หน้าสวยเป๊ะได้รูปด้วยฟิลเลอร์แบบใหม่ Nenuramis

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีเสริมความงามที่จะทำให้ใบหน้าของสาว ๆ ออกมาได้รูป สวยเป๊ะ อย่างที่ต้องการมีมากมายเต็มท้องตาลด แต่เทคโนโลยีที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้คือ การฉีดฟิลเลอร์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะมาพร้อมราคาที่ไม่แพง และไม่เจ็บตัวด้วย ไม่ต้องพักที่โรงพยาบาล อาการแพ้และผลข้างเคียงอันตรายก็ยังถือว่าน้อยมากเช่นกัน เป็นเทคโนโลยีที่มาพร้อมราคาที่ไม่สูงมาก คุ้มค่าในการปรับเปลี่ยนใบหน้าตามจุดต่างๆ อย่างที่ใจต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่การฉีดฟิลเลอร์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีนั้น จะมาพร้อมปัจจัยต่าง ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญและเทคนิคเฉพาะตัวของแพทย์แต่ละท่านอีกทั้งยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้เช่นกัน วันนี้จึงมีตัวเลือกของฟิลเลอร์ที่ใหม่และดีมาให้ได้รู้จักกัน สำหรับผู้ที่กำลังสนใจจะฉีดฟิลเลอร์ก็สามารถเลือกได้ง่ายขึ้นว่าควรจะฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ในวันนี้เรามีฟิลเลอร์น้องใหม่ผ่านมาตรฐาน อย.ไทยชื่อว่า ฟิลเลอร์ Neuramis มาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน

ฟิลเลอร์ Neuramis ดีอย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอน แอซิด ที่มีความใกล้เคียงกับสารที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นเองได้ตามธรรมชาติซึ่งจะผลิตน้อยลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น แต่ไม่ใช่ฟิลเลอร์ทุกชนิดจะมีคุณภาพดี วันนี้เราจะมาแนะนำคุณภาพดีเกรดสูง นำเข้าจากประเทศเกาหลี มีชื่อว่า “ฟิลเลอร์Neuramis” เป็นฟิลเลอร์เมื่อเติมเข้าไปในใบหน้าเราแล้วจะทำให้ร่างกายและใบหน้าของเราคงสภาพความอ่อนเยาว์ของใบหน้าไว้ได้ อีกทั้งช่วยเติมเต็มส่วนที่หย่อนคล้อยให้กลับมากระชับเต่งตึงได้อีกด้วย

ทำไมต้องฟิลเลอร์ Neuramis

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ Neuramis มีข้อดีอะไรบ้าง หลายคนอาจจะยังสงสัย เราจะมาช่วยหาคำตอบให้คุณเอง

  1. ฟิลเลอร์ Neuramis มีส่วนประกอบของไฮยาลูรอนที่มีเกดรพรีเมี่ยม ทำให้ใบหน้าเต่งตึง และดูอ่อนวัยได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่สำหรับฟิลเลอร์ Neuramis นั้นสารไฮยาลูนอนจะมีความเสถียรมากกว่ายี่ห้ออื่น ฉีดแล้วก่อให้เกิดผลข้างเคียงน้อยมากหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้
  2. หลังจากฉีดฟิลเลอร์ Neuramis แล้ว ส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าที่ได้จะแลดูเต่งตึง เนียนใสเป็นธรรมชาติ ไม่ จับตัวเป็นก้อนแข็ง และสารไฮยาลูรอนยังสามารถจับตัวใต้ชั้นผิวได้เป็นอย่างดี โดยไม่ไหลไปยังจุดอื่นที่ไม่ต้องการอีกด้วย
  3. สามารถใช้ฉีดเพื่อแก้ไข ปรับปรุงผิวหน้าได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณร่องใต้ตา ขมับ หน้าผาก ริมฝีปาก จมูก ร่องแก้ม และแก้มตอบ โดยไม่เป็นอันตรายกับร่างกาย
  4. ฟิลเลอร์ Neuramis เป็นเทคโนโลยีที่รับประกันความปลอดภัยแล้วได้รับการยืนยันว่าสารไฮยาลูรอน ของ ฟิลเลอร์ Neuramis นั้นระยะเวลาการคงรูปได้นานกว่าฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ๆ โดยมีระยะเวลาเฉลี่ยได้ถึง 6-12 เดือน
  5. สามารถฉีดได้อย่างปลอดภัย เพราะไม่มีสารปนเปื้อน หรือจุลินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย โดยไม่ต้องกลัวอักเสบหรือติดเชื้อภายหลัง
  6. ฟิลเลอร์ Neuramis ได้รับยืนยันจาก FDA องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแล้วว่า มีความปลอดภัยในการนำมาใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย และสลายหายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างเอาไว้ภายในร่างกาย
  7. ฟิลเลอร์ Neuramis ที่มาพร้อมราคาไม่แพงแต่คุณภาพเกินราคา เมื่อพูดถึงฟิลเลอร์ที่ผ่านอย. และยี่ห้ออื่น ๆ แล้ว ถือเป็นฟิลเลอร์ในงบประมาณ ที่จะทำให้ สวยได้แบบต้องสิ้นเปลือง

ฟิลเลอร์ Neuramis มีกี่แบบ และอยู่ได้กี่เดือน

ฟิลเลอร์ของ Neuramis นั้น มีด้วยกันหลายรุ่น แต่ตัวที่เลือกนำเข้ามาใช้ในคลินิกของไทยเรามีอยู่แบบเดียวคือ ฟิลเลอร์ Neuramis Deep โดยเป็นฟิลเลอร์ที่มาในบรรจุภัณฑ์กล่องสีดำ ตัวหนังสือสีขาว มีคุณสมบัติในการเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก ร่องตื้น ปรับโครงสร้างของใบหน้าให้มีมิติและได้รูปทรงตามต้องการ เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มพบกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง หรืออยากปรับสภาพผิวหน้าให้สวยสุขภาพดี โดย ฟิลเลอร์ Neuramis Deep จะมีอายุอยู่ได้ 6-12 เดือน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ของแต่ละท่านด้วย

ส่วนฟิลเลอร์ในแบบอื่นๆ ที่ยังไม่เป็นที่นิยทในประเทศไทย ซึ่งผลิตภายใต้ยี่ห้อ Neuramis เช่นกัน ประกอบไปด้วย

  • Neuramis Meso : ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มร่องตื้น และริ้วรอยเล็กๆ ยังช่วยเรื่องปรับสภาพผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นลูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น โดยฟิลเลอร์ Neuramis Meso จะมีอายุ 6-12 เดือนหลังจากนั้นจะสามารถสลายหายไปเองตามธรรมชาติโดยที่เราสามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆ
  • Neuramis Volume : เป็นฟิลเลอร์ที่เน้น ให้ผิวหน้าของท่านเด้งฟูขึ้นอย่างมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าจะอิ่มตัว สวยสดใส และเยาว์วัยลง เหมาะสำหรับบริเวณโหนกแก้ม เพื่อปรับให้ได้รูป ปรับรูปทรงหน้าผาก จมูก และคางให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยฟิลเลอร์ Neuramis Volume จะมีอายุ 6-12 เดือนเช่นกัน หลังจากนั้นจะสลายหายไปเองตามธรรมชาติแต่เราก็สามารถเติมได้เรื่อยๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฟิลเลอร์ทั้ง 2 แบบ ยังไม่ถูกนำมาใช้ในบ้านเราอย่างถูกกฎหมาย และยังไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. ไทยโดยฟิลเลอร์ที่ได้อย. ไทยมาแล้วนั้นมีแค่แบบ Neuramis Deep เท่านั้น หากพบเห็นผลิตภัณฑ์ 2 แบบทั้ง Neuramis Meso และ Neuramis Volume ในคลินิกหรือจามเว็บไซต์จำหน่ายในเมืองไทย ให้มั่นใจได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ไม่ถูกกฎหมาย หรืออาจจะเป็นฟิลเลอร์ปลอม หรือลอกเลียนแบบก็เป็นได้

Filler Neuramis ของแท้หรือปลอม มีวิธีดูได้ดังนี้

  • กล่องผลิตภัณฑ์จะต้องปิดผนึกมาอย่างดี ไม่มีรอยแกะ หรือร่องรอยการเปิดก่อนหน้า
  • สังเกตบริเวณข้างกล่องจะต้องมีสติกเกอร์พร้อมบาร์โค้ดและเลข Lot ติดอยู่ด้วยทุกครั้ง
  • บริเวณตัวกล่องจะมี QR Code สำหรับใช้ตรวจสอบว่าเป็นของแท้หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีแถบคาร์บอนสีเทาที่ขูดออกได้ เพื่อใช้สำหรับตรวจสอบมาตรฐานกับโรงงานได้
  • บริเวณตัวกล่องจะมีข้อความภาษาไทยที่ระบุรุ่นการผลิตและวันหมดอายุเอาไว้ โดยวันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ในวันที่เปิดใช้ไม่ควรน้อยกว่า 1 ปี
  • ราคาไม่ควรถูกมากเกินไป และถ้าหากถูกกว่ามาตรฐานแสดงว่าอาจเป็นของปลอมได้
  • รุ่นที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ณ ตอนนี้มีแค่รุ่น Neuramis Deep เท่านั้นหากพบเจอรุ่นอื่น ๆ วางขาย ก็มีโอกาสที่จะเป็นของปลอมได้

ต้องฉีดฟิลเลอร์ Neuramis เท่าไหร่ถึงจะเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์ให้เห็นผลนั้น จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์ผู้ฉีด ยิ่งเป็นจุดที่อันตรายด้วยแล้วยิ่งต้องมีความแม่นยำสูงตามไปด้วย ปริมาณของสารเติมเต็มที่จะเหมาะสมกับสภาพผิวที่เป็นปัญหา หากคนไข้มีร่องลึกเป็นจำนวนมาก จำเป็นที่จะเพิ่มปริมาณฟิลเลอร์ให้เพียงพอต่อการเติมเต็มในตำแหน่งดังกล่าว  ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณเห็นผลของการรักษาที่ดีเยี่ยมมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่าปริมาณที่มากขึ้นก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายจะสูงตามไปด้วย

ทั้งนี้เราได้หาข้อมูลคร่าว ๆ ของตำแหน่งที่ บริเวณทีฉีดฟิลเลอร์ และประมาณที่ควรใช้ในแต่ล่ะจุด

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา : ช่วยลดความหมองคล้ำ เบ้าตาแพนด้า หรือเบาตาที่ลึกเกินไป ปริมาณที่ควรใช้เติมใต้ตาคือ 1-3 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์คาง : ปรับรูปหน้าให้เรียวยาวขึ้นและมีมิติ ปริมาณที่ควรใช้เติมคางคือ 1-2 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แก้มตอบ : ลดรอยเหี่ยวย่นที่ร่องแก้มลง และเพิ่มเนื้อบริเวณแก้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ปริมาณที่ควรใช้เติมร่องใต้มุมปากคือ 1-2 ml., เติมแก้ม แก้มตอบคือ 2-4 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์จมูก : เสริมความสูงของจมูกให้โด่งได้รูปแบบที่ต้องการ ปริมาณที่ควรใช้เติมจมูกคือ 1 ml., สำหรับจมูกหยดน้ำคือ 1 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก : ช่วยให้ใบหน้าดูเต่งตึง ไร้ริ้วรอย ปริมาณที่ควรใช้เติมหน้าผากคือ 4-6 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก : ทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มมีน้ำมีนวล แก้ไข้อาการบกพร่อง เช่น ปากบางหรือปากเบี้ยวได้ ปริมาณที่ควรใช้เติมปากอวบอิ่มคือ 1-2 ml.
  • ฉีดฟิลเลอร์ขมับ : ทำให้โหนกแก้มดูยุบและหน้าดูหวานขึ้น ปริมาณที่ใช้เติมขมับคือ 2-3 ml.

ผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ Neuramis

การฉีดฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อรวมถึงฟิลเลอร์ Neuramis ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายกับร่างกาย แต่ส่วนใหญ่มักจะพบก็คือ อาการบวมตามตำแหน่งที่พึ่งฉีด แต่อาการเหล่านี้ 2-3 วันก็จะหายไปเอง โดยหลังจากฉีดฟิลเลอร์ไม่จำเป็นต้องนอนหรือพักฟื้นที่โรงพยาบาล เมื่อเสร็จการรักษาแล้วก็สามารถ ใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือแม้แต่แต่งหน้าก็ได้ แต่ควรจะต้องกลับมาพบแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อประเมินผลหลังการรักษาว่าเป็นไปได้อย่างที่ต้องการหรือไม่

 

ปรับโครงหน้าให้ขมับตึง  ลดอายุคุณภายในเข็มเดียว

ปัจจุบันนี้ฟิลเลอร์ไม่ได้ทำแค่เติมเต็มส่วนที่ไม่พอใจในใบหน้าเท่านั้น เรามักจะเจอการใช้ฟิลเลอร์เพื่อปรับสภาพผิว ให้ผิวชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำ เพื่อให้ใบหน้าดูฉ่ำวาวขึ้นด้วย สารที่เรานำมาใช้ในการฉีด ฟิลเลอร์หรือสารฟิลเลอร์นั้นคืออะไร หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าเป็นอันตรายกับร่างกายเราไหม และทำได้บ่อยขนาดไหน สารฟิลเลอร์หรือที่รู้จักกันดีอย่าง สารฮายารูโรนิก แอซิด    (Hyaluronic Acid)  หรือ HA เป็นสารที่ทำหน้าที่เติมเต็มที่ชั้นผิวหนัง หรือเติมเต็มใต้ชั้นผิวหนังของเรา โดยมีสรรพคุณช่วยให้ผิวมีความเอิบอิ่ม เต่งตึง ลดริ้วรอย คนที่มาฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องริ้วรอย จากอายุ หรือมีแผล หรือผิวหน้าเป็นหลุมเป็นบ่อ ฟิลเลอร์ก็ช่วยคุณได้  หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วเราจะเห็นผลได้ทันที เรียกได้ว่าสวยแบบไม่ต้องรอ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลเลย

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

การฉีดฟิลเลอร์ขมับใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างศีรษะของแต่ละคน ทำให้รูปหน้าไม่มีชีวิตชีวา รวมถึงสาเหตุจากอายุด้วย เพราะอายุที่มากขึ้นทำให้ไขมันใต้ผิวลดลงและเปิดปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ขมับบุ๋ม ซึ่งการฉีดขมับจะทำให้โหนกแก้มดูสูงขึ้น ทำให้หน้าดูเปล่งปลั่ง ใบหน้าดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น และดูอ่อนวัยลง

อันตรายจากฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ทุกสิ่งล้วนมีสองด้านทั้งสิ้นรวมถึงการฉีดฟิลเลอร์ขมับก็เช่นกัน  

  1. การฉีดฟิลเลอร์ขมับเป็นหนึ่งจุดที่ต้องมีการระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ขมับเป็นหัตถกรรมการเฉพาะทาง จึงต้องอาศัยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และมีใบรับรองวิชาชีพ ควรศึกษา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียด เพราะการฉีกฟิลเลอร์ต้องมีข้อจำกัดอย่างแน่นอน เช่น ห้ามอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ห้ามอยู่ในช่วงให้นมบุตร และอื่นๆ ความอันตรายอีกอย่างของการฉีดฟิลเลอร์ขมับคือ ถ้าเกิดอุบัติเหตุฉีดเข้าเส้นเลือดมีโอกาสทำให้ตาบอดได้เลย การหารีวิวที่มั่นใจได้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
  2. อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าฟิลเลอร์ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะว่าสาร Hyaluronic Acid คือน้ำตาลโมเลกุลคู่ ซึ่งเป็นสารที่คล้ายกับสารที่อยู่ในชั้นผิวหนังของมนุษย์ ทำให้ไม่มีการต่อต้าน หรือผลข้างเคียงน้อยมาก ในบางรายที่มีอาการแพ้คือ จะมีอาการบวมแดง หรือจุดแดง ๆ ตามรอยเข็มที่จิ้มลงบนหน้าเรา ซึ่งอาการดั่งกล่าวจะหายไปภายใน 3 – 4 วัน หลังจากนั้น
  3. ในกระบวนการฉีดฟิลเลอร์เราจะใช้เข็มทู่ (Blunt Cannula)หรือเข็มปลายทู่  ข้อดีของเข็มชนิดนี้คือ คือ ลดความเจ็บปวดของการถูกฉีด ลดอาการเขียวช้ำ ความปลอดภัยจากการฉีดโนเส้นเลือดสำคัญได้เพราะมีลักษณะเป็นเข็มทู่ ไม่มีคม แต่ยังช่วยให้ฟิลเลอร์กระจายตัวเข้าเส้นเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดตาบอดสามารถใช้เลาะพังผืดหรือเซาะให้เกิดช่อง เพื่อสร้างพื้นที่ในการเติมเต็มได้มากขึ้นด้วย
  4. สิ่งที่สำคัญมากๆหลังการฉีดฟิลเลอร์คือ ดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้วหรือ 2 ลิตรในช่วง 2 สัปดาห์แรกเพราะสาร Hyaluronic Acid เป็นสารที่ชอบน้ำ ยิ่งได้รับน้ำมากเท่าไหร่ ผิวส่วนที่เราฉีดเข้าไปก็จะดูอวบอิ่ม เต่งตึง ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด งดสัมผัสที่รุนแรง เช่นการนวด บีบ หรือการกดทับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เช่นการนอนคว่ำ หรือการการสวมหมวกกันน็อคที่รัดขมับจนเกินไป
  5. ศึกษาข้อมูล หรือสอบถามผู้รู้เยอะ ๆ เพราะบริเวณขมับถือว่าเป็นจุดบอบบางจุดหนึ่ง และยากแก่การฉีด เนื่องจาดเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นเลือดใหญ่หลายเส้น เราจึงต้องเข้ารับบริการจากสถานที่ที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ สมัยนี้เราสามารถหาข้อมูลของสถานบริการเสริมความงามและคลินิกต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น เพราะว่ามีรีวิว บอร์ดต่างๆ และกระทู้จำนวนมาก นอกจากนั้นกาถามผู้ที่เคยได้รับการรักษาจริงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราจะเชื่อได้ว่าสถานที่แห่งนั้นเชื่อถือได้จริง เป็นเหตุผลว่าทำไมการฉีดฟิลเลอร์ขมับจึงต้องรับบริการจากแพทย์ผู้ชำนาญ และมีประสบการณ์สูง เพราะความปลอดภัยของตัวเราสำคัญที่สุด

ปวดหัวหลังจากฉีดฟิลเลอร์ขมับเกิดจากสาเหตุอะไร

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ขมับมาแล้ว เรามักจะเคยได้ยินว่า มีอาการปวดหัวตามมา ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดอาการปวดหัวเหล่านี้กับตัวเรา เพราะฟิลเลอร์เป็นสารสังเคราะห์ที่ฉีดลงไปใต้กล้ามเนื้อของเรา อาจะส่งผลให้มีอาการเมื่อยตึงบ้าง แต่ก็จะเกิดกับบางรายเท่านั้น อาการดังกล่าวก็จะดีขึ้นและค่อยๆหายไปภายใน 1 – 2 วันหลังจากนั้น แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ที่เกิดจากการผิดพลาดในการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ หรือกรณีที่พลาดเข้าไปในเส้นเลือดแดง จะส่งผลให้จอประสาทตาตาย และเกิดอาการตาบอดได้เช่นกัน มักมีอาการปวดหัวหรือปวดกระบอกตามร่วมด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ไหนถึงจะปลอดภัย

ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ที่ขมับกำลังเป็นที่นิยมซึ่งเราควรจะเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิคที่เชื่อถือได้มีที่ตั้งสถานที่ที่ชัดเจน มีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก็จะดีมากและสามารถให้ข้อมูลกับท่านในกรณีที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ถ้ามีรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการก็จะดีมาก ซึ่งตัวแพทย์เองจำเป็นจะต้องมีใบประกอบวิชาชีพ จะให้ดีควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ขมับเป็นอย่างดี เพื่อที่ตัวแพทย์เองจะสามารถแนะนำชนิดหรือยี่ห้อของฟิลเลอร์รวมถึงบริเวณที่ฉีด โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นอันตรายเช่นขมับ เพื่อให้เข้ากับรูปหน้าของเรา ในปัจจุบันสำหรับฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับการฉีดบริเวณขมับคือสาร Hyaluronic Acid (เป็นกรดที่ปกติแล้วร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นและลดการเสียดสีระหว่างเซลล์ได้) ซึ่งเราควรเลือกกล่องฟิลเลอร์ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน มีป้ายรับรองจากองค์การอาหารและยาที่ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ ต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์ จะเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวออกมาจากห้องฉีดแน่นอน แต่จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน แต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการดำเนินชีวิตของแต่ละคน และอายุก็มีผลเช่นกัน

ข้อจำกัดของฟิลเลอร์ – ผลข้างเคียง

1.หลักจากฉีดฟิลเลอร์ขมับมานั้นคนชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ อาจจะต้องหยุดพักสักระยะ รวมถึงกิจกรรมที่ต้องตากแดดจัดๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะมีโอกาสเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

2.กลุ่มคนที่มีปัญหาเลือดออกง่าย เป็นกลุ่มไม่ควรฉีดอย่างยิ่ง หรือหากต้องการฉีดจริง ๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อนการฉีดเพื่อรับคำแนะนำทีเหมาะสม เนืองจากถ้าเกิดเลือดออกที่ใต้ชั้นผิวหนังแล้วไม่หยุดนั้นจะเป็นอันตรายต่อผู้ได้รับการรักษาอย่างมาก

3.สตรีมีครรภ์ และผู้ที่ให้นมบุตร ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

4.ข้อแนะนำอีกอย่างคือวคนที่ฉีดฟิลเลอร์ควรมีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป เนื่องจากร่างกายยังของคนอายุน้อย จะยังมีการเจริญเติบโต มีกระบวนการสร้างเซลล์ผิวเพื่อเติมเต็มผิวโดยธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์แต่อย่างใด 

5.ห้ามฉีดฟิลเลอร์เพื่อการเสริมหน้าอก เสริมสะโพก ฉีดเข้ากระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ เพราะมีโอกาสเกิดความผิดพลาดสูง และเมื่อผิดพลาดแล้วฟิลเลอร์จะเข้าไปยังเส้นเลือดจนเกิดหลอดเลือดอุดตัน อาจถึงขั้นตาบอดได้

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

1.ข้อดีข้อแรกของการฉีดฟิลเลอร์คือสะดวก ทำได้ง่าย เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้นเพราะไม่ใช่การผ่าตัด ทำกิจกรรมอื่นๆต่อได้เลย

2.มีความปลอดภัยสูง เพราะสารในฟิลเลอร์เป็นสารชนิดเดียวกับผิว และมีการสลายไปเองตามธรรมชาติ

3.สำหรับผู้ที่มีอายุขึ้น ฟิลเลอร์จะช่วยให้ปัญหาผิวโทรม มีริ้วรอยร่องลึกหมดไป อีกทั้งปรับแก้รูปหน้าได้ตามใจต้องการ 

4.ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้นเพราะฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มผิว ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำมากขึ้น สดใส อ่อนวัย รวดเร็วทันตาเห็น