อยากรู้ไหมว่า ทำ Ulthera กี่วันเห็นผล?

ปัญหาผิวหน้ามีริ้วรอยและหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลานั้น เป็นปัญหาที่หลายคนประสบอยู่ แต่ในยุคนี้ที่มีเทคโนโลยีมากมาย ให้เรากลับมามีผิวเด็กแบบโกงอายุได้ไม่ยาก ด้วยการทำอัลเทอร่าหน้าเด็ก หนึ่งในนวัตกรรมการยกกระชับผิวปรับรูปหน้าด้วยอัลตร้าซาวด์ เพื่อคืนคอลลาเจนให้กับผิว กลับมาเต่งตึงและย้อนวัยได้อีกครั้ง แต่หลายคนคงมีข้อสงสัยว่าการทำ Ulthera นั้นต้องทำกี่วันถึงจะเห็นผล แล้วการทำ Ulthera ช่วยให้หน้าเด็กลงได้จริงหรือไม่ เรามีคำตอบมาให้แล้ว

การทำ Ulthera คืออะไร

Ulthera ไม่ใช่การผ่าตัดศัลยกรรมและไม่ใช่การทำเลเซอร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความถี่สูง โดยหลักการทำงานคือ จะปล่อยคลื่นออกมาเป็น dot เล็ก ๆ ที่ผิวหนังในชั้นที่เฉพาะเจาะจงลงไปในผิวชั้นลึก รู้สึกคล้ายมีการเย็บผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับขึ้น เพราะมีการยิงจุดเล็ก ๆ  และมีระยะห่างเท่า ๆ กัน คือ 1-1.5 มิลลิเมตร เรียงเป็นแนวต่อเนื่อง ทำให้ได้ผลการรักษาที่แน่นอนกว่า มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำได้กับทุกสีผิว อีกทั้งคลื่นเสียงนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยจาง รู้สึกผิวตึงเหมือนผิวเด็ก ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษานั้นได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมจากหลายประเทศทั่วโลก

การรักษาด้วย Ulthera ปลอดภัยหรือไม่

Ulthera เป็นการรักษาที่ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ถึง 50 ปีแล้ว ซึ่งพัฒนาและปรับปรุงมาจากอัลตร้าซาวด์ที่เรารู้จักกันดี โดยมีการใช้ในแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และแพทย์ผิวหนังหลาย ๆ ประเทศ มานานกว่า 12 ปี ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ว่าสามารถยกกระชับตาและใบหน้าได้จริง ทั้งยังมีความปลอดภัยสูงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงมั่นใจได้ในการเข้ารับการรักษา

มีอาการข้างเคียงหลังจากทำ Ulthera หรือไม่

อาการข้างเคียงจากการทำพบได้น้อยมากจนถึงอาจจะไม่พบเลยในบางราย สามารถกลับไปทำงานได้ทันที และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องนอนพักฟื้นแต่อย่างใด ในบางรายอาจพบอาการข้างเคียงหลังทำเพียงเล็กน้อย เช่น ใบหน้าอาจมีอาการบวมหรือแดงสักระยะหนึ่ง ราว ๆ 2-10 วัน และจากนั้นจะทุเลาลงและหายได้เอง

การทำ Ulthera นั้น กี่วันถึงจะเห็นผล

จุดเด่นของการทำ Ulthera คือการ Lifting หรือการยกกระชับผิว ความรู้สึกหลังทำอัลเทอร่าทันทีคือจะรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ที่ผิวลึก ๆ เนื่องจากผิวหน้าเราถูกกระตุ้นและยกตัวขึ้นจากการที่ชั้น SMAS หดตัว ผิวที่หย่อนคล้อยดูยกกระชับขึ้นประมาณ 20% และกรอบหน้าชัดขึ้น

– หลังจากทำได้ 3 วัน ผิวจะรู้สึกได้ถึงการกระชับที่มากขึ้น ผิวมีความแน่น เนื้อแก้มที่ห้อยย้อยเริ่มยกตัวขึ้น ผิวดูฟู เด้ง มีความยืดหยุ่น ร่องแก้มและร่องใต้ตาตื้นขึ้นค่อนข้างชัด

– หลังจากทำได้ 7 วัน ผิวหน้าเริ่มยกอย่างชัดเจนขึ้น เนื้อแก้มที่ห้อยตกเริ่มยกกระชับกว่าเดิม กรอบหน้าเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผิวดูมีน้ำมีนวลสดใส

– หลังจากทำได้ 1 เดือน ผิวจะกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องน้ำหมาก ลดลงอย่างชัดเจน ใบหน้าเริ่มดูอ่อนเยาว์ลงกว่าก่อนทำ

– หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน จะเห็นผลชัดเจนที่สุด เนื่องจากคอลลาเจนที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นใหม่ จะถูกสร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 เดือน โครงสร้างผิวจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ ผิวที่ค่อนข้างเหี่ยวและคล้อยจะดูตึงและกระชับมากขึ้น และคงสภาพอยู่ยาวนานกว่า 1-2 ปี

ซึ่งนอกจากการทำ Ulthera จะทำให้ผิวที่ห้อยย้อยกลับมาเต่งตึงกระชับ กรอบหน้าคมชัดขึ้นแล้วนั้น ยังทำให้ผิวใส มีออร่า และดูอ่อนวัยไปอีกหลายปี ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย สวยจากภายในสู่ภายนอก

การทำ Ulthera ดีจริงไหม?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งการทำ Ulthera นั้น มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มากมายว่าได้ผลดี และการทำ Ulthera ก็เป็นนวัตกรรมยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมหรือพักฟื้น ส่วนผลลัพธ์ที่ได้นั้น การทำ Ulthera ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้จริง แต่มีปัจจัยที่สำคัญคือ จะต้องทำกับเครื่องมือแท้ที่นำเข้าจากอเมริกา และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญในเครื่องมือเท่านั้น ถึงจะได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดี

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่อง Ulthera ที่ใช้เป็นของแท้หรือของปลอม

เมื่อการจะทำ Ulthera  ให้ได้ผลที่ดีแล้วนั้น จำต้องขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้ด้วย เพราะ Ulthera เป็นหัตถการที่เป็นที่นิยม ทำให้มีเครื่องปลอมในท้องตลาด ซึ่งจะมีหน้าตาคล้ายกันแต่ผลิตมาจากประเทศจีน มีราคาถูกกว่าของแท้มาก แต่เสี่ยงต่ออันตรายและผลลัพธ์ที่ได้ เราสามารถสังเกตคร่าว ๆ ได้ว่าเครื่องแท้นั้นจะต้องเป็นอย่างไร ดังนี้

  1. เครื่องอัลเทอร่าแท้จะมีขนาดประมาณหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ประกอบด้วยตัวเครื่องที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หัวยิง และแฮนพีช
  2. หน้าจอเครื่องจะต้องเป็นแบบ Real Time คือแพทย์สามารถเห็นชั้นผิวของเราได้ขณะที่ทำ
  3. เพื่อผลการรักษาที่ดี ควรจะเป็นเครื่องที่นำเข้าอย่างถูกต้องจากบริษัท Merz Asthetic ที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเครื่อง Ulthera เพียงรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งเราสามารถเข้าเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่อง Ulthera แท้ได้โดยตรง
  4. ที่สถานพยาบาลหรือสถานประกอบการ หากมีการใช้เครื่องแท้อย่างถูกต้อง จะต้องมีสัญลักษณ์คริสตัล Ultherapy ใบประกาศ (Certificate of Authenticity) และโล่ ตั้งไว้ยังสถานพยาบาลนั้น ๆ อย่างชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตี

Ulthera มีกี่แบบ

ในความเป็นจริงแล้วนั้น อัลเทอร่ามีเพียงแบบเดียว เพียงแต่ได้มีการอัพเกรดหัวอัลเทอร่าแบบใหม่ให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมถึงทำให้มีอาการเจ็บในขณะทำน้อยลงด้วยนั่นเอง สำหรับชนิดของหัวอัลเทอร่าที่ใช้กันนั้น จะแบ่งตามบริเวณผิวที่ต้องการยกกระชับ โดยมี 3 หัวด้วยกันคือ

– หัวขนาด 1.5 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้

– หัวขนาด 3.0 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นไขมัน รอบดวงตา และบริเวณหน้าผาก

– หัวขนาด 4.5 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นกล้ามเนื้อ แก้ม เหนียง และลำคอ

ข้อดีและข้อเสียของการทำ Ulthera

ข้อดีของ Ulthera

  1. สามารถยกกระชับหน้าได้ทุกช่วงอายุ แม้อายุ 45 ปีก็เห็นผล
  2. หลังจากทำแล้ว อยู่ได้นานกว่าเมื่อเทียบกับการทำ Thermage และ Hifu
  3. เนื่องจาก Ulthera เป็นการใช้คลื่นพลังงานความร้อนที่สามารถส่งตรงไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการแก้ปัญหาได้อย่างเฉพาะเจาะจง จึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูง
  4. นอกจากจะช่วยให้ใบหน้ากลับมากระชับแล้ว ยังช่วยลดจุดด่างดำต่าง ๆ ผิวเรียบเนียนและใสขึ้น ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

ข้อเสียของ Ulthera

  1. ขณะทำการรักษาเพื่อปล่อยคลื่นลงบนผิวนั้น อาจทำให้รู้สึกอุ่นที่ใต้ผิวหนัง และอาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงลงบนผิว แต่แพทย์จะใช้ยาชาทาในบริเวณที่จะรักษาก่อนทำการรักษา เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าวได้
  2. ในบางรายอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นได้บ้าง แต่จะหายเป็นปกติภายใน 1 ชั่วโมง
  3. บางรายอาจพบรอยบวมหรือเขียว แต่สามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน
  4. มีราคาค่อนข้างสูง

การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีการทำ Ulthera นั้น จัดได้ว่าเป็นอีกวิธีที่ปลอดภัยสูง และได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นที่นิยม แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ต้องมีระยะเวลาของผลลัพธ์ การทำ Ulthera ก็เช่นกัน แม้ว่าจะรู้สึกผิวตึงได้ในทันทีหลังทำ แต่เพื่อผลลัพธ์ที่สูงสุด ก็ต้องใช้เวลาราว ๆ 3-6 เดือน ถึงจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจทำสามารถศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงระยะเวลาในการติดตามผล เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนทำ และเลือกเทคโนโลยีในการแก้ปัญหารูปหน้าหรือผิวหน้าให้ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ให้คุณเปลี่ยนมาเป็นคนใหม่ ที่สวยสดใส หน้าตึงได้ทุกช่วงวัย เหมือนโกงอายุ

 

อาการข้างเคียงที่พบจากการทำ ulthera

หลายท่านคงจะทราบกันดีว่าการทำ  ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงกระชับผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัยและได้รูปขึ้นอีกครั้งซึ่งการทำ ulthera เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันเนื่องจากเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยไม่อันตรายต่อผิวและไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ แต่อาจจะมีผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำอยู่บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำ ulthera คุณต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera ให้ละเอียดเสียก่อนไม่ว่าจะเป็นที่มาของ ulthera,  ระบบการทำงาน, ข้อดีข้อเสีย, อาการข้างเคียงและควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจทำทุกครั้งเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดหรือได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตามที่ต้องการได้ดังนั้นเราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera มาให้คุณศึกษาเพื่อเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจ

ulthera อัลเทอร่า คืออะไร

ulthera คือเทคโนโลยีการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำชื่อว่า high Intensity focus ultrasound หรือ คลื่นอัลตราซาวด์ที่หลาย ๆ คนรู้จักซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้ผลดีที่สุดตัวหนึ่งในวงการแพทย์ผิวหนัง โดยเครื่องจะส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ โดยไม่ต้องใช้เข็มทำลายชั้นผิวบนเลยและนอกจากนี้ยังสามารถส่งคลื่นไปยังชั้นผิวบน เช่น ชั้น 4.5 มิลลิเมตร และ ชั้น 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งคลื่นอัลตราซาวด์นี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และเมื่อชั้นผิว SMAS หดตัวก็จะทำให้ผิวยกกระชับมากขึ้น ใช้เวลาในการรักษาเพียง 60-120 นาทีซึ่งไม่ทำให้เกิดบาดแผลก็จะช่วยให้ผิวของคุณยกกระชับเต่งตึงขึ้น

การทำงานของ Ulthera จะใช้วิธีการส่งพลังงานผ่านความร้อนของคลื่น  High Intensity Focus Ultrasound ไปกระตุ้นผิวให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1 มม. คล้ายกับการเย็บเนื้อใต้ผิวหนังในชั้นผิว SMAS ให้เป็นจุดเล็ก ๆ ระยะห่างระหว่างจุดเท่า ๆ กัน ประมาณ 1-1.5 มม. เรียงเป็นแนวต่อเนื่องและเกิดความสม่ำเสมอของพลังงานที่ลงสู่ใต้ผิวลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำหลังจากการรักษาจะได้ผลการรักษาที่แน่นอนคุณสามารถแต่งหน้าได้ปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว และสามารถทำการรักษาได้กับทุกสีทุกสภาพผิว ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษานั้นได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมจากประเทศทั่วโลกอย่างกว้างขวาง

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera อัลเทอร่า

  1. ผู้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมากต้องการยกกระชับ
  2. ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัดไม่เห็นแนวกรามมีเหนียง
  3. ผู้ที่หนังตาและหางตาตกแต่ยังไม่ต้องการผ่าตัดหรือผู้ที่ต้องการจะยกหางตาหางคิ้วให้กระชับขึ้น
  4. ผู้ที่ต้องการจะฟื้นฟูบำรุงผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวที่ช่วยในการบำรุงชั้นลึกกว่าการทาครีมทั่วไป
  5. คนที่อยากบำรุงผิวแต่ไม่มีเวลาบำรุงทุกวันเป็นประจำเพราะการทำ Ulthera บำรุงแค่ปีละครั้งเท่านั้น
  6. คุณแม่หลังคลอดหรือคุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเองเพราะสามารถทำในขณะที่ให้นมบุตรได้อย่างปลอดภัยและใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ทำปีละครั้ง
  7. ผู้ที่ผิวมีความหย่อนคล้อยแต่ไม่อยากศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าและไม่อยากพักฟื้นเป็นเวลานาน
  8. ผู้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและเนินอก

อาการข้างเคียงหลังทำ Ulthera อัลเทอร่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้

หลังจากการทำ Ulthera หลายคนมักจะกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่จะตามมาว่าจะมีอาการร้ายแรงหรือส่งผลกระทบต่อการออกไปใช้ชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน ด้วยความที่ Ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานสูง ( High Intensity) ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการทำบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เท่ากับการทำศัลยกรรมอื่น ๆ โดยอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากทำ Ulthera ได้แก่

  1. อาการบวม

อาการบวมหลังจากทำอาจจะพบได้บ้างเป็นบางคนแต่ก็ไม่ได้บวมมากเท่าใดนัก ไม่ได้บวมเขียวช้ำเราสามารถประคบเย็นหลังจากทำเสร็จเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการบวมนี้จะค่อย ๆ ยุบตัวลงเองโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วันหลังทำ

  1. ผิวแห้ง

หลายคนอาจจะมีโอกาสผิวแห้งลงในช่วงแรกหลังจากที่ทำเสร็จ ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องจากฤทธิ์ของยาชาที่ทาส่งผลทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้น ข้อแนะนำคือให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวบ่อย ๆ และทาครีมบำรุงกันแดดอย่างสม่ำเสมอ งดทายาบำรุงจำพวกไวท์เทนนิ่งที่ผลัดเซลล์ผิวเป็นเวลาอย่างน้อย 1 อาทิตย์

  1. อาการระบมใต้ผิวเวลาจับ

อาการนี้จะเกิดขึ้นกับแทบทุกคนหลังจากทำอัลเทอร่า ซึ่งจะระบมมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนถ้าหากมีอาการระบมมากจนเกินไปก็อาจจะรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล เพื่อลดอาการปวดหรือระบมได้ แต่โดยทั่วไปแล้วอาการระบมนั้นจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังทำ

แต่โดยส่วนมากนั้นหลังทำมักจะไม่ค่อยพบผู้ที่มีอาการข้างเคียงร้ายแรงใด ๆ ที่นอกเหนือจากอาการดังกล่าวข้างต้นส่วนมากผู้ที่ทำการรักษาเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำงานใช้ชีวิตตามปกติได้ในทันทีโดยไม่มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า ปลอดภัยหรือไม่

Ulthera ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ยาวนานกว่า 50 ปีแล้วและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมีการใช้ Ulthera มากกว่า 12ปี มั่นใจได้ว่าเครื่องนั้นมีความปลอดภัยสูง และเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพและผลการรักษาอย่างแน่นอนอีกทั้ง Ulthera ยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (US FDA) ว่าสามารถยกกระชับตาและใบหน้าได้จริง ดังนั้นหากใครที่กำลังไม่มั่นใจว่าหากทำ Ulthera จะมีอาการข้างเคียงร้ายแรงหรือไม่ จะปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วก็มั่นใจได้เลยว่าการทำ Ulthera นั้นมีความปลอดภัยและไม่อันตรายอย่างที่คุณคิด

ความรู้สึกขณะรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า

ขณะทำการรักษาด้วยเครื่องอัลเทอร่า จะมีการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวผู้ถูกการรักษาจะรู้สึกถึงพลังงานที่เป็นจุดเล็ก ๆ กระทบลงบนผิวลึก ๆ และจะรู้สึกอุ่น ๆ ที่ใต้ผิวหนังซึ่งความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันในไปแต่ละบุคคล บางคนรู้สึกเจ็บมากบางคนก็รู้สึกเจ็บปานกลางหรือบางคนแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งนี้การทายาชาก็จะช่วยบรรเทาเจ็บได้แต่ในบางรายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำ Ulthera อัลเทอร่า

สามารถเห็นผลลัพธ์หลังการทำ Ulthera ได้ภายในการทำเพียงครั้งแรก เพราะวัตถุประสงค์ของการทำ Ulthera คือ เพื่อสลายคอลลาเจนเก่าและเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อช่วยในการยกกระชับผิวซึ่งกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่นี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากทำทันทีจนถึง 6 เดือนดังนั้นหลังทำ Ulthera จึงเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในทันทีหลังการรักษาสังเกตได้ง่าย ๆ จากบริเวณแนวคิ้วและหางตาที่จะยกขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้นและผลลัพธ์อื่น ๆ ก็จะชัดเจนตามมาเรื่อย ๆ โดยผิวหน้าที่ได้รับการฟื้นฟูจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติภายในระยะเวลา 3 เดือนหลังทำ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องของ Ulthera และโครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ผลลัพธ์จึงจะถาวรและอยู่ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 1-2 ปีเมื่อทำเสร็จแล้วคุณสามารถรอดูผลแล้วกลับมาทำเพิ่มเฉพาะจุดหรือทั่วใบหน้า อาจจะเพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่นั้นเพื่อให้ยังคงสภาพผิวเดิมไว้แต่ทั้งนี้ผลการรักษาของแต่ละคนนั้นจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลสุขภาพโดยรวมของแต่ละบุคคลแต่จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 คนที่ได้รับการรักษา จะสามารถเห็นถึงผลลัพธ์จากการรักษาที่ชัดเจน เช่น แนวคิ้วยกขึ้น ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น, ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์, ผิวที่ตึงกระชับ, ใบหน้ายกได้รูป, รูขุมขนเล็กลง, ผิวเรียบเนียนขึ้นทั่วทั้งบริเวณหน้าและคออย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ได้พึ่งการทำศัลยกรรมผ่าตัดพักฟื้นแต่อย่างใด

ที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการทำ Ulthera ที่หลาย ๆ คนกำลังกังวลในเรื่องของผลข้างเคียง ความปลอดภัย และอาการต่าง ๆ หลังจากทำ Ulthera ดังนั้นเมื่อทราบถึงผลข้างเคียงที่จะตามมาแล้วว่าไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด การทำ Ulthera ก็ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องผิวที่หย่อนคล้อยไม่กระชับให้สภาพผิวกลับมาเต่งตึงอ่อนเยาว์กว่าวัยได้เป็นอย่างดี

 

 

 

เผยความลับ Hifu ยกกระชับใบหน้า ต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผล

ปัญหาหน้าบาน แก้มกลม หน้าเหลี่ยม ถือเป็นปัญหาพาหนักใจอันดับต้น ๆ ของใครหลายคน เพราะใบหน้าถือเป็นสิ่งแรกที่มองเห็นในกระจก โดยเฉพาะสาว ๆ ถ้ามีใบหน้าที่ไม่ได้รูป คงจะน่ากลุ้มใจอยู่ไม่น้อย ดังนั้นการทำศัลยกรรม จึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่หลายคนเลือกจะทำ ซึ่งวิธีการทำศัลยกรรมนั้นบอกเลยว่า ถ้าไม่ได้คุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญ คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานก็อาจจะผิดหวังกลับมาก็เป็นได้ นอกจากเสียดายเงินแล้ว ยังเสียใบหน้าธรรมชาติที่อาจเรียกคืนกลับมาไม่ได้อีกด้วย

ทำให้ปัจจุบัน มีเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมไปถึงเลเซอร์ชื่อดังอย่าง Hifu ที่ใคร ๆ ก็แห่พากันไปทำเต็มไปหมด เพราะเป็นนวัตกรรมแก้ไขปัญหา ยกกระชับใบหน้า โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และพักฟื้น อยากรู้แล้วล่ะสิว่า Hifu นั้นคืออะไร วันนี้เราจะพา Hifu มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันค่ะ

Hifu ยกกระชับใบหน้า คืออะไร ?

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นนวัตกรรมความงามในรูปแบบใหม่ ที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง โดยมีพัฒนาการมาจากอัลตร้าซาวด์ที่ใช้ดูครรภ์ทางการแพทย์ ทำให้การันตีถึงความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยการทำงานของ Hifu นั้นจะทำให้เกิดความร้อนในบริเวณใต้ชั้นผิว โดยสามารถกำหนดความลึกในแต่ระดับของปัญหาผิวได้ โดยสามารถลงไปถึงระดับลึกอย่างชั้น  SMAS หรือ Superficial Musculo Aponeurotic System ซึ่งเป็นชั้นผิวที่ทางการแพทย์ใช้ผ่าตัดศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทำงานของ คอลลาเจน และ อิลาสตินใต้ชั้นผิวหนัง ให้ฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ผิวหน้าดูยกกระชับ และมีความอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแต่อย่างใด ที่สำคัญการส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์จะไม่ส่งผลกระทบต่อผิวชั้นนอกแต่อย่างใด 

ใครบ้างที่เหมาะจะทำ Hifu ยกกระชับใบหน้า

เมื่อย่างเข้าอายุ 20 ปีขึ้นไป โดยส่วนใหญ่ใบหน้าจะเริ่มออกอาการ มีความหย่อนคล้อยให้เห็นบ้าง ทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ เช่นบริเวณ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา เริ่มสามารถมองเห็นได้ และหากปล่อยไปนาน ๆ เข้า ผิวหน้าก็จะปรากฎความหย่อนคล้อยให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นควรเริ่มต้นดูแลใบหน้าให้มีความกระชับอยู่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่อายุยังไม่มาก เพื่อป้องกันปัญหาที่จะต้องเสียเงิน และใช้เวลามาก ในช่วงที่อายุเยอะ การทำ Hifu นั้นจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอย ผิวหนังหย่อนคล้อย กระชับรูขุมขน อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวสวยโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด รวมถึงการยกกระชับใบหน้าหรือยกแนวคิ้วให้ขึ้น และผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย ลดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ลดเหนียงใต้คางหรือลดคางสองชั้น

ทำ Hifu ยกกระชับใบหน้า แล้วจะรู้สึกเจ็บไหม ?

หลายคนพอได้รู้ว่าการทำ Hifu นั้นจะสามารถลงลึกได้ถึงชั้น  SMAS หรือ Superficial Musculo Aponeurotic System ซึ่งเป็นชั้นที่ทางการแพทย์ใช้ผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า ก็พากันไม่กล้าทำ เพราะกลัวเจ็บ แต่ที่จริงแล้วการทำ Hifu นั้นต่างจากการผ่าตัดหลายเท่า เพราะไม่จำเป็นต้องทายาชาก่อนทำด้วยซ้ำ แค่ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ทาเจ็บ ใช้การประคบเย็นเพื่อเตรียมผิวให้ก่อนทำก็สามารถทำได้ ในระหว่างทำอาจมีความรู้ จี๊ด ๆ ที่บริเวณผิวบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งผลระหว่างการทำจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

Hifu ยกกระชับ ทำได้บริเวณไหนบ้าง ?

– ริ้วรอยบริเวณหน้าผาก รอยเส้นยาว รอยพับย่นของหน้าผาก

– ริ้วรอยบริเวณระหว่างคิ้ว ปัญหาปมที่เกิดจากพฤติกรรมเช่นการ ขมวดคิ้ว ยักคิ้ว

– ริ้วรอยบริเวณหางตา ตีนกา หนังตาตก ให้รอบดวงตาดูสดใส ไม่หมองคล้ำ

– ริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก แก้ไขให้ดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นหลังทำ

– ยกคิ้ว ใช้ให้ดวงตาดูกลมโต สดใสมากยิ่งขึ้น

– คางสองชั้น แก้ไขปัญหาเหนียง คางจม ทำให้หน้าดูอ้วน กลม

– ยกมุมปาก แก้ไขปัญหาใบหน้าบูดบึ้ง มุมปากตก ให้ดูอมยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ

– ปรับโครงหน้า ให้หน้าดูเรียว มีมิติ เพิ่มความ V-shape ของใบหน้ามากยิ่งขึ้น

ข้อดีของการทำ Hifu ยกกระชับ

สำหรับการทำ Hifu นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่อง ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ร่องลึกบนผิวหน้า โดยไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ หรือผ่าตัด อีกทั้งราคาในการทำมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเมื่อเทียบเท่ากับการศัลยกรรม พร้อมทั้งสามารถทำการรักษาได้บ่อยครั้ง ในการรักษาไม่จำเป็นต้องฉีดยาชา หรือทายาชา เพียงแค่ใช้การประคบเย็น เพื่อเตรียมชั้นผิวให้พร้อมก่อนทำเท่านั้น หลังทำไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เพราะไม่มีบาดแผลใด ๆ หลังทำเสร็จ จะสามารถเห็นผลหลังทำได้ประมาณ 10 – 20% ทันที แก้ไขปัญหา ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เรียบเนียน โครงหน้าชัดขึ้น บริเวณที่ทำดูดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติตั้งแต่หลังทำทันที

ขั้นตอนการทำ Hifu ยกกระชับ

แพทย์จะทำการประเมินจำนวนช็อต และออกแบบรูปทรงของใบหน้าอย่างเหมาะสม จากนั้นจึงจะทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำ โดยแพทย์จะทำการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวนด์เข้าสู่บริเวณชั้นผิวของคนไข้ ระหว่างนี้อาจจะรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณผิวหนังชั้นบนเพียงเล็กน้อย แต่จะไม่ถึงขั้นรู้สึกเจ็บแต่อย่างใด

การเตรียมตัวก่อนทำ Hifu ยกกระชับ

– ควรเลือกคลินิก หรือ โรงพยาบาล ที่มีมาตรฐาน มีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำ Hifu

– ปรึกษาแพทย์เพื่อออกแบบใบหน้า และประเมิณจำนวนช็อตก่อนทำทุกครั้ง

– ตรวจเช็คสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หยุดทานอาหารเสริมประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา หรือยาแอสไพริน

– สตรีมีครรภ์ หรือ ให้นมบุตร ไม่ควรฉีด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา

วิธีปฏิบัติตัวหลังทำ Hifu ยกกระชับ

– สามารถทาครีมบำรุงผิวหน้า แต่งหน้าได้ตามปกติ

– ควรหลีกเลี่ยงการออกแสงแดดกลางแจ้งอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจน และ อิลาสตินเกิดการฟื้นฟูใต้ชั้นผิวได้อย่างเต็มที่

– ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ เพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นจากแสงแดด

– หลีกเลี่ยงการทำทรีทเมนต์ นวด ถู บริเวณหน้าอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์

Hifu ต้องทำกี่ช็อต กี่ครั้ง ถึงจะเห็นผล

สำหรับการทำ Hifu ที่หลายคนเกิดความสงสัยว่าจะต้องทำทั้งหมดกี่ครั้ง หรือ กี่ช็อต ทั้งนี้ผลลัพธ์หลังทำนั้นย่อมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ประเมิณปัญหาของแต่ละบุคคล เพราะใบหน้าย่อมมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย หรือ สภาพผิว ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการรักษาแทบทั้งสิ้น โดยการทำ Hifu หลังทำจะสามารถเห็นผลได้ในทันทีประมาณ 10 – 20% เพราะผิวจะเกิดการหดตัวของความร้อนจากคลื่นอัลตร้าซาวน์ และจะเห็นผลเต็มที่ใน 1 – 2 เดือน หลังจากทำ โดยเมื่อทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้น

Hifu สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้มั้ย ?

การทำ Hifu ยกกระชับ สามารถทำพร้อมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ เช่น ฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็ม ฉีดเมโสแฟตสลายไขมัน ฉีด/ร้อยไหม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดปัญหามากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในบางคน มีบริเวณร่องแก้มที่ลึกจนสามารถมองเห็นได้ชัด แพทย์จะแนะนำให้ทำร่วมไปกับการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีที่ชัดเจน แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แนะนำให้พบแพทย์เพื่อปรึกษาและออกแบบรูปหน้าก่อนทำทุกครั้ง

เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากได้อ่านทำความรู้จักกับเจ้า Hifu ยกกระชับใบหน้า แทบอยากจะจองคิวแพทย์ไปทำทันทีเลยมั้ยเอ่ย ? แต่สำหรับใครที่สนใจจะทำ Hifu ก็อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลก่อนทำเยอะ ๆ เลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแล ออกแบบใบหน้า และที่ขาดไม่ได้คือ คลินิก หรือ โรงพยาบาลที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย ไม่หลอกลวงนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วหลังทำ อาจจะเสียทั้งเงิน และเสียเวลาไปโดยใช่เหตุ สุดท้ายต้องมานั่งแก้ไขปัญหาระยะยาวตามหลังเอา จะได้ไม่คุ้มเสียนะคะ