มหัศจรรย์ฟิลเลอร์ปาก ลดอายุ

เทรนการฉีดปากกำลังเป็นที่สนใจของทุกคน เพราะนอกจากจะไม่เจ็บตัวมาก แล้วยังสามารถเลือกรูปแบบที่เราต้องการได้อย่างง่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นปากแบบเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป จะแบบไหนก็ย่อมได้ ซึ่งการฉีดปากให้ได้รูปแบบดังกล่าวนั้น จะเกิดจากการฉีด ‘ฟิลเลอร์’ เข้าไปที่ การฉีดฟิลเลอร์น่าจะเป็นที่คุ้นหูของหลาย ๆ คนอยู่แล้ว ผลของการฉีดฟิลเลอร์ก็จะช่วยให้ปากเต็มอิ่ม อวบอิ่มได้รูปอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดี เราควรศึกษาข้อมูลการฉีดฟิลเลอร์ปากให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจทำ

การฉีดฟิลเลอร์ปากดีกว่าการผ่าตัดอย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์ ใช้เวลาน้อยและไม่มีการลงเข็มบริเวณใบหน้า ทำให้ไม่ต้องพักฟื้นทั้งก่อนและหลังการฉีด นอกจากนั้นไม่ต้องมีรอยแผลเป็นบนใบหน้าอีกด้วย การฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยแก้ไข้รูปปากที่ไม่เท่ากัน หรือไม่ได้ดั่งใจ เช่นปากคว่ำ ปากหนา ปากบางเกินไป ยิ้มแล้วเห็นเหงือก ริมฝีปากไม่เท่ากัน ช่วยให้ดูอายุน้อยลง เพราะเมื่ออายุมากขึ้นริมฝีปากก็จะบางลง แต่การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปจะทำให้ปากดูอวบอิ่ม มีน้ำมีนวลมากขึ้น ปรับบุคลิกภาพให้เรามั่นใจมากขึ้น เพราะเราสามารถเลือกแบบปากที่เราถูกใจและนำไปให้หมอช่วยดูได้ว่า แบบใดที่เหมาะสมจะอยู่บนหน้าเรา ข้อดีอีกอย่างของการฉีดฟิลเลอร์ปากคือ หากเราไม่พอใจกับรูปปากที่เราฉีดมา สามารถปรับแต่งแก้ไขได้ง่าย เพราะมีแผลคือแค่รอยเข็มที่ไม่ถึงอาทิตย์ก็จะหายไปแล้ว และสามารถกลบได้ด้วยลิปสติก

ฉีดปากเจ็บไหม

จากการศึกษาและสอบถามผ็มีประสบการณ์การฉีดปากมาแล้ว ทุกท่านบอกเป็นเสียเดียวกันว่าไม่เจ็บ เพราะก่อนฉีดทางคลินิกก็จะมีการทายาชา หรือแปะยาชาเอาไว้ก่อนฉีด 30 – 40 นาที หรือบางคนที่แพ้แบบแปะหรือทาก็ใช้ยาชาแบบฉีดได้ ทำให้ความเจ็บปวดไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด และในฟิลเลอร์บางยี่ห้อก็จะมียาชาผสมอยู่ด้วย เมื่อฉีดฟิลเลอร์ปากเสร็จเราจะสัมผัสได้ถึงความบวมตุ่ยบริเวณริมฝีปากของเราเหมือนมีก้อนบางอย่างเกาะอยู่ที่ปาก อย่าได้ตกใจไปเพราะเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดหลังการฉีดปากอยู่แล้ว ฟิลเลอร์จะใช้เวลาเซตตัว 3 – 4 วันแล้วจะเข้ารูปเอง แต่ช่วงเวลาที่จะดูสวยกำลังพอดีคือหลังจากหนึ่งอาทิตย์เป็นต้นไป ปากจะเริ่มยุบลง ไม่บวมตึงเหมือนตอนที่พึ่งฉีดมา

ฟิลเลอร์ปากต้องเติมบ่อยไหม

หลายคนอาจจะได้ยินมามากว่า ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้ไม่นาน ประเดี๋ยวก็ละลายหายไปหมดแล้ว เราได้ไปลองศึกษาและเก็บสถิติจากคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์ปากจริงมาแล้วพบว่า ฟิลเลอร์จะอยู่ได้เฉลี่ย 6 – 8 เดือนก็จะเริ่มละลายหายไปเป็นปากปกติแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับอีกหลายปัจจัย ปัจจัยแรกคือชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยปกติเราจะใช้สารที่ชื่อว่า “Hyaluronic acid” หรือ HA ที่ทำจากน้ำตาลโมเลกุลซ้อน ไม่ก่อให้เกิอาการแพ้ แต่ถ้าจะให้อยู่นานกว่านั้นต้องเลือกที่เป็นฟิลเลอร์โมเลกุลหนัก ก็จะทนกว่าฟิลเลอร์โมเลกุลเบา ปัจจัยต่อมาคือความร้อน ใครที่ชอบทานของร้อนก็จะทำให้ฟิลเลอร์ละลายได้อย่างรวดเร็ว ข้อนี้ต้องระวังให้ดี ถ้าไม่อยากสูญเงินไวก็อย่าทานของร้อนบ่อยหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก คำแนะนำอื่นนอกเนื่อจากนี้คือ สาร Hyaluronic acid เป็นสารที่ชื่นชอบน้ำ ถ้าเราดื่มน้ำบ่อยๆก็จะช่วยให้ฟิลเลอร์ที่ปากเต่งตึง อวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติและอยู่คงทนกับเราไปได้นาน อย่าลืมดูแลฟิลเลอร์ปากด้วยการดื่มน้ำเยอะๆ

ถ้าปากผิดรูปแก้ไขได้หรือไม่

เมื่อฟิลเลอร์เซตตัวแล้วบางท่านอาจจะรู้สึกไม่พอใจกับรูปปากที่ได้มา ทำให้สงสัยว่าเราจะแก้รูปปากได้หรือไม่ เจ็บไหม ต้องนอนโรงพยาบาลรึเปล่า คำตอบคือ แก้ได้ การแก้ไขรูปปากหลักการฉีดฟิลเลอร์จะคล้ายกับตอนฉีดฟิลเลอร์เข้าไปที่ปากของเราเลย แต่จะเปลี่ยนสารที่ฉีดเข้าไป โดยใช้สารละลายที่ชื่อว่า Hyaluronidase เข้าไปละลายสาร Hyaluronic acid อีกที แต่ถ้าคนไข้ไม่ได้ฉีดสารดังกล่าว แต่ใช้ซิลิโคนหรืฟิลเลอร์ปลอมก็จำเป็นจะทำการผ่าตัด และขูดสารเหล่านี้ออกโดยวิธีการขูดนี้อาจจะทำให้เจ็บและอาจะต้องนอนโรงพยาบาล แต่การแก้แบบฉีดสารละลายไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลก็ได้

ข้อดีของการฉีดปากด้วยฟิลเลอร์

ข้อดีของการฉีดปากคือสามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลเรื่องก้อนเนื้อตกค้าง หรือสารตกค้างในร่างกายเรา การฉีดฟิลเลอร์ได้ผลอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นยาวหรืออยู่โรงพยาบาล แต่อาจจะดูบวมขึ้นในช่วงวันแรกๆ แต่ไม่นานก็จะหายดีเป็นธรรมชาติ ซึ่งต่างจากการผ่าตัดอย่างมาก เพราะถ้าผ่าตัดไปแล้วจะแก้ให้เป็นแบบก่อนทำไม่ได้ แต่สำหรับฟิลเลอร์ถ้าไม่พอใจสามารถฉีดสารละลายแก้ไขให้กลับไปเป็นแบบก่อนฉีดได้ ข้อดีอีกอย่างของฟิลเลอร์คือ ช่วยแก้ไขรูปปากที่มีปัญหาตั้งแต่เกิดได้ เช่นปากเบี้ยว ปากบนล่างไม่เท่ากัน ปาดปิดไม่สนิท ยิ้มเห็นเหงือก ปากคว้ำ ปากบาง เป็นต้น และลูกค้าหลาย ๆ ท่านรีวิวด้วยว่าหลังฉีดปากแล้ว ทาลิปสติกแล้วดูสวยขึ้นเพราะปากเต็มแน่น ดูอวบอิ่ม สีชัดเจนขึ้นและที่สำคัญทำให้ลิปสติกไม่ตกร่องบนริมฝีปาก การเติมฟิลเลอร์ช่วยให้ปากอวบอิ่มขึ้นส่งผลให้ใบหน้าเราดูเด็กลงด้วย เมื่อปากอิ่มเอิ่บดูเป็นธรรมชาติแล้วนั้น ก็จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเด็กลง แก้ปัญหาปากแห้งที่ทำให้ดูสุขภาพไม่ดีและดูมีอายุได้

ข้อเสียของการฉีดปากด้วยฟิลเลอร์

สิ่งที่อันตรายของการฉีดฟิลเลอร์ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใดบนใบหน้าก็ตามคือ การใช้ฟิลเลอร์ปลอม เพราะอาจทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนของฟิลเลอร์ หรือจับตัวกับกล้ามเนื้อบางมัดทำให้เกิดผังพือและไม่ย่อยละลายไปเองตามธรรมชาติ ถ้าหากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญชำนาญการก็อาจจะทำให้ตัวเราเสี่ยงด้วยเช่นกัน บริเวณปากเป็นบริเวณที่เราใช้งานบ่อยสุด ไม่ว่าจะพูด หรือรับประทานอาหาร จึงส่งผลให้ฟิลเลอร์ปากเป็นจุดที่สลายได้ง่ายมากที่สุด โดยเฉพาะหากเราทานของร้อนบ่อยๆ สาร Hyaluronic acid ก็จะสลายไปได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นข้อควรระวังหลังจากการฉีดปาก นอกจากการทานของร้อนแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ และการจูบก็ควรจะล่ะเว้นไว้ 2 -3 วันเช่นกัน

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

แพทย์จะเริ่มจากการประเมินรูปทรงปากที่คนไข้ต้องการกับรูปทรงที่เป็นไปได้ ก่อนทำ 30 – 40 นาที แพทย์จะทำการทายาชาหรือปะยาชาบริเวณที่จะฉีด หากใครแพ้ยาชาแบบครีมก็สามารถเลือกเป็นยาชาแบบฉีดได้เช่นกัน ราคาก็ขึ้นอยู่กับแต่ล่ะคลินิก เมื่อยาชาเริ่มออกฤทธิ์แล้วแพทย์ก็จะทำการฉีด โดยการฉีดนั้นทำได้หลายเทคนิค เช่น ฉีดจากข้างๆแก้มแล้วแทงมาที่ปาก หรืออีกเทคนิคคือจิ้มลงบนปากโดยตรงเลย เป็นต้น

หลังจากที่อ่านบทความข้างต้นไปแล้ว น่าจะช่วยให้ใครหลายๆคนคลายข้อสงสัยไปได้หลายข้อ แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะเน้นอีกครั้งคือการหาคลินิคที่เชื่อถือได้และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการฉีดให้เรา โดยการหารีวิวที่เชื่อถือได้จากเว็บไซต์ต่างๆ หรือสอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนเพราะผู้ที่เคยทำมาแล้วจะช่วยแนะนำเราได้อย่างชัดเจน เพราะตามเว็บไซต์ต่างๆอาจจะมีการปรุงแต่งเนื้อหา หรือมีการแต่งรูปเพื่อการโฆษณา นอกจากนั้นการดูแลตัวเองหลังจากฉีดปากก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน สิ่งสำคัญสำหรับฟิลเลอร์ที่ลืมไม่ได้เลยคือ การดื่มน้ำให้มากๆ เพราะสาร Hyaluronic acid เป็นสารอุ้มน้ำ ดังนั้นยิ่งดื่มน้ำมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะทำให้ริมฝีปากของเราอวบอิ่ม และเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ฉีดให้ริมฝีปากอวบอิ่มก็สามารถช่วยให้เราดูอ่อนเยาว์ลงได้ มาพบกับมหัศจรรย์ของการฉีดฟิลเลอร์ปากไปด้วยกัน

 

สวยได้ทุกส่วน ด้วยฟิลเลอร์

ในปัจจุบันใบหน้าที่ได้รูปเป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินความจริง เพราะเทคโนโลยีด้านความงามต่าง ๆ มีการพัฒนาไปไกลแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมนั่นก็คือ การฉีดฟิลเลอร์ เพราะการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยให้ใบหน้าของเรากลับมาเต่งตึง อวบ อิ่มดูสดใสเป็นธรรมชาติ และยังช่วยให้ดูอ่อนวัยลงทันตาเห็น แต่ฟิลเลอร์คืออะไร สามารถฉีดเข้ากับบริเวรณไหนของใบหน้าได้บ้าง วันนี้เราจะมาชวนทุกท่านศึกษาไปพร้อม ๆ กันจากบทความนี้

ฟิลเลอร์คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์  คือ การฉีดสารเติมเต็มเพื่อให้ได้รูปหน้าที่เราต้องการ สารนี้ก็มีชื่อว่า สารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic acid หรือ HA) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติร่ายกานสามารถย่อยสลายได้ จึงเป็นสารที่ความปลอดภัยสูง ยังสามารถเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก หรือรอยแผลเป็นที่เป็นหลุมเป็นบ่อตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้าของท่าน สาร Hyaluronic acid หรือ HA เป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติจะช่วยทำให้ใบหน้าของท่านมีน้ำมีนวล อวบอิ่มและเต่งตึง ริ้วรอยร่องลึกดูตื้นหรือนูนขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเติมเส้นใยคอลลาเจนที่หายไปให้กลับมาแลดูอ่อนเยาว์กว่าวัย นอกจากนั้นสารนี้ยังมีหน้าที่ช่วยเพิ่มและปรับโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนังให้อ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น ช่วยลดเรือนริ้วรอย และเติมเต็มจุดบกพร่องบนใบหน้าจุดต่างๆเช่น ริมฝีบาก  ดวงตา และอวัยวะอื่น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติด้วย

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท

  • ฟิลเลอร์ที่คงอยู่ได้ชั่วคราวเช่น สารไฮยาลูรอนิก แอซิด ที่สกัดจากสารธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า แล้วจะคงอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน จัดว่ามีความปลอดภัยมากสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ
  • ฟิลเลอร์แบบคงรูปอยู่ได้ถาวรซึ่งประกอบไปด้วย ซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน ให้ผลลัพธ์ถาวรกล่าวคือไม่สามารถสลายได้เอง และอาจมีผลข้างเคียงในระยะยาว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการอักเสบและเป็นอันตรายกับในอนาคต แพทย์จึงไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาไม่นาน หรือประมาณ 15 – 30 นาที ได้ผลรวดเร็วทันใจเมื่อฉีดแล้วจะพบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังฉีดทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 ของการฉีด โดยสามารถอยู่ได้นานถึง 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับผิวหน้าของแต่ละคน และกิจกรรมที่ทำหลังฉีดด้วย เมื่อเราได้ทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ และทราบแล้วว่าฟิลเลอร์มีกี่ชนิด ต่อไปเราก็จะมาดูว่า ส่วนไหนบนใบหน้าที่เราไม่พอใจ และเป็นส่วนที่สามารถเติมฟิลเลอร์ได้หรือไม่

ฟิลเลอร์คาง และ ฟิลเลอร์ขมับ

ส่วนแรกที่เราจะมาดูกันคือคางและขมับ หลาย ๆ ท่านอาจจะไม่พอใจที่รูปหน้าดูสั้นไป  ถ่ายรูปออกมาแล้วหน้าดูอวบไป หน้าไม่มีมิติเพราะกลมเกินไป โหนกแก้มดูสูงไม่ได้ดั่งใจ ฟิลเลอร์คางและขมับจะช่วยคุณได้ ขมับและคางเป็นจุดที่ค่อนข้างแข็ง เหมาะกับฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm Voluma เพราะเป็นฟิลเลอร์ที่โมเลกุลมีความคงตัว จึงเหมาะที่จะนำมาเติมบริเวณที่มีความแข็งสูง และความแข็งนี้จะสามารถปั้นคางให้เป็นทรงต่าง ๆ ตามความต้องการได้ ส่วนขมับก็เช่นกันหากมีน้ำมีนวลขึ้นจะช่วยลบส่วนโหนกที่ดูสูง แต่ทำให้ใบหน้าช่วงบนมีน้ำมีนวลและส่วนล่างดูเรียวขึ้นได้ เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับสาวหน้ากลม

ฟิลเลอร์ปาก

สิ่งสำคัญที่จะช่วยปรับรูปหน้าเราจากการฉีดฟิลเลอร์ปากคือ เมื่อเราอายุมากขึ้นริมฝีปากของเราจะบางลง ไม่อิ่มเอิบ เห็นริ้วรอยได้ง่าย ดูมีอายุ หากมีริมฝีปากที่อ่อนนุ่ม อิ่มเอิบ จะดูสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ นอกจากนั้นการปรับรูปปากจะสัมพันธ์กับเวลายิ้ม สามารถทำให้การยิ้มของเราเปลี่ยนแปลงไปได้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาที่พูด ยิ้ม พบปะผู้คน นอกจากนั้นถ้าริมฝีปากเราบาง ผิวหนังรอบ ๆ แห้ง เป็นเส้นริ้วรอย ไม่สวย จะดูมีอายุได้ง่าย การฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยแก้ปัญหาปากเป็นร่อง ปากแห้ง ให้สวย อวบอิ่ม ชุ่มชื้นขึ้น เมื่อริมฝีปากอิ่มสวยและก็จะช่วยให้เราทาลิปสติกสนุกขึ้นได้ เพราะลิปสติกจะไม่ตกร่องบนริมฝีปากอีกต่อไป

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ทำให้แก้มดูตอบ หน้าโทรม ไม่สดใส หรือคนที่มีอายุมากทำให้ผิวหน้าของเราเหี่ยวลง ก็เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม แนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm Ultra Plus เพราะรุ่นนี้มีลักษณะโมเลกุลที่นุ่ม ฟู สามารถเติมเต็มร่องต่าง ๆ ได้ดี จะทำให้ใบหน้าเต็มอิ่ม ดูเด็กได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้ง จะช่วยแก้ปัญหาแก้มตอบเพราะฟิลเลอร์จะเติมเต็มร่องแก้มให้อิ่มเต็มขึ้น ใบหน้าจึงสวยมีมิติมากขึ้น

ฟิลเลอร์จมูก

การฉีดฟิลเลอร์จมูกเป็นอีกหนึ่งวิธียอดนิยม ที่ช่วยเสริมจมูกให้ดูเป็นธรรมชาติ โดยการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์เข้าไปที่บริเวณสันจมูกหรือเนื้อจมูและทำให้จมูกให้ดูโด่งมากขึ้น ข้อดีก็คือดูเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องห่วงเรื่องซิลิโคนที่เสริมจมูกเพราะในบางครั้งซิลิโคนที่เสริมจมูกอาจจะทำออกมาแล้วไม่รับรับเนื้อจมูกทำให้ทะลุออกมานอกผิวหนังก็ได้ นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ก็ยังสามารถ เอาออกก็สามารถฉีดออกได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด  สารฟิลเลอร์จะสลายไปเอง ภายใน 4 – 6 เดือนโดยไม่เป็นอันตรายกับร่างกายแต่อย่างใด

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์จมูก็มีไม่น้อยเช่นกัน เพราะจมูกถือเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่มาก ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนฉีด หากผู้ฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญมากพออาจทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนจนทำให้จมูกเบี้ยว หรืออาจฉีดเข้าไปผิดจุดจนทำให้สารฟิลเลอร์เข้าไปทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดจนตาบอดได้ ดังนั้นก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์จมูกควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเพื่อความปลอดภัย

ฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ตาจะเห็นผลได้ชัดกับผู้ที่มีใต้ตาที่อิดโรย ขอบตาแพนด้า คล้ำ เบ้าลึกโบ๋ หรืออยากเติมเต็มใต้ตาให้ดูฉ่ำเป็นธรรมชาติ ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่แนะนำคือ Restylane Vital Light เพราะฟิลเลอร์รุ่นนี้มีลักษณะโมเลกุลนุ่ม ๆ  เหมาะสำหรับเติมเต็มใต้ตาให้ดูเต็มโดยเฉพาะ ผลคือจะทำให้ใต้ตาไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน อีกทั้งยังมีโมเลกุลนุ่มที่เหมาะสมกับการเติมเต็มใต้ตา ให้ได้รูปทรงอย่างที่ต้องการ ซึ่งจะทำให้ใต้ตาอิ่มกำลังดี แต่ไม่เป็นก้อนแข็ง

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าเราให้เต็มและอิ่มน้ำ ดูเป็นธรรมชาติได้
  2. อีกทั้งช่วยผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ หน้าเด็กลง แลดูสุขภาพผิวดี เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำได้ดี เมื่อใต้ผิวเรามีน้ำเยอะก็จะทำให้ผิวเราดูอวบอิ่มสุขภาพดีได้เช่นกัน ดังนั้นหลังฉีดฟิลเลอร์จะแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน เพื่อผลลัพธ์ที่คงรูปได้นานและสวยงาม
  3. ฟิลเลอร์จะช่วยแก้ไขจุดบกพร่องบนในหน้าได้ เช่น ปัญหาร่องใต้ตา แก้มตอบ ปากบาง คางสั้น เป็นต้น
  4. ใช้เวลาไม่นานประมาณ 30 – 45 นาทีในการฉีดเท่านั้น
  5. เห็นผลหลังจากทำทันทีและไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เพราะการฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่ต้องวางยาสลบ

ข้อจำกัดหรือข้อเสียของฟิลเลอร์

  1. หากท่านใดมีอาการแพ้ยาชาแบบแปะหรือแบบทา จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมยาชาแบบ อื่นแทน และถ้ามีการแพ้ยาชาจริง ๆ ก็อาจมีความจำเป็นต้องฉีดแบบไม่มียาชา
  2. สตรีมีครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร และผู้ที่มีเลือดออกและหยุดยาก ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ เพราะถ้าเลือดหลุดยากอาจส่งผลให้มีการเลือดออกใต้ชั้นผิวหนังได้
  3. ในท้องตลาดมี ฟิลเลอร์ ( Filler ) ออกมาวางจำหน่ายหลายเจ้าด้วยกัน ไม่ควรเลือกฟิลเลอร์จากแค่ราคาถูกเท่านั้น เพราะหากพลาดเจอของที่ไม่มีมาตรฐานหรือของปลอม อาจทำให้เกิดอันตรายต่อใบหน้า มีผลให้ใบหน้าผิดรูป ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและศึกษาคลินิกที่ได้มาตรฐานก่อนทำการฉีด