ข้อควรรู้ก่อนและหลังทำ Ulthera

ใคร ๆ ก็อยากมีใบหน้าที่ดูเด็ก ดูอ่อนเยาว์กว่าวัย หากเป็นในยุคก่อน ๆ ก็คงจะนึกถึงแต่การผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับใบหน้า แต่ในปัจจุบันนี้มีนวัตกรรมความงามหลายรูปแบบให้เราเลือกสวยได้ทันที โดยไม่ต้องเจ็บตัว และไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย หนึ่งในทางเลือกเพื่อแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ลดเหนียง ปรับรูปหน้า แบบไม่ต้องผ่าตัด นั่นก็คือ ulthera (อัลเทอร่า) ที่จะช่วยให้คุณดูเด็กลงไปเป็นสิบปี ด้วยวิธีที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แถมยังได้รับความนิยมไม่แพ้วิธีอื่น ๆ อีกด้วย แต่ก่อนจะไปทำกันนั้น เรามารู้ถึงข้อควรรู้ต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังทำ Ultrera กันก่อน

Ulthera คืออะไร?

นวัตกรรมการยกกระชับผิวด้วยเทคโนโลยีการรักษาโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ที่พัฒนาและปรับปรุงมาจากเทคโนโลยี Ultrasound จนสามารถนำมาใช้ช่วยยกกระชับผิวหน้าได้ โดยใช้เครื่องเลเซอร์ที่มีชื่อว่า Ultrera ส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง เจาะจงไปยังบริเวณเนื้อเยื่อชั้น SMAS (Superfical Muscular Aponeurotic System) ในระดับที่เทคโนโลยีอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้มาก่อน และเมื่อชั้น SMAS มีการหดตัว ก็จะทำให้ผิวของเรามีการยกกระชับขึ้น โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือทำลายผิวชั้นบน โดยแพทย์จะสามารถเห็นสภาพผิวหนังที่กำลังรักษาผ่านหน้าจอของเครื่อง ทำให้เกิดความแม่นยำสูงในการรักษา และให้ผลที่ดีกว่าวิธีอื่น ๆ ซึ่งคลื่นอัลตร้าซาวด์นี้จะไปกระตุ้นในการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง ให้ผิวค่อย ๆ ตึง เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

การทำ Ultrera เหมาะสำหรับใครบ้าง รู้ไว้ก่อนตัดสินใจทำ

  1. ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยตามวัย แต่ไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า ไม่อยากพักฟื้น
  2. ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการปรับรูปหน้า ลดเหนียง ลดแก้ม ลดคางสองชั้น
  3. มีปัญหาหนังตาตก ขอบตาล่างหย่อนคล้อย หางตาตก หางคิ้วตก ต้องการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด
  4. ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์และมีความยืดหยุ่น ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  5. ต้องการแก้ปัญหาเนินอกและลำคอเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย

ทั้งนี้อายุที่เหมาะสมในการทำ Ultrera ที่แนะนำคือ 30-60 ปี ซึ่งเมื่อเข้าสู่วัย 30 ขึ้นไปแล้วนั้น จะเป็นช่วงที่เริ่มมีริ้วร้อยตามวัย และร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนน้อยลง ทำให้ผิวไม่มีความยืดหยุ่น ส่วนวัย 60 ปี จะเป็นช่วงที่ผิวมีร่องลึกและริ้วรอย สัญลักษณ์ของการแก่ชราเพิ่มมากขึ้น การทำ Ultrera จะช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ เต่งตึง ริ้วรอยจาง และใบหน้าได้รูปเรียวสวยมากยิ่งขึ้น

การเลือกทำ Ultrera ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

การทำ Ultrera นั้น มีสถานประกอบการหรือคลินิกมากมายให้เลือก ควรเลือกสถานที่ที่ใช้เครื่อง Ultrera ที่ได้มาตรฐาน เป็นเครื่องแท้จากสหรัฐอเมริกา เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดี สถานที่ทำควรเป็นสถานที่ที่เป็นที่รู้จักหรือมีชื่อเสียง มีความน่าเชื่อถือ และต้องทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาก่อนเท่านั้น เพราะผลลัพธ์ที่จะอยู่ได้นานจะขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ ทั้งด้านการออกแบบรูปหน้า และความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ ซึ่งนอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังช่วยป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย

ในเรื่องของราคานั้น ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรคำนึงถึงก่อนทำ เนื่องจากแต่ละสถานที่จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป โดยดูจากบริเวณของผิวหนังที่ต้องการการรักษา ซึ่งจะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล และหลาย ๆ ที่มักจะจัดโปรโมชั่น ควรสำรวจราคาและความเหมาะสมก่อนตัดสินใจทำ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายไป

ขั้นตอนการทำ Ultrera

หลังจากตัดสินใจเลือกสถานที่ทำ Ultrera ได้แล้วนั้น ก่อนทำไม่จำเป็นต้องเตรียมผิวหรืองดการทานอะไร สามารถดูแลผิวได้ตามปกติ และสามารถเข้ารับการรักษาตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดังนี้

  1. แพทย์จะต้องประเมินสภาพปัญหาผิวก่อนว่าจะต้องใช้จำนวนช็อตเท่าไหร่ และค่าพลังงานเท่าไหร่ โดยขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และปัญหาของแต่ละคน
  2. หลังจากวางแผนการรักษาแล้ว จะมีการเตรียมผิวก่อนทำ Ultrera โดยทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ทำ
  3. แปะยาชาบริเวณผิวหน้าที่ต้องการทำ ก่อนทำการรักษาประมาณ 30-45 นาที เมื่อครบเวลาก็จะทำการเช็ดออก
  4. แพทย์จะใช้หัว Ultrera สัมผัสเบา ๆ ที่ผิวหน้า และเคลื่อนไปยังจุดต่าง ๆ ทั่วบริเวณผิว โดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45-60 นาที
  5. อาจต้องกลับมาพบแพทย์อีกครั้งเพื่อติดตามผลการรักษา

ผลลัพธ์หลังจากทำ Ultrera

หลังจากการทำ Ultrera จะรู้สึกเลยว่าหน้ายกกระชับขึ้นทันที ประมาณ 20-30% เนื่องจากจะเป็นการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่จะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดขึ้นหลังการรักษาประมาณ 1 เดือน ผิวจะเริ่มตึงและยกกระชับขึ้น เหนียงใต้คางลดลง รูปหน้าเรียววีเชฟขึ้นจากเดิม กรอบหน้าเด่นชัดขึ้น หางตา หางคิ้ว หนังตา และใต้ตาที่หย่อนคล้อยก่อนทำจะยกกระชับขึ้น และเมื่อผ่านไปแล้ว 3-6 เดือนหลังทำ จะพบว่าผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนเล็กลง รวมถึงริ้วรอยต่าง ๆ ร่องแก้ม ได้หายไป ผลลัพธ์นี้จะคงอยู่นาน 1-2 ปี แต่ทั้งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วยเช่นกัน

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ Ultrera

  1. อาจมีอาการบวมเกิดขึ้นได้ในบางคน แต่จะไม่บวมเยอะ หรือบวมขนาดช้ำ แต่จะบวมเพียงเล็กน้อย สามารถประคบเย็นหลังทำเพื่อลดอาการบวมได้ ทั้งนี้อาการบวมนั้นจะหายเป็นปกติได้เองหลังจากทำไปแล้ว 2-3 วัน
  2. อาการระบมใต้ผิว ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ทำ Ultrera หากมีอาการเป็นเยอะหรือรู้สึกมาก แพทย์จะให้ยามาทานแก้ปวด ซึ่งอาการระบมจะหายไปประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังทำ
  3. หลายคนที่ทำ Ultrera อาจมีอาการผิวแห้งลงในช่วงแรก ส่วนหนึ่งมาจากการทายาชาจะทำให้ผิวบริเวณนั้นมีการแห้งเพิ่มขึ้นได้ สามารถดูแลได้โดยทาครีมที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ให้ความชุ่มชื้น และไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดเป็นประจำด้วย และควรงดการใช้ครีมในกลุ่มของไวท์เทนนิ่ง ผลัดเซลล์ผิว อย่างน้อย 1 สัปดาห์

การดูแลตนเองหลังจากทำ Ultrera

  1. หลังจากทำ Ultrera แล้วนั้น เราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น การแต่งหน้า หรือทาครีมกันแดด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น แต่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดเป็นเวลานาน ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเมื่อต้องออกจากบ้านไปเผชิญแสงแดด และหลังจาก 1 สัปดาห์หลังทำ สามารถทำทรีทเมนท์ หรือทำเลเซอร์อื่น ๆ ต่อได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ
  2. ไม่สัมผัสผิวหน้าแรงจนเกินไป เนื่องจากอาจมีอาการบวมหรือระบมหลังทำได้ในบางราย
  3. หากมีอาการบวมแดง สามารถใช้การประคบเย็น และการนอนหมอนที่สูงขึ้น ก็จะช่วยบรรเทาอาการเหล่านั้นได้

สรุปแล้วการทำ Ultrera นั้นดีหรือไม่

แม้ว่าเทคโนโลยีการทำ Ultrera จะมีมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ความนิยมก็ยังคงอยู่ และยังแพร่หลายไปทั่วโลก เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ยกกระชับผิวได้ลงลึกที่สุด และเห็นผลทันทีหลังจากทำ รวมถึงทำซ้ำเพียงแค่ 1-2 ปีครั้ง ก็เพียงพอที่จะทำให้ใบหน้ายังคงเต่งตึง ยกกระชับ ดูอ่อนเยาว์ตลอดไปได้ ที่สำคัญคือไม่ต้องพักฟื้น และไม่เจ็บตัว แถมผลลัพธ์ที่ได้ยังดูเป็นธรรมชาติต่างจากการผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ คุ้มค่ากับราคา

การดูแลตนเองและผิวพรรณนั้น ไม่ต้องรอให้ถึงวัยที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยแล้วถึงจะดูแลได้ เราสามารถใส่ใจดูแลผิวพรรณตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้ ยิ่งเมื่ออายุยังน้อย ควรหาวิธีการยืดอายุผิว และไม่ทำร้ายผิวให้แย่ลงหรือดูแก่ก่อนวัย ดังนั้น เมื่ออายุประมาณ 25 ปี ก็สามารถเริ่มทำ Ultrera ได้แล้ว เพราะผิวในวัยนี้แม้จะยังไม่มีริ้วรอยเด่นชัด หรือมีความหย่อนคล้อย แต่ผิวก็เริ่มบางลง และเริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความเสื่อมสภาพ ความยืดหยุ่นของผิวและการสร้างคอลลาเจนจะลดลง ซึ่งการทำ Ultrera จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้สร้างมากขึ้น ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าและผิวพรรณ หากทำต่อเนื่องเป็นประจำทุก 1-2 ปี ผิวจะดูอ่อนวัยลงไปเป็นสิบปีจนคุณสัมผัสได้