Thermage ควรทำกี่ Shot ถึงจะเห็นผลชัดเจน

ปัจจุบันผิวของเราต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย ทั้งฝุ่นละอองและควัน รวมถึงสภาพอากาศต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งเร้าให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังทำให้เกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้อีกด้วย สาว ๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนยาน ไม่กระชับ รู้สึกผิวไม่แข็งแรง ก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไป เพราะมีวิธีการรักษาและแก้ปัญหานี้ได้อย่างปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ทั้งยังได้ผลลัพธ์ที่ดี วิธีนี้ก็คือ การทำ Themage ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และกระชับผิวให้เต่งตึง กลับมาสวยอย่างเดิมได้ แต่การจะทำ Themage ให้ได้ผลดีนั้น ต้องคำนึงถึงด้วยว่า Thermage ควรทำกี่ Shot ถึงจะได้ผลลัพธ์อย่างที่เราต้องการ

Themage คืออะไร?

การทำ Themage คือการใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) ที่ความถี่ 6 เมกะเฮิร์ต เพื่อกระตุ้นและส่งความร้อนผ่านผิวหน้าเข้าไปยังผิวในระดับลึกที่มีคอลลาเจนอยู่ โดยใช้หัวส่งคลื่นความถี่วางทาบลงบนผิวหน้าเบา ๆ คลื่นนี้จะช่วยให้คอลลาเจนที่หย่อนคล้อยไม่กระชับ ขาดการยืดหยุ่น กลับมาหดตัวและมีเกลี่ยวขึงเนื้อเยื่อของผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แข็งแรงขึ้น ลดริ้วรอย ร่องลึก โดยไม่ต้องผ่าตัด จึงดูอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอก

ใครบ้างที่เหมาะสำหรับการทำ Themage

Themage เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าย่อนคล้อย มีริ้วรอย ร่องแก้มลึก ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้า โดยไม่ทำศัลยกรรม หรือผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก ต้องการยกคิ้วหรือหางตา มีไขมันสะสมส่วนเกินบริเวณแก้ม คาง และใบหน้า รวมไปถึงผู้ที่ต้องการให้รูปร่างกระชับขึ้น ลดเซลลูไลท์ตามบริเวณต่าง ๆ อาทิ ต้นแขน ต้นขา รอบเอว หน้าท้อง และสะโพก ซึ่งช่วงอายุของผู้ที่เหมาะสมในการทำ ควรอยู่ระหว่าง 30-60 ปี เพื่อการรักษาที่ได้ผลสูงสุด ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีอายุมากเกินไป ผิวหย่อนคล้อยมาก ต้องให้แพทย์ประเมินถึงวิธีการทำที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคงูสวัด และสตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการทำ

Thermage ควรทำกี่ Shot

หลายคนที่มีความสนใจที่จะทำ Themage จะต้องมีคำถามในใจแน่นอนว่า Themage นั้นควรทำกี่ Shot ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึ่งจำนวน Shot ที่เหมาะสมกับใบหน้านั้น จะต้องดูตามปัญหาของแต่ละคน และจำนวน Shot นี่แนะนำคือ

– 400 Shot จะเหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากนัก แต่มีไขมันที่แก้มและคางเยอะ ต้องการมีกรอบหน้าที่ชัดเจน และรูปหน้าที่เล็กลง เมื่อยิงจำนวนช็อตนี้จะทำให้ไขมันลดลงและดูกระชับขึ้น

– 600 Shot เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปลาย ๆ ขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาหย่อนคล้อย แก้มห้อย ร่องแก้มลึก ต้องการให้ผิวที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้นทันที และต้องการให้ร่องแก้มตื้นขึ้น เมื่อยิงจำนวนช็อตนี้แก้มจะเล็กลงและกระชับยิ่งขึ้น กรอบหน้าชัด เป็นจำนวนช็อตที่แนะนำที่สุดสำหรับการเริ่มทำ เพราะจะเห็นผลชัดเจน

– 1200 Shot เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหามาก ผิวหย่อนคล้อยทั่วทั้งใบหน้าและบริเวณลำคอ จำนวนช็อตนี้จะช่วยยกกระชับทั้งผิวหน้าและลำคอ ให้ผิวแน่นขึ้น ฟูขึ้น ได้ผลลัพธ์อย่างสูงสุด

ทั้งนี้ จำนวน Shot ที่มากหรือน้อย นอกจากจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนแล้วนั้น ยังขึ้นอยู่กับเรื่องของค่าใช้จ่ายด้วย เพราะจำนวน Shot ที่มากขึ้น ก็หมายถึงราคาที่สูงขึ้น ซึ่งราคาจะคิดตามจำนวน Shot โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 100,000 บาท แล้วแต่สถานที่ให้บริการ

การทำ Themage คุ้มหรือไม่

การทำ Themage เป็นการรักษาเพียง 1 ครั้งก็เห็นผลในทันที ในเรื่องของการยกกระชับและดูเป็นธรรมชาติ หลังจากนั้นการเปลี่ยนแปลงจะค่อยเป็นค่อยไป และผลของการรักษาสามารถอยู่ในนานถึง 1-2 ปี จึงนับว่าเป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ให้ความคุ้มค่า เพราะทำเพียงครั้งเดียวก็สามารถดูอ่อนเยาว์ได้เป็นเวลานาน แต่สิ่งที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามในการรักษา ที่นอกไปจากเรื่องราคาแล้วนั้น ควรเข้ารับบริการในสถานที่ที่ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือ และดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ เพราะจำเป็นจะต้องใช้ความชำนาญในการทำอย่างมาก เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการรักษา และคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไป

ผลลัพธ์หลังการรักษาด้วย Themage จะอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลการรักษาด้วย Themage จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ เห็นผลทันทีหลังการรักษา โดยกรอบหน้าจะชัดขึ้น เนื่องจากคอลลาเจนมีการหดตัวหลังมีการได้รับคลื่นความถี่วิทยุ หลังจากนั้นจะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลการรักษาจะเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากทำไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน โดยจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวหน้ามีการยกกระชับขึ้น เรียบเนียน ริ้วรอยลดเลือนลง และจะคงอยู่สภาพแบบนี้ไปอีกราว ๆ 1-2 ปี ทำให้คุณมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ลง ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ได้นั้น จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน รวมไปถึงการดูแลและการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

ความรู้สึกขณะทำ Themage

ขณะทำการรักษาคนไข้จะมีความรู้สึกแบ่งเป็น 3 ช่วงด้วยกันคือ

  1. รู้สึกเย็นสบายที่ผิว เนื่องจากแพทย์ผู้ทำการรักษาจะใช้เจลที่มีความเย็นเพื่อปกป้องผิวหนังชั้นบน
  2. รู้สึกถึงความสั่นที่บริเวณผิว เมื่อเครื่องมือแตะที่ผิวในตำแหน่งที่ทำการรักษา
  3. รู้สึกร้อนสลับเย็นที่บริเวณผิว ซึ่งเป็นความรู้สึกที่พลังงานคลื่นวิทยุ RF ถูกส่งผ่านผิวหนังไปยังผิวชั้นลึกลงไป เกิดเป็นความร้อนที่จะทำให้ผิวยกกระชับขึ้น หากรู้สึกร้อนในระดับที่ทนได้ คือระดับ 2-2.5 จะให้ผลในการรักษาตามที่ต้องการ แต่หากรู้สึกร้อนเกินกว่าจะรับได้ หรือรู้สึกแสบบริเวณที่ทำ คือระดับ 3-4 นั่นแปลว่าร้อนมากเกินไป แม้ว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าระดับอื่น แต่จะส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่าย

การดูแลตัวเองหลังทำ Themage

เนื่องจากการทำ Themage ไม่มีแผลผ่าตัด จึงทำให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวัน หรือไปทำงานได้ตามปกติ เพียงแต่ควรดูแลผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการทาครีมบำรุง และครีมกันแดด ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ๆ ที่จะเป็นตัวการในการทำร้ายผิว

อาการไม่พึงประสงค์ของการทำ Themage ที่อาจเกิดขึ้นได้

  1. อาจมีอาการเจ็บขณะทำ แต่สามารถลดอาการเจ็บปวดได้จากการทายาชาในบริเวณที่จะทำ ก่อนการทำ 1 ชั่วโมง
  2. อาจมีอาการชาชั่วคราวได้
  3. หลังทำ อาจมีสีผิวที่เข้มขึ้นได้บ้าง แต่จะค่อย ๆ จางลงและหายไปเอง
  4. ในบางรายอาจมีอาการบวม แดง หรือแสบร้อนเล็ก ๆ แต่อาการจะไม่รุนแรง ส่วนมากจะหายได้เอง และพบได้น้อยมาก
  5. อาจมีตุ่มน้ำใส ๆ หรือสะเก็ดเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ในบางคน ที่บริเวณกรอบหน้าหรือช่วงแก้ม ซึ่งเป็นอาการปกติหลังทำ Themage เนื่องจากมีการยิงในพลังงานที่สูง ซึ่งรอยต่าง ๆ นี้ จะหายได้เองใน 5-7 วัน และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้แต่อย่างใด

หากใครมีความสนใจที่จะทำ Themage นั้น ขอให้ศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจทำ รวมถึงปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษา และการเลือกว่าควรทำกี่ Shot ถึงจะเหมาะสมกับปัญหาของสภาพผิวของตนเอง ก็ควรให้แพทย์เป็นผู้แนะนำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และตรงกับความต้องการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ต้องไม่ลืมที่จะใส่ใจในการเลือกสถานประกอบการในการทำ ควรเลือกสถานที่ที่มีใบอนุญาต และเลือกทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง แม้ว่าเราจะหยุดยั้งอายุและกาลเวลาไม่ได้ แต่เราสามารถหยุดอายุของใบหน้าเราได้ ให้คงความอ่อนเยาว์ไว้ตลอดกาล หยุดความหย่อนคล้อยและริ้วรอยต่าง ๆ เอาไว้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Themage กับนวัตกรรมจากอเมริกา ที่นอกจากจะปลอดภัยและไม่เจ็บตัวแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าของคุณให้กลับมาสวยสดใส เต่งตึง คงความเยาว์วัย และไม่ต้องพบกับปัญหาผิวหย่อนคล้อยอีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

อยากรู้ไหมว่า ทำ Ulthera กี่วันเห็นผล?

ปัญหาผิวหน้ามีริ้วรอยและหย่อนคล้อยไปตามกาลเวลานั้น เป็นปัญหาที่หลายคนประสบอยู่ แต่ในยุคนี้ที่มีเทคโนโลยีมากมาย ให้เรากลับมามีผิวเด็กแบบโกงอายุได้ไม่ยาก ด้วยการทำอัลเทอร่าหน้าเด็ก หนึ่งในนวัตกรรมการยกกระชับผิวปรับรูปหน้าด้วยอัลตร้าซาวด์ เพื่อคืนคอลลาเจนให้กับผิว กลับมาเต่งตึงและย้อนวัยได้อีกครั้ง แต่หลายคนคงมีข้อสงสัยว่าการทำ Ulthera นั้นต้องทำกี่วันถึงจะเห็นผล แล้วการทำ Ulthera ช่วยให้หน้าเด็กลงได้จริงหรือไม่ เรามีคำตอบมาให้แล้ว

การทำ Ulthera คืออะไร

Ulthera ไม่ใช่การผ่าตัดศัลยกรรมและไม่ใช่การทำเลเซอร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความถี่สูง โดยหลักการทำงานคือ จะปล่อยคลื่นออกมาเป็น dot เล็ก ๆ ที่ผิวหนังในชั้นที่เฉพาะเจาะจงลงไปในผิวชั้นลึก รู้สึกคล้ายมีการเย็บผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับขึ้น เพราะมีการยิงจุดเล็ก ๆ  และมีระยะห่างเท่า ๆ กัน คือ 1-1.5 มิลลิเมตร เรียงเป็นแนวต่อเนื่อง ทำให้ได้ผลการรักษาที่แน่นอนกว่า มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง สามารถทำได้กับทุกสีผิว อีกทั้งคลื่นเสียงนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยจาง รู้สึกผิวตึงเหมือนผิวเด็ก ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษานั้นได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมจากหลายประเทศทั่วโลก

การรักษาด้วย Ulthera ปลอดภัยหรือไม่

Ulthera เป็นการรักษาที่ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ถึง 50 ปีแล้ว ซึ่งพัฒนาและปรับปรุงมาจากอัลตร้าซาวด์ที่เรารู้จักกันดี โดยมีการใช้ในแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และแพทย์ผิวหนังหลาย ๆ ประเทศ มานานกว่า 12 ปี ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) ว่าสามารถยกกระชับตาและใบหน้าได้จริง ทั้งยังมีความปลอดภัยสูงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงมั่นใจได้ในการเข้ารับการรักษา

มีอาการข้างเคียงหลังจากทำ Ulthera หรือไม่

อาการข้างเคียงจากการทำพบได้น้อยมากจนถึงอาจจะไม่พบเลยในบางราย สามารถกลับไปทำงานได้ทันที และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยที่ไม่ต้องนอนพักฟื้นแต่อย่างใด ในบางรายอาจพบอาการข้างเคียงหลังทำเพียงเล็กน้อย เช่น ใบหน้าอาจมีอาการบวมหรือแดงสักระยะหนึ่ง ราว ๆ 2-10 วัน และจากนั้นจะทุเลาลงและหายได้เอง

การทำ Ulthera นั้น กี่วันถึงจะเห็นผล

จุดเด่นของการทำ Ulthera คือการ Lifting หรือการยกกระชับผิว ความรู้สึกหลังทำอัลเทอร่าทันทีคือจะรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ที่ผิวลึก ๆ เนื่องจากผิวหน้าเราถูกกระตุ้นและยกตัวขึ้นจากการที่ชั้น SMAS หดตัว ผิวที่หย่อนคล้อยดูยกกระชับขึ้นประมาณ 20% และกรอบหน้าชัดขึ้น

– หลังจากทำได้ 3 วัน ผิวจะรู้สึกได้ถึงการกระชับที่มากขึ้น ผิวมีความแน่น เนื้อแก้มที่ห้อยย้อยเริ่มยกตัวขึ้น ผิวดูฟู เด้ง มีความยืดหยุ่น ร่องแก้มและร่องใต้ตาตื้นขึ้นค่อนข้างชัด

– หลังจากทำได้ 7 วัน ผิวหน้าเริ่มยกอย่างชัดเจนขึ้น เนื้อแก้มที่ห้อยตกเริ่มยกกระชับกว่าเดิม กรอบหน้าเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผิวดูมีน้ำมีนวลสดใส

– หลังจากทำได้ 1 เดือน ผิวจะกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องน้ำหมาก ลดลงอย่างชัดเจน ใบหน้าเริ่มดูอ่อนเยาว์ลงกว่าก่อนทำ

– หลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน จะเห็นผลชัดเจนที่สุด เนื่องจากคอลลาเจนที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นใหม่ จะถูกสร้างออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใน 3 เดือน โครงสร้างผิวจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ ผิวที่ค่อนข้างเหี่ยวและคล้อยจะดูตึงและกระชับมากขึ้น และคงสภาพอยู่ยาวนานกว่า 1-2 ปี

ซึ่งนอกจากการทำ Ulthera จะทำให้ผิวที่ห้อยย้อยกลับมาเต่งตึงกระชับ กรอบหน้าคมชัดขึ้นแล้วนั้น ยังทำให้ผิวใส มีออร่า และดูอ่อนวัยไปอีกหลายปี ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย สวยจากภายในสู่ภายนอก

การทำ Ulthera ดีจริงไหม?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัย ซึ่งการทำ Ulthera นั้น มีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มากมายว่าได้ผลดี และการทำ Ulthera ก็เป็นนวัตกรรมยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรมหรือพักฟื้น ส่วนผลลัพธ์ที่ได้นั้น การทำ Ulthera ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้จริง แต่มีปัจจัยที่สำคัญคือ จะต้องทำกับเครื่องมือแท้ที่นำเข้าจากอเมริกา และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญในเครื่องมือเท่านั้น ถึงจะได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดี

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่อง Ulthera ที่ใช้เป็นของแท้หรือของปลอม

เมื่อการจะทำ Ulthera  ให้ได้ผลที่ดีแล้วนั้น จำต้องขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้ด้วย เพราะ Ulthera เป็นหัตถการที่เป็นที่นิยม ทำให้มีเครื่องปลอมในท้องตลาด ซึ่งจะมีหน้าตาคล้ายกันแต่ผลิตมาจากประเทศจีน มีราคาถูกกว่าของแท้มาก แต่เสี่ยงต่ออันตรายและผลลัพธ์ที่ได้ เราสามารถสังเกตคร่าว ๆ ได้ว่าเครื่องแท้นั้นจะต้องเป็นอย่างไร ดังนี้

  1. เครื่องอัลเทอร่าแท้จะมีขนาดประมาณหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ประกอบด้วยตัวเครื่องที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หัวยิง และแฮนพีช
  2. หน้าจอเครื่องจะต้องเป็นแบบ Real Time คือแพทย์สามารถเห็นชั้นผิวของเราได้ขณะที่ทำ
  3. เพื่อผลการรักษาที่ดี ควรจะเป็นเครื่องที่นำเข้าอย่างถูกต้องจากบริษัท Merz Asthetic ที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเครื่อง Ulthera เพียงรายเดียวในประเทศไทย ซึ่งเราสามารถเข้าเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่อง Ulthera แท้ได้โดยตรง
  4. ที่สถานพยาบาลหรือสถานประกอบการ หากมีการใช้เครื่องแท้อย่างถูกต้อง จะต้องมีสัญลักษณ์คริสตัล Ultherapy ใบประกาศ (Certificate of Authenticity) และโล่ ตั้งไว้ยังสถานพยาบาลนั้น ๆ อย่างชัดเจน เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตี

Ulthera มีกี่แบบ

ในความเป็นจริงแล้วนั้น อัลเทอร่ามีเพียงแบบเดียว เพียงแต่ได้มีการอัพเกรดหัวอัลเทอร่าแบบใหม่ให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมถึงทำให้มีอาการเจ็บในขณะทำน้อยลงด้วยนั่นเอง สำหรับชนิดของหัวอัลเทอร่าที่ใช้กันนั้น จะแบ่งตามบริเวณผิวที่ต้องการยกกระชับ โดยมี 3 หัวด้วยกันคือ

– หัวขนาด 1.5 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้

– หัวขนาด 3.0 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นไขมัน รอบดวงตา และบริเวณหน้าผาก

– หัวขนาด 4.5 mm. ใช้สำหรับผิวชั้นกล้ามเนื้อ แก้ม เหนียง และลำคอ

ข้อดีและข้อเสียของการทำ Ulthera

ข้อดีของ Ulthera

  1. สามารถยกกระชับหน้าได้ทุกช่วงอายุ แม้อายุ 45 ปีก็เห็นผล
  2. หลังจากทำแล้ว อยู่ได้นานกว่าเมื่อเทียบกับการทำ Thermage และ Hifu
  3. เนื่องจาก Ulthera เป็นการใช้คลื่นพลังงานความร้อนที่สามารถส่งตรงไปยังเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการแก้ปัญหาได้อย่างเฉพาะเจาะจง จึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูง
  4. นอกจากจะช่วยให้ใบหน้ากลับมากระชับแล้ว ยังช่วยลดจุดด่างดำต่าง ๆ ผิวเรียบเนียนและใสขึ้น ให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

ข้อเสียของ Ulthera

  1. ขณะทำการรักษาเพื่อปล่อยคลื่นลงบนผิวนั้น อาจทำให้รู้สึกอุ่นที่ใต้ผิวหนัง และอาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงลงบนผิว แต่แพทย์จะใช้ยาชาทาในบริเวณที่จะรักษาก่อนทำการรักษา เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าวได้
  2. ในบางรายอาจมีรอยแดงเกิดขึ้นได้บ้าง แต่จะหายเป็นปกติภายใน 1 ชั่วโมง
  3. บางรายอาจพบรอยบวมหรือเขียว แต่สามารถหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน
  4. มีราคาค่อนข้างสูง

การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีการทำ Ulthera นั้น จัดได้ว่าเป็นอีกวิธีที่ปลอดภัยสูง และได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นที่นิยม แต่เทคโนโลยีต่าง ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ต้องมีระยะเวลาของผลลัพธ์ การทำ Ulthera ก็เช่นกัน แม้ว่าจะรู้สึกผิวตึงได้ในทันทีหลังทำ แต่เพื่อผลลัพธ์ที่สูงสุด ก็ต้องใช้เวลาราว ๆ 3-6 เดือน ถึงจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจทำสามารถศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสีย รวมถึงระยะเวลาในการติดตามผล เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนทำ และเลือกเทคโนโลยีในการแก้ปัญหารูปหน้าหรือผิวหน้าให้ตรงกับความต้องการของตนเองมากที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ให้คุณเปลี่ยนมาเป็นคนใหม่ ที่สวยสดใส หน้าตึงได้ทุกช่วงวัย เหมือนโกงอายุ

 

ต้องทํา Thermage กี่ครั้งถึงจะเห็นผล

ด้วยวันเวลาที่ผ่านไปทำให้ผิวพรรณมีความหย่อนคล้อยตามวัยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการรักษาผิวให้กระชับขึ้นก็ทำได้ยาก ถึงแม้ว่าจะมีครีมมากมายหลายแบรนด์ที่ผลิตออกมาเพื่อช่วยมนการบำรุงผิวแต่ก็ยังไม่พบว่ามีครีมชนิดใดที่จะช่วยแก้ปัญหาที่จะคืนความกระชับให้แก่ผิวจนลึกถึงชั้นโครงสร้างผิวได้ปัจจุบันจึงได้มีนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่าการทำ  Thermage  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ให้ผลลัพธ์ได้ดีอย่างน่าพึงพอใจโดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม

หลายคนที่กำลังมองหาตัวช่วยในการกระชับผิวอย่างล้ำลึกการทำ Thermage ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีให้แก่คุณ แต่แน่นอนว่าบางคนที่สนใจจะทำ Thermage ยังคงมีความกังวลหลายอย่าง เช่น ทำแล้วจะเห็นผลลัพธ์จริงหรือ, ทำแล้วจะเป็นอันตรายหรือไม่, ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล เป็นต้น เราจึงจะมาให้ข้อมูลเพื่อช่วยคลายความกังวลให้แก่คุณแต่ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องผลลัพธ์เราควรที่จะมาทำความรู้จักกับ Thermage กันเสียก่อน

Thermage คืออะไร

Thermage เป็นการใช้ความถี่ของคลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว ซึ่งนำมาใช้กระตุ้นได้ลึกลงตั้งแต่ชั้นหนังแท้ (Dermis) จนถึงชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) โดยคลื่นนี้จะช่วยให้คอลลาเจนที่หย่อนคล้อยไม่กระชับกลับมาหดตัว ผิวที่ถูกทำปฏิกริยาด้วยคลื่นของThermage จะกลับมามีเกลียวขึงเนื้อเยื่อให้มีความยืดหยุ่นและกระชับได้ดีอีกครั้งถือเป็นการยกกระชับได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย และลดริ้วรอยโดยไม่ต้องผ่าตัดอีกทั้งผิวในบริเวณที่ทำ Thermage จะดูมีน้ำมีนวลเต่งตึงขึ้นอีกด้วย

วิธีการทำงานของ Thermage

Thermage จะมีพลังงานคลื่นวิทยุที่มีกระบวนการส่งความร้อนอย่างสม่ำเสมอโดยความร้อนนี้จะไปทำให้โครงสร้างใต้ผิวหนังกระชับตัวดีขึ้นอีกทั้งในระยะต่อมาก็จะทำให้ผิวของคุณสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผิวมีความแข็งแรงและนุ่มนวลช่วยลดร่องรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ รูขุมขนเล็กลงแลดูอ่อนเยาว์จากภายในสู่ภายนอกซึ่งการทำงานของ Thermage จะใช้เวลาทำเพียงแค่ครั้งละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

การยกกระชับหน้าในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายวิธี แต่ที่เป็นที่นิยมคือการ ยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยอาศัยคลื่นพลังงาน ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว หรือทำให้เยี้อกล้ามเนื้อผิวกลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง พลังงานที่ว่านี้ คือพลังงาน Thermage ซึ่งใช้พลังงาน Radio Frequency คล้ายคลื่นวิทยุ ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

Thermage เหมาะสำหรับใคร

ในการทำ Thermage จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยมีริ้วรอยร่องแก้มลึกผู้ที่มีหนังตาตกต้องการยกคิ้วหรือยกหางตาขึ้นหรือต้องการที่จะกระชับหนังตาบน ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำไม่สดใสมีริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก แก้มและริมฝีปาก ผู้ที่มีปัญหาผิวเหี่ยวย่นบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และมือรวมไปถึงผู้ที่มีผิวไม่เรียบเนียนเป็นเซลล์ลูไลท์ก็สามารถทำ Thermage ได้ทั่วทั้งบริเวณผิวหน้าและลำตัวหรือแม้กระทั่งคุณแม่ที่ผ่านการคลอดบุตรและต้องการให้ผิวหน้าท้องให้กลับมากระชับเหมือนเดิมหรือผู้ที่เข้ารับการดูดไขมันแล้วพบว่าบางส่วนยังไม่กระชับก็สามารถทำได้เช่นกัน

แล้ว Thermage ควรทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

การทำ Thermage นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ได้ผลคุ้มค่าพอสมควรเพราะทำเพียง 1 ครั้งก็สามารถเห็นผลลัพธ์ว่าผิวดูอ่อนเยาว์ลง ผิวดูยกกระชับขึ้นทันทีเนื่องจากคอลลาเจนหดตัว ประมาณ 20-30% หลังการทำ Thermage ในบางคนจะเห็นผลทันที และสังเกตผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้นในเดือนที่ 2 – 3 โดยจะมีอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผิวจะสร้างคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องและยกกระชับได้ดีในเดือนที่ 6 แล้วคงอยู่สภาพนี้ประมาณ 1 – 2 ปี ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้ถึง 5 – 15 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลรวมไปถึงการใช้ชีวิต การรับประทานอาหารและการบำรุงผิวในแต่ละบุคคลด้วย

แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและต่อเนื่องนั้นควรที่จะทำ Thermage ปีละ 1 ครั้งเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวเดิมให้ดีขึ้นและทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ และเพื่อเป็นการชะลอวัยในระยะยาวซึ่งนี่ถือได้ว่าเป็นข้อดีที่มีความแตกต่างจากการบำรุงอย่างอื่น เช่น การร้อยไหม การโบท็อกซ์หรือการเลเซอร์ทั่วไปที่อาจจะต้องกลับไปทำซ้ำ ๆ  3 – 4 ครั้งจึงจะเห็นผลชัดเจนฉะนั้นหากต้องการผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่ต้องกลับไปทำซ้ำอีกเราก็ควรที่จะบำรุงดูแลผิวของตัวเองอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หลังทำ Thermage ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง
  2. หลังทำ Thermage ไม่ต้องพักฟื้น ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 30+ ขึ้นไปควบคู่กันเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
  3. ควรหยุดพักทำ Treatment หรือ Laser อื่น ๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์
  4. ไม่ใช้น้ำร้อนล้างหน้า ทำสตรีมซาวด์น่าหรือนวดหน้าด้วยความร้อนในวันแรกหลังทำการรักษาและหลังทำ 1 สัปดาห์
  5. อาจมีรอยแดงเล็กน้อยหลังจากทำควรประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทารอยแดงให้จางหายไปและรอยจะค่อย ๆ จางลงเองภายใน 1-3 ชั่วโมง

หากปฏิบัติตามเพียงเท่านี้หลังทำ Thermage เพียงแค่ครั้งเดียวคุณก็จะมีผิวที่กระชับไม่หย่อนคล้อยและไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ อาจจะไม่ต้องกลับไปทำซ้ำอีกหลายรอบทั้งนี้ผลลัพธ์ของการทำ Thermage ที่ได้นั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วยหากสภาพผิวของคุณมีปัญหาที่ต้องรักษามากก็อาจจะต้องทำ 2 ครั้งต่อปี แต่ถ้าหากสภาพผิวไม่มีปัญหามากจนเกินไปก็ทำเพียงแค่ 1  ครั้งต่อปีดังนั้นก่อนตัดสินใจทำควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้มั่นใจก่อนเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีตรงตามความต้องการ

ข้อควรระวังในการทำ Thermage

บุคคลที่ห้ามทำ Thermage ได้แก่ผู้ป่วยที่ติดอุปกรณ์เกี่ยวกับหัวใจหรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคงูสวัด รวมทั้งสตรีที่กำลังตั้งครรภ์และอยู่ระหว่างให้นมบุตรเนื่องจากอาจจะได้รับคลื่นวิทยุจากเครื่อง Thermage ทำให้เกิดอันตรายต่อบุคคลเหล่านี้ได้

หลังทำ Thermage เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

  1. Thermage จะช่วยยกกระชับใบหน้าและลดเลือนริ้วรอยโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดอีกทั้งยังไม่มีบาดแผลจากการทำอีกด้วย
  2. Thermage จะช่วยทำให้คอลลาเจนและอิลาสตินหดตัวในชั้นผิวหนังแล้วไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่
  3. Thermage จะยกกระชับผิวหนังหย่อนคล้อยของใบหน้า คอ หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
  4. Thermage ช่วยให้รูปหน้าเรียวเล็ก ได้สัดส่วน ลดร่องแก้ม แก้ไขแก้มหย่อนคล้อย เนื่องจากปัญหาไขมันสะสมถูกกำจัดไป
  5. Thermage ช่วยลดเหนียง ลดถุงใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตาและเปลือกตาลดลง ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยขึ้น
  6. Thermage ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวหนัง พร้อมคงความอ่อนเยาว์ให้ผิวเนียน นุ่ม
  7. Thermage ช่วยให้ผิวมีความสมบูรณ์ดีมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากได้รับการฟื้นฟูลงลึกถึงระดับเซลล์

หลังรักษาด้วย Thermage มีผลข้างเคียงหรือไม่

Thermage เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยไม่ต้องผ่าตัดหลังรักษาจะพบผลข้างเคียงน้อยมากส่วนใหญ่อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นก็จะไม่รุนแรง เช่น มีรอยแดง บวม รอยนูน รอยพอกแสบร้อนเล็ก ๆ บริเวณผิวหนังไม่เรียบซึ่งเป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก อาการข้างเคียงจากการทำ Thermage ส่วนใหญ่จะหายไปโดยไม่มีอาการแทรกซ้อนแต่อย่างใดสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวเมื่อทำเสร็จก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

และนี่ก็คือข้อมูลที่จะเป็นคำตอบให้กับผู้ที่กำลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำ Thermage ว่าควรจะทำกี่ครั้ง และเมื่อทำ Thermage นั้นผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร หวังว่าผู้ที่กำลังจะตัดสินใจทำ Thermage หรือผู้ที่ทำแล้วอยากที่จะทำซ้ำอีกก็ให้นำข้อมูลที่ให้ไปข้างต้นไปพิจารณาและปฏิบัติตามเพื่อผลลัพธ์ของผิวที่ดีในอนาคต

 

 

 

 

 

Ulthera กับ Thermage ต่างกันอย่างไร แล้วทำอะไรดีกว่ากันนะ?

เรียกได้ว่ากินกันไม่ลงจริง ๆ กับสองนวัตกรรมยกกระชับที่อย่าง Ulthera กับ Thermage เพราะทั้งสองขึ้นชื่อได้ว่าเป็นที่สุดแห่งวงการหน้าเรียว ยกกระชับ เลยก็ว่าได้ ทำให้หลายคนก็ต่างพากันศึกษาหาข้อมูลว่าทั้งสองอย่างมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วทำอะไรจะดีกว่ากันแน่ วันนี้ไม่ต้องไปนั่งหาข้อมูลที่อื่นเองให้ยุ่งยาก เพราะเราได้รวบรวมข้อมูลของทั้ง Ulthera และ Thermage มาไว้ในที่เดียว สำหรับใครที่อยากมีใบหน้าสวย เรียว โบกมือลาให้กับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนนุ่มเด้งอีกครั้งหนึ่ง ขอเตือนเลยว่าห้ามพลาดเป็นอันเด็ดขาด

Ulthera ที่สุดแห่งเทคโนโลยียกกระชับ นวัตกรรมใหม่สุดฮิต

Ulthera ยกกระชับ คือนวัตกรรมแห่งการยกกระชับด้วยคลื่นเสียงที่มีความถี่ในระดับสูงอย่าง Ultrasound โดยจะส่งคลื่นพลังงานที่มีขนาดเล็ก ๆ ลงไปถึงผิวในระดับลึก เพื่อแก้ไขปัญหาบริเวณใบหน้าได้อย่างครบถ้วนหมดจด โดยการรักษาด้วย Ulthera ยกกระชับนั้น จะสามารถลงลึกไปขั้นสุดถึงชั้นผิวกล้ามเนื้ออย่างระดับ Smas (Superficial MusculoAponeurotic system) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่คุณหมอผ่าตัดศัลยกรรมหลายท่าน ใช้เย็บในการผ่าตัดดึงหน้าเพื่อยกกระชับให้หน้าเต่งตึงนั่นเอง ดังนั้นการทำ Ulthera ที่สามารถลงลึกไปได้ถึงระดับ SMAS นั้นจึงสามารถเห็นผลการเปลี่ยนได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ที่สำคัญหลังทำยังไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย ทำให้ Ulthera จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ใครต่อใครหลายคนที่ชื่นชอบการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอเลือกใช้

Ulthera ยกกระชับ ฟื้นฟูความหย่อนคล้อย พร้อมเรียกคืนผิวเด็กนุ่มเด้ง

การทำ Ulthera ยกกระชับ นั้นนอกจากผลลัพธ์จากการยกกระชับ ที่สามารถลงไปในชั้นผิวกล้ามเนื้ออย่าง SMAS (Superficial MusculoAponeurotic system)  แล้วนั้น ยังช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน และ อิลาสติน ให้กลับคืนมาอีกด้วย เหมาะอย่างสำหรับผู้มีวัยกำลังเข้าเลข 3 ขึ้นไป เพราะเมื่ออายุยังน้อย การฟื้นฟูของคอลลาเจน ยังสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อย ๆ แต่เมื่ออายุเข้าสู่วัยเลข 3 แล้วการสร้างคอลลาเจนใหม่ ก็เข้าสู่ในภาวะถดถอย การสร้างคอลลาเจนก็จะเสื่อมลงไปในทุก ๆ วัน ซึ่งนั่นก็จะส่งผลให้ผิวเกิดความแห้งกร้าน ขาดความชุ่นชื้น เวลาลูบสัมผัสก็อาจทำให้รู้สึกสะดุด ขาดความเรียบเนียนนั่นเอง นอกจากนี้ คอลลาเจน ก็สามารถเกิดความสูญเสียได้จากปัจจัยภายนอกอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น แสงแดง มลภาวะทางกาศ ฝุ่นละอองต่าง ๆ ก็อาจทำให้สูญเสียคอลลาเจนก่อนวัยอันควรได้ ดังนั้นการทำ Ulthera ถือเป็นการตอบโจทย์ได้ในหลายวัย ๆ ด้วยกัน เพราะสามารถกระตุ้นคอลลาเจน ให้กลับมาทำงาน ฟื้นฟูใต้ผิวได้อีกครั้ง ส่งผลให้มีความนุ่มลื่น ชุ่มชื้น ดูเด้งเนียนหน้าเด็ก

Ulthera ยกกระชับ สามารถแก้ไขปัญอะไรได้บ้าง

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวที่มีความหย่อนคล้อย ไร้ความกระชับ ขาดความเต่งตึง

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาคิ้วตก คิ้วแคบ

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาหางตาตก

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาโครงสร้างของใบหน้า เช่น มีใบหน้าไม่เท่ากัน ใบหน้าไม่สมส่วน

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิว ขาดความยืดหยุ่น ดูแก่กว่าวัยอันควร

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหารูขุนขมกว้าง ต้องการความเรียบเนียน

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาเหนียง คางสองชั้น

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผิวหนังเหี่ยวย่น บริเวณลำคอ

– เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาเหี่ยวย่น ใต้ตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า

Ulthera ยกกระชับ ทำแล้วจะปลอดภัยจริงหรือ?

พอได้ฟังสรรพคุณการแก้ไขปัญหาของ Ulthera ยกกระชับ แล้วหลายคนก็ต่างพากันไปแก้ปัญหาใบหน้าของตัวเองให้กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง แต่ก็ยังอดที่จะกังวลไม่ได้ว่า Ulthera ยกกระชับ นั้นจะปลอดภัยจริงหรือไม่ สำหรับการทำ Ulthera นั้น ถือเป็นนวัติกรรมใหม่ ที่มีความสามารถพิเศษในการแก้ปัญหาได้อย่างหมดจด โดยจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อพื้นผิวอื่น ๆ ในบริเวณรอบข้างของการทำ ทำให้ผู้รักษาสามารถไว้วางใจในความปลอดภัยขณะรักษา โดยเฉพาะคลื่นเสียงที่มีลักษะจำเพาะของ Ulthera อย่าง Foucused Ultrasound ที่เป็นพลังส่งลงไปในชั้นผิวที่อยู่ลึกที่สุด เป็นคลื่นเสียงเดียวกับที่ใช้ Ultrasound บุตรในสตรีมีครรภ์ พร้อมยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอย่าง FDA ที่ให้การยอมรับผลลัพธ์หลังทำของ Ulthera ไว้ว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

Thermage อีกหนึ่งตัวแม่แห่งวงการ ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย

Thermage นวัตกรรมเพื่อการยกกระชับ พร้อมสลายไขมันส่วนเกิน ที่ยืนหนึ่งมาอย่างยาวนานในวงการ ยกกระชับ นั่นเอง โดย Thermage คือเทคโลโยความถี่ของคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ที่เป็นการรักษาแบบขั้นเดียว จึงสามารถเจาะจงตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำ สามารถลงลึกได้หลายชั้น ไล่ไปตั้งแต่ชั้นหนังแท้ Dermis และลงลึกไปจนถึงชั้นใต้ผิวหนังที่อยู่ในบริเวณกล้ามเนื้ออย่าง SMAS (Superficial MusculoAponeurotic system) เป็นชั้นที่เทียบเท่ากับการรักษาด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม เช่น การดึงหน้า เลยทีเดียว โดยการส่งคลื่นนั้น จะช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของคอลลาเจนได้อีกด้วย เนื่องจากการสร้างตัวของคอลลาเจนนั้น มีการหมดอายุได้ในวัยที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ในบริเวณที่ได้รับการรักษา เกิดความยืดหยุ่น ผิวเนียน นุ่ม ชุ่มชื้นได้อีกครั้งหลังทำ

Thermage แก้ไขปัญหาใดได้บ้าง?

  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาใบหน้าขาดความกระชับ ช่วยให้ใบหน้าดูเรียว มีมิติได้โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัด
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาผิวให้เกิดความเรียบเนียน เนียนเด้ง เต่งตึงอีกครั้ง
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอย ตีนกา รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา ที่ให้ใบหน้าขาดความสดใส
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาหางตกตก ให้ดูกระชับ สวยชวนมอง
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหามุมปากตก ริ้วรอยจากร่องน้ำหมาก
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาแก้มเยอะ แก้มป่อง ลดน้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถลดได้
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาคางสองชั้น เหนียงบาน จนหน้าดูอ้วนกลม
  • Thermage สามารถแก้ไขปัญหาเนื้อส่วนเกินในบริเวณแนวขอบกรามเยอะ จนขาดความมั่นใจ

ผลลัพธ์หลังทำ Thermage เป็นอย่างไร ?

หลังการักษาด้วย Thermage อาจมีความรู้สึกร้อน ไม่สบายตัวบ้างแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยจะไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด โดยภาวะการเกิดความร้อนนั้นถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการทำอย่างยิ่ง เพราะความร้อนนั้นจะช่วยเร่งการยกกระชับ และกระตุ้นคอลลาเจนให้เกิดใหม่อย่างเห็นผลสูงสุด ส่งผลให้ใบหน้ามีการฟื้นฟูของคอลลาเจนเกิดใหม่อีกครั้ง จนได้คอลลาเจนที่สมบูรณ์ แข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่จะสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ในทันทีหลังทำตั้งแต่ครั้งแรก โดยผิวจะดูยกกระชับและเข้ารูปมายิ่งขึ้น โดยผลการรักษาจะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่าง แต่ผลลัพธ์หลังทำจะชัดเจนขึ้นเมื่อเข้าประมาณเดือนที่ 6 และสามารถอยู่ได้นาน 1 – 2 ปี โดยขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำ และการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดทั้งมวลแนะนำให้ทุกคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ว่าจะเลือก Ulthera หรือ Thermage เข้ามาปรึกษากับคุณหมอ เพื่อประเมินใบหน้าของตนเอง ว่ามีความจำเป็นต้องแก้ปัญหาในจุดใดบ้าง และต้องเข้ารับการรักษาด้วย Ulthera หรือ Thermage นั่นเอง เพื่อการรักษาที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนที่สุดกับคนไข้ โดยสำหรับการทำ Thermage แนะนำว่าเหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าปริมาณเยอะ และต้องการความกระชับในบริเวณเหนียงใต้คอ คางสองชั้น หรือบริเวณแก้มที่ความหย่อนคล้อยมาก และในส่วนของ Ulthera นั่นเหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมไม่มากนัก แต่มีภาวะผิวหนังมีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ต้องการความเต่งตึงให้กับใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวในบริเวณรอบดวงตา หรือ คิ้ว