Ulthera กี่ช็อตถึงได้ประสิทธิภาพ

Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร

Ulthera (อัลเทอร่า) คือ นวัตกรรมที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงทีี่มีความเฉพาะเจาะจง (Focused Ultrasound) ทำงานโดยส่งผ่านพลังงานขนาดเล็กจำนวนมากด้วยความแม่นยำ ตรงเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก ( Selective delivery of acoustic energy ) ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ในเคสที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก แต่ได้ผลเทียบเคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า เป็นเครื่องมือแพทย์หนึ่งเดียวที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิว ( Tissue lifting ) ลดริ้วรอย โดยระหว่างที่ทำการยกกระชับด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) พลังงานที่นำส่งลงไป จะไปทำการกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง  โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บกับผิวหนังด้านบน ไม่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองแม้กระทั่งผิวที่แพ้ง่าย และไม่มีผลแม้จะโดนแสงแดดทันทีหลังจากทำการรักษา ผลจากการทำ Ulthera (อัลเทอร่า) จะเห็นชัดเจนตั้งแต่ 2-3 เดือนแรก และจะคงประสิทธิภาพอยู่นานถึง 1 ปี แพทย์สามารถมองเห็นภาพของผิวหนังผ่านหน้าจอของเครื่อง ( SEE and TREAT ) ทำให้แพทย์สามารถทำการยกกระชับไปพร้อมกับการปรับคลื่นเสียง ที่พอเหมาะกับสภาพผิวหนังของลูกค้าแต่ละราย ทำให้เกิดความแม่นยำในการยกกระชับหน้า และให้ผลการรักษาด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) ที่ดีกว่าเทคโนโลยีอื่น ๆ เครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) ได้รับการรับรองถึงผลลัพธ์จาก U.S. FDA ในการยกกระชับ และลดริ้วรอย ซึ่งสามารถช่วยยกกระชับทั่วใบหน้า เหนียงใต้คาง คอ ยกคิ้ว ริ้วรอยรอบดวงตา และริ้วรอยที่หน้าอก

การทำงานของ Ulthera (อัลเทอร่า)

Ulthera (อัลเทอร่า)  มีหัวระดับพลังงานหลายตัว และแต่ละตัวจะใช้ในการรักษากับบริเวณที่แตกต่างกัน Ultherapy เป็นเทคโนโลยีการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงที่มีความเฉพาะเจาะจง มารักษาริ้วรอย และเพิ่มการยกกระชับของใบหน้า โดยแพทย์สามารถเห็นสภาพผิวหนังทุกชั้นของผู้เข้ารับการรักษา ในขณะที่ส่งคลื่นเสียงที่มีพลังงานความร้อน ที่มีความแม่นยำสูงลงสู่ชั้นผิวได้ตามต้องการ โดยไม่ก่อให้ผลกระทบกับผิวบริเวณข้างเคียง จึงทำให้มีความปลอดภัยสูง และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ มีทั้งหมด 3 ระดับพลังงานดังนี้

  1. ระดับส่งพลังงานได้ลึก 1.5 mm เหมาะสำหรับในบริเวณผิวใต้ตา กระชับรอบตา และเพื่อยกคิ้ว
  2. ระดับส่งพลังงานได้ลึก 3.0 mm เหมาะสำหรับในบริเวณรอบตา หน้าผาก
  3. ระดับส่งพลังงานได้ลึก 4.5 mm เหมาะสำหรับบริเวณลำคอ การกระชับแก้มและเหนียง

ผลที่ได้รับ

การรักษาด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 หลังจากที่ผ่านการรักษา จะสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาอย่างชัดเจนว่า คิ้วยกขึ้น ( lift of the the brow line ) ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า นอกจากนี้แล้วยังรู้สึกว่าผิวตึง รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม ลดริ้วรอยที่หน้าผาก ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกกระชับคิ้ว ยกกระชับบริเวณกราม ใต้คาง และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน

Ulthera (อัลเทอร่า) ไม่ส่งผลรบกวนกับการ ฉีดโบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ แต่แนะนำให้ทำในระยะเวลาที่ต่างกันเพื่อความปลอดภัยและประหยัดงบประมาณของตัวเอง หรือไม่ก็ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพื่อดูผลลัพธ์ก่อนว่าพึงพอใจหรือไม่

ความปลอดภัย

เทคโนโลยี Ulthera (อัลเทอร่า) ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์มานานกว่า 50 ปี และมีการใช้ Ulthera (อัลเทอร่า) โดยแพทย์ผิวหนัง และแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมามากกว่า 3,000 ราย เป็นเทคโนโลยีจากประเทศอเมริกาที่ได้รับการรับรอง FDA ทั้งอเมริกา ไทย เอเซีย ยุโรป รับรอง ในเรื่องของการยกกระชับ มีความปลอดภัยและแม่นยำสูงเนื่องจากมีหน้าจอเรียลไทม์ ให้เห็นชั้นผิวทุกครั้งก่อนจะยิงลงไปดังนั้น ในการยิงทุกช็อตของ Ulthera (อัลเทอร่า) มีประสิทธิภาพสูงกว่าการยิง HIFU จึงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ และผลที่ได้รับหลังจากการรักษาอย่างมาก

Ulthera บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดช็อต

Ulthera (อัลเทอร่า) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้เราเข้าใจดีว่า ”บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดช็อต” เป็นคำหนึ่งที่คิดขึ้นมาเพียงเพื่อกระตุ้นยอดขายเท่านั้น แต่อย่าเห็นแก่ของราคาถูกจนเกินไป ในปัจจุบันมีเครื่องมือทำลอกเลียนแบบมาหลอกขายคอร์สแก่ผู้รับบริการอย่างมากมาย นอกจากจะทำให้เสียเงินฟรีและไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดหวังแล้ว อาจจะมีผลข้างเคียงจากการรักษาตามมาอีกด้วย โดยการคำนวณช็อตจะถูกกำหนดไว้แล้วว่าปริมาณเท่าไร ที่จะเหมาะสมแก่สภาพผิวของแต่ละคน เพื่อสามารถยกกระชับผิว และรักษาจุดที่มีปัญหาให้เห็นผลได้จริง แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องไม่เกินต้นทุนที่ผู้ประกอบการกำหนดไว้ เพื่อให้ผลกำไรเป็นไปตามที่คาดหวัง รวมถึงจำนวนช็อตสำหรับลูกค้าแต่ละคน บางคนอาจจะใช้เยอะ บางคนอาจจะใช้น้อย ก็สามารถเฉลี่ยต้นทุนจำนวนช็อตกันไปได้ นอกจากนั้นการใช้พลังงานความร้อนในการช่วยยกกระชับย่อมมีผลข้างเคียงเสมอ หากมากเกินไปผิวอาจเกิดอาการเบิร์น หรือตัวลูกค้าเอง ก็อาจไม่สามารถอดทนต่อความเจ็บพอที่จะรับการรักษา ด้วยจำนวนช็อตที่เยอะเกินไปได้อีกด้วย ดังนั้นสำหรับ Ulthera (อัลเทอร่า) การรักษาด้วยจำนวนช็อตที่พอดีก็เพียงพอที่จะทำให้เห็นผลได้แล้ว

เหตุผลหลักที่ทำให้เราวิเคราะห์ว่า “Ulthera บุฟเฟ่ต์ไม่จำกัดช็อต ไม่มีจริง” ก็คือข้อมูลที่หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า ตัว Transducer หรือหัวสำหรับใช้ยิง Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นหัวยิงแบบจำกัดช็อต หากใช้หมด จะต้องซื้อของแท้จากบริษัทที่นำเข้าอย่างถูกลิขสิทธิ์มาเปลี่ยนใหม่เท่านั้น Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นหัตถการที่เป็นที่นิยม เพราะได้ผลที่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้เครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) มีราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นอาจมีผู้ที่ทำการผลิตเครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) ขึ้นมาเพื่อลอกเลียนแบบของจริง อาจมีเครื่องที่เป็นของปลอมอยู่ในท้องตลาดซึ่งหน้าตาก็จะคล้ายกัน แต่จะผลิตมาจากประเทศจีน เพราะฉะนั้นย่อมไม่มีทางเลย ที่ทางผู้ประกอบการณ์จะใช้จำนวนช็อตมากเกินต้นทุน และไม่มีทางอีกเช่นกันที่ลูกค้าซึ่งซื้อโปรโมชั่น “Ulthera บุฟเฟ่ต์ ไม่จำกัดช็อต” จะได้จำนวนช็อตอย่างไม่จำกัดตามคำโฆษณา

ต้องคำนึงถึงความหน้าเชื่อถือและความสะอาด คลินิกทางการแพทย์ที่เลือกฉีดทำ Ulthera (อัลเทอร่า) นั้นต้องเลือกให้สะอาด ถูกหลักอนามัย เป็นคลินิกที่มีหลักแหล่งที่ตั้งชัดเจน หาง่าย ไม่ลึกลับ ไม่เปลี่ยนที่หรือย้ายที่บ่อย มีการรับรองการเปิดให้บริการ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) แพทย์ต้องมีความรู้และประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมความงาม อีกทั้งยังมีศิลปะในการเสริมแต่งใบหน้าของลูกค้าให้สวยและมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เข้าใจในสภาพผิวและปัญหาของลูกค้า คลินิกมีเจ้าหน้าที่เอาใจใส่ มีความรู้สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานได้ ทางคลินิกต้องมีพนักงานที่มีความรู้ทางด้านการรักษาเพียงพอที่จะสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ อีกทั้งยังต้องมีความเต็มใจในการให้บริการลูกค้า ควรจะมีการรีวิวก่อนทำและหลังทำ จากลูกค้าที่เข้ารับการรักษาจริง มีรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังหลาย ๆ รูปเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วย และยังทำให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

  1. คนไข้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมาก แต่ต้องการยกกระชับผิวหน้า
  2. คนที่กรอบหน้าไม่ชัด ไม่เห็นแนวกราม มีเหนียง
  3. คนที่บริเวณหนังตา และบริเวณหางตาตก ต้องการยกบริเวณหางตาหางคิ้วขึ้น
  4. คนที่ต้องการฟื้นฟูบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึกกว่าการทาครีม
  5. คนที่อยากบำรุงผิว แต่มีเวลาไม่มาก เพราะทำแค่ปีละครั้ง
  6. คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเอง สามารถทำในขณะให้นมได้ ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน
  7. คนไข้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้น
  8. คนไข้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิว บริเวณคอ และ เนินอก

ถ้าคลินิกบอกคนไข้ว่า Ulthera (อัลเทอร่า) ก็จะบอกแค่ Ulthera (อัลเทอร่า) โดยไม่มีชื่ออื่นที่ใส่แอบแฝง เพราะฉะนั้นถ้าเจอโฆษณาเขียนว่า HIFU Ulthera (อัลเทอร่า) หรือ อัลตร้าอัลเทอร่า มินิอัลเทอร่า นั่นแปลว่าไม่ใช่ Ulthera (อัลเทอร่า) ของจริง เพราะถ้าเป็นของจริงจะนิยมใช้คำว่า Ulthera (อัลเทอร่า) เพียงคำเดียว รู้อย่างนี้แล้ว เวลาจะเลือกจ่ายเงินซื้อความสวยด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) ที่คลินิกไหน เราควรอย่าลืมคำนึงถึงความคุ้มค่าที่มาพร้อมกับคุณภาพที่ได้มาตรฐานด้วย และจงจำไว้เสมอว่าของถูกและดีอาจมีอยู่จริง แต่เรื่องของใบหน้านั้นไม่ควรเสี่ยงจะดีกว่า  เสียเวลาตรวจสอบสักนิดว่าทางคลินิกใช้เครื่องแท้ที่ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA และทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยที่เห็นผลได้จริงรวมถึงมีความปลอดภัยนั่นเอง

Ulthera กี่เดือนเห็นผล

Ulthera (อัลเทอร่า) คืออะไร

มลภาวะและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน มักจะทำให้ผิวแก่กว่าวัยหากไม่รู้จักการดูแลตัวเองที่ดี เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง จะมีปริมาณน้อยลง เป็นสาเหตุทำให้ผิวไม่เต่งตึงเหมือนเดิม ปัญหาเกิดจากภายใต้ผิวหนังชั้นลึกสุดหรือชั้น (SMAS) ที่เปรียบเสมือนตาข่าย เมื่อเวลาผ่านไปตาข่ายก็เริ่มเสื่อม และไม่ประสานกันดีเหมือนเดิม จึงทำให้ผิวที่เคยกระชับเต่งตึงเริ่มหย่อนคล้อย

Ulthera (อัลเทอร่า) คือ นวัตกรรมเลเซอร์หนึ่งเดียวที่ช่วย ยกกระชับและปรับรูปหน้าเรียวได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีการใช้อัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง Advance-Focused Ultrasound ที่สามารถปล่อยพลังงาน ลงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นที่แพทย์ศัลยกรรมใช้ในการผ่าตัดดึงใบหน้า จำเพาะตรงต่อจุดที่ต้องการรักษา ในเคสที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก แต่ได้ผลเทียบเคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ในวงการแพทย์ผิวหนัง เพื่อใช้ในการยกกระชับผิวหย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น ลดริ้วรอย โดยสามารถเห็นผลการรักษาที่ดีขึ้นได้ในระยะเวลา 30 – 45 นาที แรก (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) โดยระหว่างที่ทำการยกกระชับด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) พลังงานที่นำส่งลงไป จะไปทำการกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนในผิวหนัง และไม่ทำให้เกิดบาดแผล หลังการทำ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว เป็นเครื่องมือแพทย์หนึ่งเดียวที่นำมาใช้ในการยกกระชับผิว ( Tissue lifting ) โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บกับผิวหนังด้านบน ไม่ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองแม้กระทั่งผิวที่แพ้ง่าย และไม่มีผลแม้จะโดนแสงแดดทันทีหลังจากทำการรักษา

จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นเครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) แท้

  1. เครื่อง Ulthera (อัลเทอร่า) แท้ จะมีขนาดประมาณหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ประกอบด้วยตัวเครื่องที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ “หัวยิง” และ “แฮนพีช” (สำหรับใส่หัวยิงและต่อกับตัวเครื่องอีกที) รวมไปถึงหน้าจอจะมีสัญลักษณ์ Ulthera แสดงอย่างอยู่อย่างชัดเจน
  2. ในประเทศไทย บริษัท Merz Asthetic เป็นบริษัทเดียวที่ได้จดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าเครื่อง Ulthera ดังนั้นสามารถเข้าเว็ปไซต์ตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ใช้เครื่องแท้ได้โดยตรง
  3. เพื่อการันตีว่าเป็นเครื่องแท้ จะต้องมีสัญลักษณ์ “Ultherapy” ในใบประกาศ (Certificate of Authenticity) ที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

  1. คนไข้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมาก แต่ต้องการยกกระชับผิวหน้า
  2. คนที่กรอบหน้าไม่ชัด ไม่เห็นแนวกราม มีเหนียง
  3. คนที่บริเวณหนังตา และบริเวณหางตาตก ต้องการยกบริเวณหางตาหางคิ้วขึ้น
  4. คนที่ต้องการฟื้นฟูบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึกกว่าการทาครีม
  5. คนที่อยากบำรุงผิว แต่มีเวลาไม่มาก เพราะทำแค่ปีละครั้ง
  6. คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเอง สามารถทำในขณะให้นมได้ ปลอดภัยและใช้เวลาไม่นาน
  7. คนไข้ที่มีความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้น
  8. คนไข้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิว บริเวณคอ และ เนินอก

ประสิทธิภาพของ Ulthera (อัลเทอร่า) กี่เดือนเห็นผล

จากความสำเร็จในการค้นคว้า วิจัยและทดลองเครื่อง Ultrasound โดย DR. Rox Anderson แพทย์ผิวหนังชื่อดังผู้เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังชั้นแนวหน้า และเป็นผู้อำนวยการของสถาบัน Wellman Center for Photomedicine, Boston, MA, USA ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีมาตั้งแต่ปี 1994 จนได้เครื่อง Focused Ultrasound เครื่องแรกที่ใช้ในการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้า ภายใต้ชื่อ Ulthera (อัลเทอร่า) จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้ Ulthera เป็นเครื่องมือที่มีความจำเพาะสำหรับแต่ละบุคคล คือ โปรแกรม SEE and TREAT โปรแกรมที่ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นภาพชั้นผิวหนังที่กำลังได้รับการรักษาผ่านหน้าจอเครื่องได้ตลอดเวลา (Real Time Monitoring System) แพทย์จึงสามารถปรับระดับคลื่นเสียงที่มีระดับพลังงานได้เหมาะสม และมีความจำเพาะในการรักษาได้มากขึ้น จึงส่งผลให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยสูง และให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

ด้วยการรักษาเพียง 1 ครั้ง สามารถให้ผลลัพธ์ที่เป็นที่พึ่งพอใจ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) ใช้เวลาประมาณ  30 – 60 นาที สามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายใน 1-3 เดือน และอยู่ได้ประมาณ 1 – 2 ปี ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุ การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลตัวเองหลังทำอีกด้วย การรักษาด้วย Ulthera (อัลเทอร่า) จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 หลังจากที่ผ่านการรักษา จะสามารถรับรู้ถึงผลการรักษาอย่างชัดเจนว่า คิ้วยกขึ้น ( lift of the the brow line ) ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น เพิ่มความอ่อนเยาว์บนใบหน้า นอกจากนี้แล้วยังรู้สึกว่าผิวตึง รูขุมขนเล็กลง ผิวยกกระชับ เรียบเนียนขึ้นทั้งบริเวณหน้า และคอ โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม ลดริ้วรอยที่หน้าผาก ลดริ้วรอยรอบดวงตา ยกกระชับคิ้ว ยกกระชับบริเวณกราม ใต้คาง และจะเห็นผลอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน Ulthera (อัลเทอร่า) ไม่ส่งผลรบกวนกับการ ฉีดโบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ แต่แนะนำให้ทำในระยะเวลาที่ต่างกันเพื่อความปลอดภัยและประหยัดงบประมาณของตัวเอง หรือไม่ก็ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เพื่อดูผลลัพธ์ก่อนว่าพึงพอใจหรือไม่

ข้อดี

  1. ปรับผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ปรับให้ผิวกระชับ เปล่งปลั่ง หน้าเด็กลงไปหลายปี
  2. ไม่มีรอย ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีการผ่าตัดหรือใช้เข็ม จึงทำให้ไม่มีรอยแผลใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  3. สามารถใช้บริเวณรอบดวงตาได้ รวมถึงถุงใต้ตา
  4. ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวหนังไหม้
  5. ผู้ที่เป็นฝ้า กระ สามารถทำได้โดยที่ไม่ทำให้ฝ้า กระ กระจายตัวมากขึ้น หรือมีสีเข้มขึ้น

ข้อเสีย

  1. หากใช้ความร้อนที่มากเกิดไป ผิวหนังอาจมีอาการเบิร์น
  2. อาจรู้สึกเหมือนมีหนามเล็ก ๆ แทงลงบนผิว
  3. อาจมีอาการบวมหลังได้รับการรักษา
  4. อาจมีอาการแดง บริเวณผิวหนังที่ได้รับการรักษา
  5. หากรักษาผิดวิธี อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ที่รุนแรง

วิธีดูแลตนเองหลังการทำ Ulthera (อัลเทอร่า)

สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น แต่งหน้าหรือทาครีมกันแดด ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น แต่ไม่ควรสัมผัสผิวหน้าแรงๆ เพราะในระยะแรกผิวหนังอาจยังมีอาการระบมอยู่ หากมีอาการบวมแดงให้ใช้วิธีประคบเย็น และควรนอนหมอนสูงจะช่วยบรรเทาอาการได้ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ และต้องรอให้ครบ 1 สัปดาห์ก่อน หลังจากนั้นจึงสามารถทำเลเซอร์หรือทำทรีทเม้นท์ได้

ความปลอดภัย

เทคโนโลยี Ulthera (อัลเทอร่า) ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์มานานกว่า 50 ปี และมีการใช้ Ulthera (อัลเทอร่า) โดยแพทย์ผิวหนัง และแพทย์ทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมามากกว่า 3,000 ราย เป็นเทคโนโลยีจากประเทศอเมริกาที่ได้รับการรับรอง FDA ทั้งอเมริกา ไทย เอเซีย ยุโรป รับรอง ในเรื่องของการยกกระชับ มีความปลอดภัยและแม่นยำสูงเนื่องจากมีหน้าจอเรียลไทม์ ให้เห็นชั้นผิวทุกครั้งก่อนจะยิงลงไปดังนั้น ในการยิงทุกช็อตของ Ulthera (อัลเทอร่า) มีประสิทธิภาพสูงกว่าการยิง HIFU จึงเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ และผลที่ได้รับหลังจากการรักษาอย่างมาก ต้องคำนึงถึงความหน้าเชื่อถือและความสะอาด คลินิกทางการแพทย์ที่เลือกฉีดทำ Ulthera (อัลเทอร่า) นั้นต้องเลือกให้สะอาด ถูกหลักอนามัย เป็นคลินิกที่มีหลักแหล่งที่ตั้งชัดเจน หาง่าย ไม่ลึกลับ ไม่เปลี่ยนที่หรือย้ายที่บ่อย มีการรับรองการเปิดให้บริการ การทำ Ulthera (อัลเทอร่า) แพทย์ต้องมีความรู้และประสบการณ์ทางด้านศัลยกรรมความงาม อีกทั้งยังมีศิลปะในการเสริมแต่งใบหน้าของลูกค้าให้สวยและมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เข้าใจในสภาพผิวและปัญหาของลูกค้า คลินิกมีเจ้าหน้าที่เอาใจใส่ มีความรู้สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานได้ ทางคลินิกต้องมีพนักงานที่มีความรู้ทางด้านการรักษาเพียงพอที่จะสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ อีกทั้งยังต้องมีความเต็มใจในการให้บริการลูกค้า ควรจะมีการรีวิวก่อนทำและหลังทำ จากลูกค้าที่เข้ารับการรักษาจริง มีรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังหลาย ๆ รูปเพื่อช่วยในการตัดสินใจด้วย และยังทำให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้แม้ว่า Ulthera (อัลเทอร่า) จะมีงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่มากมายว่าได้ผลดี โดยต่างก็ยอมรับว่า Ulthera (อัลเทอร่า) เป็นนวัตกรรมยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด นวัตกรรมแรก และ นวัตกรรมเดียว ที่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย จากองค์กรอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ US-FDA โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ในปี 2017 มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า มีผู้คนได้รับการรักษา ยกกระชับโดยไม่ต่างจากการผ่าตัด หรือ ทำ Ulthera (อัลเทอร่า) ไปแล้วมากกว่า 1 ล้านเคส แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้ นั่นคือ ต้องได้รับการรักษาจากเครื่องที่มีการรับรอง และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นของแท้ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เท่านั้น ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

อาการข้างเคียงที่พบจากการทำ ulthera

หลายท่านคงจะทราบกันดีว่าการทำ  ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยในเรื่องของการช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงกระชับผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัยและได้รูปขึ้นอีกครั้งซึ่งการทำ ulthera เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบันเนื่องจากเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยไม่อันตรายต่อผิวและไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ แต่อาจจะมีผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำอยู่บ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำ ulthera คุณต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera ให้ละเอียดเสียก่อนไม่ว่าจะเป็นที่มาของ ulthera,  ระบบการทำงาน, ข้อดีข้อเสีย, อาการข้างเคียงและควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะตัดสินใจทำทุกครั้งเพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดหรือได้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตามที่ต้องการได้ดังนั้นเราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับ ulthera มาให้คุณศึกษาเพื่อเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจ

ulthera อัลเทอร่า คืออะไร

ulthera คือเทคโนโลยีการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจงและแม่นยำชื่อว่า high Intensity focus ultrasound หรือ คลื่นอัลตราซาวด์ที่หลาย ๆ คนรู้จักซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้ผลดีที่สุดตัวหนึ่งในวงการแพทย์ผิวหนัง โดยเครื่องจะส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ โดยไม่ต้องใช้เข็มทำลายชั้นผิวบนเลยและนอกจากนี้ยังสามารถส่งคลื่นไปยังชั้นผิวบน เช่น ชั้น 4.5 มิลลิเมตร และ ชั้น 1.5 มิลลิเมตร ซึ่งคลื่นอัลตราซาวด์นี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่และเมื่อชั้นผิว SMAS หดตัวก็จะทำให้ผิวยกกระชับมากขึ้น ใช้เวลาในการรักษาเพียง 60-120 นาทีซึ่งไม่ทำให้เกิดบาดแผลก็จะช่วยให้ผิวของคุณยกกระชับเต่งตึงขึ้น

การทำงานของ Ulthera จะใช้วิธีการส่งพลังงานผ่านความร้อนของคลื่น  High Intensity Focus Ultrasound ไปกระตุ้นผิวให้เกิดรอยหดตัวขนาด 1 มม. คล้ายกับการเย็บเนื้อใต้ผิวหนังในชั้นผิว SMAS ให้เป็นจุดเล็ก ๆ ระยะห่างระหว่างจุดเท่า ๆ กัน ประมาณ 1-1.5 มม. เรียงเป็นแนวต่อเนื่องและเกิดความสม่ำเสมอของพลังงานที่ลงสู่ใต้ผิวลงลึกได้ถึงตำแหน่งที่ต้องการจะทำหลังจากการรักษาจะได้ผลการรักษาที่แน่นอนคุณสามารถแต่งหน้าได้ปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นผิว และสามารถทำการรักษาได้กับทุกสีทุกสภาพผิว ซึ่งประสิทธิภาพและผลการรักษานั้นได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังและแพทย์ศัลยกรรมจากประเทศทั่วโลกอย่างกว้างขวาง

ใครที่เหมาะกับการทำ Ulthera อัลเทอร่า

  1. ผู้ที่มีไขมันแก้มไม่เยอะมากต้องการยกกระชับ
  2. ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัดไม่เห็นแนวกรามมีเหนียง
  3. ผู้ที่หนังตาและหางตาตกแต่ยังไม่ต้องการผ่าตัดหรือผู้ที่ต้องการจะยกหางตาหางคิ้วให้กระชับขึ้น
  4. ผู้ที่ต้องการจะฟื้นฟูบำรุงผิวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิวที่ช่วยในการบำรุงชั้นลึกกว่าการทาครีมทั่วไป
  5. คนที่อยากบำรุงผิวแต่ไม่มีเวลาบำรุงทุกวันเป็นประจำเพราะการทำ Ulthera บำรุงแค่ปีละครั้งเท่านั้น
  6. คุณแม่หลังคลอดหรือคุณแม่ให้นมบุตรที่อยากดูแลตัวเองเพราะสามารถทำในขณะที่ให้นมบุตรได้อย่างปลอดภัยและใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ทำปีละครั้ง
  7. ผู้ที่ผิวมีความหย่อนคล้อยแต่ไม่อยากศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าและไม่อยากพักฟื้นเป็นเวลานาน
  8. ผู้ที่ต้องการยกกระชับฟื้นฟูผิวบริเวณลำคอและเนินอก

อาการข้างเคียงหลังทำ Ulthera อัลเทอร่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้

หลังจากการทำ Ulthera หลายคนมักจะกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่จะตามมาว่าจะมีอาการร้ายแรงหรือส่งผลกระทบต่อการออกไปใช้ชีวิตประจำวันมากน้อยแค่ไหน ด้วยความที่ Ulthera นั้นเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ที่มีพลังงานสูง ( High Intensity) ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการทำบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เท่ากับการทำศัลยกรรมอื่น ๆ โดยอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากทำ Ulthera ได้แก่

  1. อาการบวม

อาการบวมหลังจากทำอาจจะพบได้บ้างเป็นบางคนแต่ก็ไม่ได้บวมมากเท่าใดนัก ไม่ได้บวมเขียวช้ำเราสามารถประคบเย็นหลังจากทำเสร็จเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการบวมนี้จะค่อย ๆ ยุบตัวลงเองโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 วันหลังทำ

  1. ผิวแห้ง

หลายคนอาจจะมีโอกาสผิวแห้งลงในช่วงแรกหลังจากที่ทำเสร็จ ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องจากฤทธิ์ของยาชาที่ทาส่งผลทำให้ผิวแห้งเพิ่มขึ้น ข้อแนะนำคือให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวบ่อย ๆ และทาครีมบำรุงกันแดดอย่างสม่ำเสมอ งดทายาบำรุงจำพวกไวท์เทนนิ่งที่ผลัดเซลล์ผิวเป็นเวลาอย่างน้อย 1 อาทิตย์

  1. อาการระบมใต้ผิวเวลาจับ

อาการนี้จะเกิดขึ้นกับแทบทุกคนหลังจากทำอัลเทอร่า ซึ่งจะระบมมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนถ้าหากมีอาการระบมมากจนเกินไปก็อาจจะรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล เพื่อลดอาการปวดหรือระบมได้ แต่โดยทั่วไปแล้วอาการระบมนั้นจะค่อย ๆ ลดลงและหายไปโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังทำ

แต่โดยส่วนมากนั้นหลังทำมักจะไม่ค่อยพบผู้ที่มีอาการข้างเคียงร้ายแรงใด ๆ ที่นอกเหนือจากอาการดังกล่าวข้างต้นส่วนมากผู้ที่ทำการรักษาเสร็จแล้วก็สามารถกลับไปทำงานใช้ชีวิตตามปกติได้ในทันทีโดยไม่มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

การรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า ปลอดภัยหรือไม่

Ulthera ถูกนำมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ยาวนานกว่า 50 ปีแล้วและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่งชั้นนำทั่วโลกมีการใช้ Ulthera มากกว่า 12ปี มั่นใจได้ว่าเครื่องนั้นมีความปลอดภัยสูง และเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพและผลการรักษาอย่างแน่นอนอีกทั้ง Ulthera ยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (US FDA) ว่าสามารถยกกระชับตาและใบหน้าได้จริง ดังนั้นหากใครที่กำลังไม่มั่นใจว่าหากทำ Ulthera จะมีอาการข้างเคียงร้ายแรงหรือไม่ จะปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เมื่อศึกษาอย่างละเอียดแล้วก็มั่นใจได้เลยว่าการทำ Ulthera นั้นมีความปลอดภัยและไม่อันตรายอย่างที่คุณคิด

ความรู้สึกขณะรักษาด้วย Ulthera อัลเทอร่า

ขณะทำการรักษาด้วยเครื่องอัลเทอร่า จะมีการปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ลงสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวผู้ถูกการรักษาจะรู้สึกถึงพลังงานที่เป็นจุดเล็ก ๆ กระทบลงบนผิวลึก ๆ และจะรู้สึกอุ่น ๆ ที่ใต้ผิวหนังซึ่งความรู้สึกดังกล่าวจะแตกต่างกันในไปแต่ละบุคคล บางคนรู้สึกเจ็บมากบางคนก็รู้สึกเจ็บปานกลางหรือบางคนแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งนี้การทายาชาก็จะช่วยบรรเทาเจ็บได้แต่ในบางรายสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากทำ Ulthera อัลเทอร่า

สามารถเห็นผลลัพธ์หลังการทำ Ulthera ได้ภายในการทำเพียงครั้งแรก เพราะวัตถุประสงค์ของการทำ Ulthera คือ เพื่อสลายคอลลาเจนเก่าและเสริมสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อช่วยในการยกกระชับผิวซึ่งกระบวนการผลิตคอลลาเจนใหม่นี้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากทำทันทีจนถึง 6 เดือนดังนั้นหลังทำ Ulthera จึงเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในทันทีหลังการรักษาสังเกตได้ง่าย ๆ จากบริเวณแนวคิ้วและหางตาที่จะยกขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้นและผลลัพธ์อื่น ๆ ก็จะชัดเจนตามมาเรื่อย ๆ โดยผิวหน้าที่ได้รับการฟื้นฟูจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติภายในระยะเวลา 3 เดือนหลังทำ เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องของ Ulthera และโครงสร้างผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ผลลัพธ์จึงจะถาวรและอยู่ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 1-2 ปีเมื่อทำเสร็จแล้วคุณสามารถรอดูผลแล้วกลับมาทำเพิ่มเฉพาะจุดหรือทั่วใบหน้า อาจจะเพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่นั้นเพื่อให้ยังคงสภาพผิวเดิมไว้แต่ทั้งนี้ผลการรักษาของแต่ละคนนั้นจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลสุขภาพโดยรวมของแต่ละบุคคลแต่จากการทดลองพบว่า 9 ใน 10 คนที่ได้รับการรักษา จะสามารถเห็นถึงผลลัพธ์จากการรักษาที่ชัดเจน เช่น แนวคิ้วยกขึ้น ทำให้ดวงตาดูโตขึ้น, ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์, ผิวที่ตึงกระชับ, ใบหน้ายกได้รูป, รูขุมขนเล็กลง, ผิวเรียบเนียนขึ้นทั่วทั้งบริเวณหน้าและคออย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ได้พึ่งการทำศัลยกรรมผ่าตัดพักฟื้นแต่อย่างใด

ที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการทำ Ulthera ที่หลาย ๆ คนกำลังกังวลในเรื่องของผลข้างเคียง ความปลอดภัย และอาการต่าง ๆ หลังจากทำ Ulthera ดังนั้นเมื่อทราบถึงผลข้างเคียงที่จะตามมาแล้วว่าไม่เป็นอันตรายอย่างที่คิด การทำ Ulthera ก็ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องผิวที่หย่อนคล้อยไม่กระชับให้สภาพผิวกลับมาเต่งตึงอ่อนเยาว์กว่าวัยได้เป็นอย่างดี