERA ใช้เทคโนโลยีการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงที่มีความเฉพาะเจาะจงไปยังผิวหนัง แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนจุดเล็กๆลงลึกสู่ใต้ชั้นผิวหนัง มุ่งเป้าหมายไปยังรอยต่อของชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน SMAS โดยเน้นกระตุ้นที่เซลล์ไฟโบรลาสต์ของชั้น SMAS ให้มีการหดตัวเหมือนกับการเย็บเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่ ซึ่งเป็นหลักการแบบเดียวกับการดึงหน้าด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่งเทคโนโลยีอื่น ๆ ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ยกเว้นการทำศัลยกรรม อัลเทอร่า จะส่งผ่านความร้อนนี้จะลงเป็นจุดเล็ก ๆ ที่มีระยะห่างระหว่างจุดเท่า ๆ กันประมาณ 1 มม. จึงมีความสม่ำเสมอของพลังงานที่ลงสู่ใต้ผิว และ ยังสามารถลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำการรักษา โดยแพทย์สามารถเห็นสภาพผิวหนังที่กำลังรักษาผ่านหน้าจอเครื่องตลอดเวลา นำมาซึ่งการรักษาที่แม่นยำสูง และ ได้ผลการรักษาที่แน่นอนกว่า ขบวนการรักษาทั้งหมดนี้จะไปกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ผิวค่อย ๆ ตึง เรียบเนียนขึ้นทีละน้อย ดูเป็นธรรมชาติ จึงทำให้มีความปลอดภัยสูง และ ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

ULTHERA จะใช้ได้ผลดีกับ ?

หากเปรียบผิวคนเราดั่งแอปเปิ้ล เมื่อลูกแอปเปิ้ลเพิ่งถูกเก็บมาใหม่ ผิวแอปเปิ้ลจะมีความเรียบเนียน เต่งตึง ไม่ต่างจากเราตอนเด็ก ๆ แต่ยิ่งเราอายุมากขึ้น ผิวก็ยิ่งเสื่อมโทรม เหมือนกับแอปเปิ้ลที่ถูกเก็บมาเป็นเวลานาน อีลาสตินและคอลลาเจนในผิวจะถูกย่อยสลายไปตามกาลเวลา เพราะถูกทำร้ายจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งมลภาวะ อนุมูลอิสระ แสงแดด หรือแม้กระทั่งแรงโน้มถ่วงโลก รวมไปถึงความแก่ชราตามสภาพร่างกาย ส่งผลให้เกิดจุดด่างดำ ริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ผิวหย่อนคล้อย และร่องลึกตามบริเวณใบหน้า โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะเคยชิน ที่เห็นหน้าตัวเองอยู่ทุกวัน กว่าจะรู้ว่าผิวสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินไปมากแล้ว จากหน้าตาที่เคยเป็นหนุ่มสาวกลับเปลี่ยนแปลง ดูแก่ลงจนสังเกตได้ ทั้งหนังตาห้อย หนังตาตก คิ้วตก กรอบหน้าไม่ชัด แก้มห้อย หน้าย้อย มุมปากตก มีเหนียงบริเวณคาง ลำคอนิ้วมือเหี่ยวย่น เป็นต้น ดังนั้น หากต้องการยกกระชับรูปหน้าให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ ฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงอีกครั้ง จึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป เพราะนั่นอาจเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ หากแต่การวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้น ทุกคนจำเป็นต้องเข้าใจโครงสร้างชั้นผิวของเราก่อน เพื่อเข้าใจวิธีการทำงานของ ULTHERA มากขึ้น

ULTHERA จะใช้ได้ผลดีกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยดึงหน้าและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น หน้าดูเด็กลง ยกคิ้ว แก้ปัญหาหนังตาตก รวมทั้งดึงกระชับขอบตาล่างที่หย่อนยาน ช่วยลดถุงใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัด ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ลดเหนียง คาง 2 ชั้น และ ยกกระชับผิวบริเวณลำคอ เนินอกและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ให้ตึงเรียบเนียน นอกจากนี้ ULTHERA ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการจะปรับรูปหน้าให้ใบหน้าเรียวขึ้น

ULTHERA เหมาะสำหรับใคร?

อายุที่แนะนำสำหรับการทำ ULTHERA  อยู่ระหว่างอายุ 35-60 ปี ซึ่งอายุตั้งแต่ 30 ปี จะเป็นช่วงที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยปรากฏให้เห็น อีกทั้งคอลลาเจนเริ่มเสื่อม และร่างกายไม่สร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่แล้ว ส่วนอายุตั้งแต่ 60 ปี เป็นช่วงที่ผิวมีริ้วรอย ร่องลึก และสัญลักษณ์ของความแก่ชราให้เห็นอย่างชัดเจน การทำ ULTHERA จะช่วยให้ผิวเนียนเรียบขึ้น ริ้วรอย และอายุผิวลดลง อีกทั้งใบหน้าได้รูป ยกกระชับ มีมิติมากขึ้น การเริ่มต้นดูแลตัวเอง และผิวพรรณตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นสิ่งที่ดี เมื่ออายุยังน้อยควรหาวิธียืดอายุความอ่อนเยาว์ของผิวให้ได้นานที่สุด ดังนั้นอายุประมาณ 25 ปี ก็สามารถเริ่มทำ ULTHERA ได้แล้ว เนื่องจากวัยนี้ผิวเริ่มบางลง และส่งสัญญาณความเสื่อมสภาพ และความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสียูวีลดลงเรื่อยๆ รวมทั้งคอลลาเจน และความยืดหยุ่นของผิวลดลงประมาณปีละ 1% ซึ่งการทำ ULTHERA จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ ยิ่งทำอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุก 1-2 ปี ผิวจะอ่อนเยาว์กว่าอายุนานนับ 10 ปีทีเดียว

ทั้งนี้บางครั้งการหาตัวช่วยดี ๆ ที่ทันสมัยและมีความปลอภัยสูงจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวคุณเอง ในเมื่อมันเป็นวัฏจักรของชีวิตและกายภาพ เราจะดูแล รูปร่างหน้าตาผิวพรรณอย่างไร ให้มีสุขภาพดีและคงความอ่อนเยาว์วัยได้ ส่วนหนึ่งของการมีผิวพรรณที่ดี ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ กินผักและผลไม้ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เมื่ออายุที่เพิ่มมากขึ้นบวกกับการดูแลรักษาผิวที่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถปฏิบัติหรือดูแลผิวพรรณของตนเองให้ดีเหมือนแต่ก่อนได้ เทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์การรักษาที่รวดเร็วและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ความมั่นใจถือเป็นกระบวนการคิดอันดับแรก ๆ ของการตัดสินใจ และที่สำคัญเรามักจะไม่รู้ตัวว่าเราเริ่มแก่ขึ้น ถ้าอยากรู้ว่าเราแก่หรือเปล่า วิธีง่าย ๆ ลองส่องดูกระจกแล้วมองไปที่ลำคอ คางแก้ม ร่องแก้ม ระหว่างคิ้วและหน้าผาก ลองวนซ้ำไปซ้ำมาสัก 3-4 รอบ แล้วเปรียบเทียบว่าคุณในวันนี้กับคุณเมื่อ 5 ปีก่อน ต่อไปเราจะแก่ไปอีกขนาดไหน เราไม่สามารถหยุดอายุไม่ให้มากขึ้นได้ในโลกนี้ สามอย่างที่ไม่มีวันย้อนกลับได้ คือ เวลา โอกาศ และ สายน้ำ ในเมื่อ เวลาไม่สามารถหวนคือได้อายุก็เช่นกัน แต่เราสามารถหยุดร่างกาย ใบหน้า ให้ไม่เดินตามอายุได้ สำหรับทุกคนโดยเฉพาะสาว ๆ แม้ไม่สามารถหยุดเวลาในชีวิตจริงได้ แต่เวลาผิวเราเลือกที่จะหยุดมันไว้ได้ เพื่อให้เราได้เก็บความสดใส เก็บวัยเยาว์ไว้ให้อยู่กับเราได้เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

Ulthera ทําได้กี่ครั้งและบ่อยแค่ไหน จึงจะได้ผลดีอย่างที่สุด

ปัญหาบนใบหน้าส่วนใหญ่ที่ผู้หญิงต้องเผชิญ คงหนีไม่พ้น ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยบนใบหน้า ที่เปรียบเสมือนแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่วัยเข้าสู่หลักสาม ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยรอบดวงตา รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่ตึงกระชับ ใต้คอมีเหนียง ล้วนเป็นอุปสรรคบั่นทอนความงาม และความมั่นใจของผู้หญิงเป็นอย่างมาก

แต่ด้วยวิทยาการด้านความงามในปัจจุบัน ที่สามารถยกกระชับหน้าได้แบบไม่ต้องผ่าตัด อย่างเทคโนโลยี Ulthera ที่เป็นการยกกระชับหน้าที่จะช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย ให้เต่งตึง เรียบเนียนได้อีกครั้ง   แต่ทว่าผลของการทำ Ulthera จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน และต้องทำบ่อยแค่ไหน จึงจะได้ผลดีอย่างที่สุด ไปหาคำตอบกัน

Ulthera ทำหน้าที่อย่างไร

Ulthera  เป็นนวัตกรรมยกกระชับด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังชั้นผิวหนังที่ต้องการรักษา โดยจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนผ่านผิวหนังไปสู่ผิวในระดับความลึกที่ต้องการในสภาพอุณหภูมิที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ เพื่อเข้าไปต่อต้านการหย่อนคล้อยที่เกิดตามแรงโน้มถ่วงและความเสื่อมโทรมตามธรรมชาติของผิวชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน SMAS  ( Superficial Musculo Aponeurotic System )  ซึ่งเป็นชั้นผิวที่มีความลึกกว่าชั้นคอลลาเจน  

กระตุ้นให้มีการหดตัวคล้ายกับการเย็บเนื้อเยื่อ ซึ่งเป็นชั้นผิวเดียวกันกับการที่ศัลยแพทย์ผ่าตัดดึงใบหน้า โดยจะช่วยทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ในระดับ SMAS ร่วมกับการสร้าง คอลลาเจนใหม่ ผิวจะค่อยๆ ถูกรั้งให้ตึง เมื่อชั้นผิวดีขึ้นจากภายใน ก็จะช่วยให้ผิวภายนอกกระชับและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยทำให้ดูสดใสขึ้นทั่วบริเวณที่ทำ

Ulthera ปลอดภัย และเหมาะกับใครบ้าง

Ulthera เป็นเครื่องมือที่มีความจำเพาะสำหรับแต่ละบุคคล ด้วยโปรแกรม SEE and TREAT  ที่ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นภาพชั้นผิวหนังที่กำลังได้รับการรักษาผ่านหน้าจอเครื่องได้ตลอดเวลา (Real Time Visualization System) ระหว่างที่เครื่องส่งคลื่นเสียงที่มีพลังงานความร้อนลงสู่ผิวหนังชั้นลึก จะทำการแสดงภาพผ่านหน้าจอ โดยที่แพทย์จะมองเห็นภาพผิวหนังทุกชั้นของผู้เข้ารับการรักษา ทำให้แพทย์สามารถทำการรักษาไปพร้อมกับการปรับคลื่นเสียงที่พอเหมาะกับสภาพผิวหนังของผู้มารับการรักษาแต่ละรายได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เวลาในการรักษา 30 – 60 นาที จึงมั่นใจได้ว่าวิธี Ulthera ยกกระชับหน้านี้มีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อผลกระทบกับผิวบริเวณข้างเคียงและได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ที่สำคัญเครื่อง Ulthera ยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาที่ให้การยอมรับผลลัพธ์ของการยกกระชับหน้าว่ามีประสิทธิภาพ

Ulthera จึงเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ที่มีปัญหาสภาพผิวหน้าหย่อนคล้อยไม่กระชับหรือหางคิ้วตก ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดูมีความอ่อนเยาว์และยืดหยุ่นดีขึ้นจากเดิม ผู้ที่การปรับกรอบหน้าให้มีความเรียวและชัดเจน รวมถึงผู้ที่มีรูขุมขนกว้างไม่เรียบเนียนนุ่มลื่น และต้องการลดเหนียง คางสองชั้น หรือแก้ปัญหาคอที่เหี่ยวย่น

Ulthera สามารถทำได้บริเวณใดและแก้ปัญหาใดได้บ้าง

  • ยกแก้มห้อย ยกร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • ดึงหน้าและยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ช่วยให้ดูหน้าเด็กลง
  • ยกคิ้ว แก้ปัญหาหนังตาตก ทำให้ตาเปิดกว้าง ลดอายุ
  • ผิวรอบตาตึงกระชับขึ้นแบบธรรมชาติ
  • ดึงกระชับขอบตาล่างที่หย่อนยาน ช่วยลดถุงใต้ตาโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ปรับรูปหน้าให้ใบหน้าเรียว V shape
  • ลดริ้วรอยบนใบหน้า
  • ลดเหนียง คาง 2 ชั้น
  • ยกกระชับผิวบริเวณลำคอเพื่อแก้ปัญหาคอเหี่ยวย่น

ราคาเริ่มต้นของการทำ Ulthera

ในแต่ละสถานที่ราคาการทำ Ulthera อาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่แต่ละที่และบริเวณผิวหนังที่ต้องการแก้ปัญหาด้วยว่าอยู่บริเวณใด ราคาเริ่มตั้งแต่ 15,000 บาท ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยจะต้องกระทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น 

ข้อเสียของการทำ Ulthera ก็มี แต่ข้อดีนั้นดีกว่า

ในการทำขณะ Ulthera  ระหว่างการปล่อยคลื่นพลังงานเพื่อรักษานั้น อาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงลงบนผิว หรือรู้สึกอุ่น ๆ ใต้ผิวหนังได้บ้าง แต่แพทย์จะใช้ยาชาก่อนลงมือรักษา ซึ่งจะสามารถช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ หรือในบางรายอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นได้บ้าง แต่จะหายเป็นปกติภายใน 1 ชั่วโมง หรืออาจมีบ้างที่พบรอยบวมหรือเขียวที่สามารถหายได้เอง โดยใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน

ข้อดีและผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการทำ Ulthera

  • ยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย
  • แนวคิ้วยกขึ้น ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น
  • รูขุมขนเล็กลง
  • กรอบหน้าชัดขึ้น
  • ผิวหนังบริเวณที่ยกกระชับ เต่งตึงขึ้น
  • ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ดูอ่อนเยาว์
  • ผลที่ได้สามารถอยู่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 – 2 ปี

Ulthera เหมาะที่จะทำบ่อยแค่ไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

หลังจากการทำ Ulthera จะค่อย ๆ เห็นผลลัพธ์ทันทีตั้งแต่หลังการรักษา ผลลัพธ์ที่ดีจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากจะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องภายใน 3 เดือน โครงสร้างผิวจึงจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ (Collagen Remodeling) และอยู่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 1 – 2 ปี ดังนั้นการทำ Ulthera จึงไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ๆ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ที่การทำหนึ่งครั้งแต่ให้ผลลัพธ์ระยะยาว

โดยส่วนมากจะทำแค่ 1 ครั้งต่อบริเวณ ทุก 1 – 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้ของแต่ละบุคคลนั้นอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ ขึ้นอยู่กับสภาพความหย่อนคล้อยของผิวแต่ละบุคคล และการตอบสนองต่อการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย รวมไปถึงการดูแลรักษาผิวหลังการทำ Ulthera อีกด้วย เช่น ผู้ที่อายุยังไม่มาก มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย และกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายยังดีอยู่ อาจจะทำ 1 ครั้งต่อบริเวณทุก 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี แต่สำหรับคนที่มีอายุมากขึ้น ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเยอะ และกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายน้อยลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น อาจจะต้องทำซ้ำทุก 6 เดือน ถึง 1 ปี ดังนั้นผลของการทำ Ulthera จะช่วย ย้อนวัยผิวลงไป 5 – 10 ปี เช่น ถ้าคนไข้วัย 40 ผลหลังทำก็จะได้สภาพผิวของวัย 30 – 35 ที่ดูเป็นธรรมชาติ อ่อนวัย และถึงแม้จะเลยผลของการทำ Ulthera ไปแล้ว 1 – 2 ปี การเสื่อมสภาพของผิวก็จะถูกชะลอไป 5 – 10 ปี ตามการรักษา

การดูแลผิวหลังจากการทำ Ulthera ที่ขาดไม่ได้

การดูแลผิวหลังจากการทำ Ulthera เป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ เพราะหลังการทำอาจมีรอยบวมแดงอมชมพูที่ผิวเล็กน้อย หรืออาจรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิวเล็กน้อย และหายเป็นปกติภายใน 48 – 72 ชั่วโมง โดยในคืนแรกหลังทำ Ulthera ควรทำความสะอาดหน้าด้วยน้ำเปล่า หากมีอาการบวมแดงก็ให้ใช้วิธีประคบเย็น และควรนอนหมอนสูงจะช่วยบรรเทาอาการได้บ้างในระยะนี้ และต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวแรง ๆ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น กรณีนัดติดตามผลหลังการทำยกกระชับหน้า

นอกจากนี้ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างเช่น การแต่งหน้าหรือทาครีมกันแดด โดยไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น และควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดนาน ๆ และหลังจาก 1 สัปดาห์ ก็สามารถทำเลเซอร์ตัวอื่น ๆ หรือทำทรีทเม้นท์ต่อได้เลย และที่สำคัญคือการดูแลสุขภาพผิวจากทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ Ulthera อยู่ไปนาน ๆ การรักษาด้วยวิธี Ulthera ยกกระชับหน้า สามารถตอบโจทย์ของผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหน้าในระยะยาวได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ผิวที่ตึงกระชับ ใบหน้ายกได้รูป รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้าและคอ โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมใด ๆ แม้แต่น้อย นับเป็นการลงทุนด้านความงามที่คุ้มค่า เพราะให้ผลนานถึง 1 – 2 ปี  ทำให้ไม่ต้องทำ Ulthera ยกกระชับหน้าบ่อย ๆ ก็สามารถมีผิวที่กระชับและสวยสดใสอ่อนกว่าวัยได้ยาว ๆ เลยทีเดียว